โลกระอุ “ปูติน” เดินเกมท้าชนชาติตะวันตก จับมือกลุ่มแบ่งแยกดินแดนยูเครน ประกาศกร้าว 2 จังหวัดภาคตะวันออกเป็นเอกราชพ้นจากยูเครน สั่งเคลื่อนกองกำลัง Z จากรัสเซียข้ามพรมแดนเข้ารักษาความสงบทันที ปธน.ยูเครนออกแถลงการณ์ระบุรัสเซียละเมิดอธิปไตย ยังยึดสันติ สั่งห้ามใช้อาวุธยิงตอบโต้ ด้านสหรัฐฯ-อียู ยังดูท่าทีรอคว่ำบาตรเต็มรูปแบบ ขณะที่ทั้ง 2 ฝ่ายสแตนด์บายกำลังรบกัน อย่างพรั่งพร้อม ส่วน กต.เตรียมแผนอพยพ 250 คนไทยไว้เรียบร้อยแล้วสำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 22 ก.พ.ว่า สถานการณ์ความตึงเครียดในยูเครนกำลังจะถึงจุดปรอทแตกในที่สุด ภายหลังนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ออกแถลงการณ์ด่วนถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศเป็นเวลาเกือบ 1 ชั่วโมง แสดงจุดยืนทางประวัติศาสตร์ว่า ยูเครนทุกวันนี้มีต้นกำเนิดจากรัสเซีย และการที่ยูเครนมีท่าทีจะเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต (NATO) ของชาติตะวันตก ถือเป็นภัยคุกคามต่อรัสเซีย พร้อมกล่าวโจมตีว่ารัฐบาลยูเครนชุดปัจจุบันได้ทำให้ยูเครนกลายเป็นอาณานิคมของสหรัฐฯนายปูตินยังกล่าวต่อไปว่า ในเอกสารของนาโตชี้ชัดว่ารัสเซียคือภัยคุกคามโดยตรงต่อนาโต และการได้ยูเครนมาเป็นสมาชิก จะช่วยสร้างความได้เปรียบอย่างมาก ชาติตะวันตกพยายามที่จะแบล็กเมล์ รัสเซียมาตลอด ขู่รัสเซียครั้งแล้วครั้งเล่าว่า จะใช้มาตรการคว่ำบาตร ซึ่งส่วนตัวมองว่าสักวันหนึ่งชาติตะวันตกก็จะหาทางคว่ำบาตรรัสเซียได้อยู่ดี ด้วยข้ออ้างต่างๆ หรือการสร้างหลักฐานขึ้นมาสักอย่าง เพราะเห็นว่าอธิปไตยของรัสเซียเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ อิทธิพลทางกองทัพมีมากขึ้นต่อเนื่องด้วยเหตุนี้ รัสเซียจึงมีสิทธิทุกประการที่จะดำเนินมาตรการตอบโต้ใดๆ เพื่อความมั่นคงของประเทศ พร้อมมองว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องทำในสิ่งที่ควรจะทำมานาน คือการรับรองเอกราชและอำนาจอธิปไตยของสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์ และสาธารณรัฐประชาชนลูฮานสก์ (2 จังหวัดในภาคตะวันออกของยูเครน) พร้อมเรียกร้องให้ผู้ครองอำนาจในกรุงเคียฟของยูเครนยุติการใช้ความรุนแรงโดยทันที มิฉะนั้นจะถือว่าเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์นองเลือดที่อาจจะดำเนินต่อไป ซึ่งสำนักข่าวต่างประเทศขยายความว่า ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาได้เกิดการปะทะระลอกใหม่ในยูเครนตะวันออก ระหว่างกองทัพยูเครนกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนยูเครนตะวันออก และส่งผลให้มีรายงานความสูญเสียจากทั้งสองฝ่ายอย่างต่อเนื่อง ทั้งมีชาวบ้านกว่า 60,000 คนอพยพเข้าไปในรัสเซียหลังเสร็จสิ้นแถลงการณ์ นายปูตินได้ลงนามคำสั่งรับรองความเป็นเอกราชของ 2 จังหวัดภาคตะวันออกของยูเครน โดยมีตัวแทนจากรัฐบาลท้องถิ่นของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในยูเครนเป็นพยาน พร้อมจัดการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติรัสเซีย แสดงความเห็นชอบเรื่องการรับรองเอกราชอย่างเป็นทางการ ซึ่งในรายละเอียดของเอกสารยังระบุถึงรายละเอียดว่า กองทัพรัสเซียจะเป็นผู้ทำหน้าที่รักษาความสงบในโดเนตสก์ และลูฮานสก์ พร้อมมีสิทธิในการเข้าไปตั้งฐานทัพเพื่อรักษาความสงบด้านนายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ออกแถลงการณ์ตอบโต้รัสเซียว่า การกระทำของรัสเซียถือเป็นการละเมิดความเป็นปึกแผ่นและอำนาจอธิปไตยของยูเครน ขอยืนยันว่าพรมแดนสากลของยูเครนจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าทางรัสเซียจะแถลงเช่นไร พร้อมเรียกร้องให้จัดประชุมฉุกเฉินคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ (UNSC) โดยทันที แต่ต่อมาในการประชุมดังกล่าวที่นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ เป็นไปในลักษณะพิธีการ ชาติตะวันตกแสดงจุดยืนประณามรัสเซีย ขณะที่รัสเซียชี้แจงว่า พร้อมตอบรับการเจรจาทางการทูตเสมออย่างไรก็ตาม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลยูเครนและผู้สื่อข่าวในแนวรบว่า กองทัพรัสเซียได้เคลื่อนขบวนยุทโธปกรณ์และกำลังทหารข้ามพรมแดนเข้าไปในจังหวัดโดเนตสก์ทางภาคตะวันออกของยูเครนภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังนายปูตินออกแถลงการณ์ โดยมีทั้งขบวนยานเกราะ รถถัง และรถลำเลียงพล แต่ละคันได้ถูกลบตราสัญลักษณ์ประจำหน่วยทิ้งไป สอดคล้องกับกระแสข่าวก่อนหน้านี้ที่มีรายงานว่า กองทัพรัสเซียในพื้นที่พรมแดนติดยูเครนได้ทำการทาสีตัว Z แทนสัญลักษณ์ประจำหน่วย นอกจากนี้ ยังมีรายงานจากกองทัพยูเครนด้วยว่า กลุ่มแบ่งแยกดินแดนยูเครนตะวันออกยังเปิดฉากยิงปืนใหญ่ถล่มหมู่บ้านกว่า 40 แห่ง ตลอดแนวรบในจังหวัดโดเนตสก์แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหายที่ชัดเจนขณะที่ทหารยูเครนในแนวหน้า เผยว่า ทางกองบัญชาการรบมีคำสั่งห้ามใช้อาวุธยิงตอบโต้เป็นอันขาด ยกเว้นแต่จะเป็นกรณีพิเศษจริงๆ เพื่อหลีกเลี่ยงให้รัสเซียใช้เป็นข้ออ้างในการบุกโจมตี แหล่งข่าวในรัฐบาลสหรัฐฯเปิดเผยด้วยว่า จากสถานการณ์ในขณะนี้ ที่รัสเซียส่งกองกำลังรักษาความสงบเข้าไปในจังหวัดแบ่งแยกดินแดนของยูเครน สหรัฐฯยังไม่ถือว่าเป็นการรุกรานไปมากกว่านี้ และที่ผ่านมารัสเซียก็ได้ส่งกำลังเข้าไปสนับสนุนการรบของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนยูเครนอยู่แล้ว การดำเนินมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียอย่างเต็มรูปแบบนั้น จะมีขึ้นได้ก็ต่อเมื่อขบวนรถถังรัสเซียหลั่งไหลเข้าไปในยูเครน แต่ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย จึงได้มีคำสั่งให้อพยพเจ้าหน้าที่การทูตทั้งหมดออกจากยูเครนไปยังโปแลนด์วันเดียวกัน นางเจน ซากี โฆษกทำเนียบขาวสหรัฐฯ ชี้แจงว่าจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ลงนามคำสั่งห้ามชาวอเมริกันทำการลงทุนใน 2 จังหวัดของยูเครน พร้อมเตรียมออกมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย ซึ่งจะชี้แจงรายละเอียดให้ทราบต่อไปผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ระบุว่า ยังไม่ชัดเจนว่าสหรัฐฯจะควบคุมการส่งออก หรือใช้มาตรการคว่ำบาตรอันใด แต่ก่อนหน้านี้ รัฐบาลสหรัฐฯเคยประกาศว่า จะห้ามสถาบันการเงินของสหรัฐฯ ทำธุรกรรมแลก เปลี่ยนเงินตรากับธนาคารรัสเซีย รวมถึงการคว่ำบาตรอุตสาหกรรมของรัสเซีย แต่จะพยายามหลีกเลี่ยง ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนรัสเซียทั่วไป ขณะที่ชาติยุโรปต่างแสดงท่าทีพิจารณาใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียไม่ว่าอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี และสหภาพยุโรปโดยรวม ส่วนรัฐบาลจีนเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดทนอดกลั้น หลีกเลี่ยงการเพิ่มความตึงเครียดเหตุการณ์ครั้งนี้ยังมีขึ้นท่ามกลางการขยับ เขยื้อนกองทัพขนานใหญ่ของรัสเซียและชาติตะวันตก โดยจากการประเมินข้อมูลทางความมั่นคงนั้น รัสเซียมีกำลังพลรายล้อมยูเครน ทั้งทางภาคเหนือ-ตะวันออก-ใต้ รวมกว่า 190,000 นาย รวมถึงการติดตั้งระบบขีปนาวุธพิสัยใกล้รอบๆพรมแดนยูเครน ขณะที่กองกำลังนาโตของตะวันตก มีการส่งกำลังพล หน่วยรถถัง-ยานเกราะ และฝูงบินรบเข้าไปในโปแลนด์และโรมาเนีย ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันตก-ตะวันตกเฉียงใต้ของยูเครน เช่นเดียวกับสหรัฐฯ ที่มีกองเรือบรรทุกเครื่องบินจู่โจมที่ 8 ประชิดทะเลดำ ทางภาคใต้ของยูเครน และฝูงบินเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์บี-52 ที่เพิ่งส่งเข้าไปประจำการในอังกฤษด้านนายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของไทย กล่าวถึงแผนอพยพคนไทยในยูเครนว่า คนไทยในยูเครนมีอยู่ราว 250 คน สถานเอกอัครราชทูตไทยในโปแลนด์ กรมการกงสุล และส่วนราชการอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ได้เตรียมการไว้แล้ว ขณะนี้ได้ตั้งกลุ่มไลน์เพื่อติดต่อประสานงานกับคนไทยและเจ้าของกิจการที่มีคนไทยทำงานในยูเครน โดยเตรียมการอพยพ 3 วิธี 1.เช่าเครื่องบินเหมาลำ 2.อพยพไปเมืองลวิฟ ทางตะวันตกของยูเครน เดินทางไปยังกรุงวอร์ซอ โปแลนด์ ต่อเครื่องบินเช่าเหมาลำ และ 3. เช่าเครื่องบินเหมาลำจากไทย อาจเป็นของบริษัทการบินไทย หรือกองทัพอากาศ ไปรับที่เมืองลวิฟ หรือกรุงวอร์ซอ ส่วนจะอพยพเมื่อไหร่นั้น สถานทูตไทยในรัสเซีย และโปแลนด์ กรมยุโรป กรมการกงสุล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะประเมินสถานการณ์ ประสานให้อพยพต่อไป