สถานการณ์ทางการเมืองของเมืองไทยทำให้คนบางกลุ่มโพสต์ยกตัวอย่างทางประวัติศาสตร์ของประเทศโน้นชาตินี้ หลายโพสต์ยังมีความคลาดเคลื่อนอยู่บ้างนิดหน่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประวัติศาสตร์รัสเซีย ผมขอรับใช้เพิ่มเติมดังนี้ครับความล่มสลายของราชวงศ์โรมานอฟที่ปกครองจักรวรรดิรัสเซียมานานกว่า 300 ปี เริ่มจากการชุมนุมต่อต้านสงครามโลกครั้งที่ 1 แล้วก็ลามปามไปเรื่องความอดอยากยากจนของประชาชน โดยที่ไม่มีใครเคยนึกมาก่อนว่าประชาชนจะชนะ เหตุการณ์ในตอนนั้นเกิดตามสถานการณ์อย่างฉับพลันทันที โดยที่ไม่มีการวางแผนก่อนหน้านั้น ไม่ค่อยมีการเคลื่อนไหวต่อต้านราชวงศ์โรมานอฟอย่างเปิดเผย กระทั่งมีเรื่องอื้อฉาวคาวโลกีย์ของราชสำนักกับนายนอฟอีฮ์ นักบวชจากหมู่บ้านโปครอฟสโกเยีย จังหวัดโตบอลสค์ ซึ่งเรารู้จักในนามของเกรกอรี เอฟีโมวิช รัสปูติน การต่อต้านเป็นวงกว้างก็เกิดขึ้นกษัตริย์ที่ปกครองรัสเซียในตอนนั้นคือซาร์นิโคลัสที่ 2 โดยมีซารีนาอเล็กซานดรา เฟโอโดรอฟนา เป็นสมเด็จพระราชินี ทั้งสองพระองค์มีพระราชโอรสเพียงพระองค์เดียวคือ เจ้าชายซาเรวิชอะเล็กเซย์ นิโคลาเยวิช ที่ประชวรด้วยโรคฮีโมฟีเลีย พระโลหิตไม่แข็งตัวซาร์นิโคลัสที่ 2 และซารีนาอเล็กซานดราทรงพบรัสปูตินครั้งแรกเมื่อ ค.ศ.1905 โดยรัสปูตินเข้ามาในวังเพื่อรักษาเจ้าชายอะเล็กเซย์ พอเข้าวังมาแล้ว รัสปูตินก็สร้างสัมพันธ์สวาทกับอันนา วีรูโบวา นางสนองพระโอษฐ์คนสนิทของซารีนา ตามด้วยสัมพันธ์สวาทอันเลอะเทอะเปรอะปะกับสตรีสูงศักดิ์ของเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กอีกหลายคน รัสปูตินชอบกินดื่มเที่ยวเยี่ยวถ่าย อาละวาดและแสดงอำนาจตามใจชอบ ความหมกมุ่นกับตัณหาราคะทำให้เป็นที่ครหาซุบซิบนินทาในสังคมที่ทำให้ราชสำนักโรมานอฟสั่นคลอนขาดความเชื่อถือ เป็นข่าวลือว่ารัสปูตินมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับซารีนาอเล็กซานดรา เมื่อเรื่องซุบซิบนินทาเกิดขึ้นแล้วก็ไม่มีการแก้ข่าว ทำให้ทุกคนเข้าใจว่า ความเป็นชู้ระหว่างนักบวชมากกามกับซารีนาเป็นเรื่องจริง พวกตำรวจลับกราบทูลรายงานถึงซาร์นิโคลัสที่ 2 พระองค์ก็ไม่สนพระทัยรายงานของตำรวจลับถูกส่งไปถวายพระเจ้าซาร์แล้ว ก็ยังถูกส่งไปให้สื่อมวลชนด้วย อัครมหาเสนาบดีสโตลิปินและพวกภักดีต่อราชวงศ์กราบทูลขอให้ซาร์นิโคลัสที่ 2 ส่งรัสปูตินกลับไซบีเรีย เพื่อไม่ให้สถานการณ์บ้านเมืองเลวร้ายไปกว่านี้ ทว่าพระเจ้าซาร์ก็ทรงเฉยสมัยนั้น ข้าราชการอยากวิ่งเต้นโยกย้ายก็ต้องไปหารัสปูตินให้ช่วย ใครโจมตีรัสปูติน ซารีนาจะทรงขอให้ซาร์นิโคลัสที่ 2 ลงโทษด้วยการปลดออกจากตำแหน่ง เมื่อมีข่าวด้านลบของรัสปูตินลงในสื่อหนังสือพิมพ์มากขึ้น แทนที่ราชสำนักจะสืบสวนหาข้อเท็จจริง ซาร์กลับสั่งปลดเสนาบดีมหาดไทยด้วยข้อหาว่าขาดประสิทธิภาพในการควบคุมสื่อสิ่งพิมพ์ และตรัสว่า เรื่องของรัสปูตินเป็นพฤติกรรมส่วนบุคคลที่คนอื่นไม่สมควรจะแสดงความคิดเห็นรัสปูตินชอบกินเหล้าเมาหยำเปตามภัตตาคาร เมาแล้วก็ชอบโม้ถึงความสัมพันธ์กับสตรีชั้นสูง ชอบถอดกางเกงอวดอวัยวะเพศอันใหญ่โตมโหฬารที่สร้างความตะลึงพรึงเพริดให้กับผู้พบเห็น ชอบเล่าเรื่องบัดสีบัดเถลิงกับพวกราชสำนักจนพวกจงรักภักดีทนไม่ได้ไปแจ้งตำรวจจับก็หลายครั้ง ทว่าซาร์ก็ทรงปกป้อง แถมยังให้ตำรวจตามอารักขารัสปูตินตลอดเวลาซะอีกเรื่องของรัสปูตินเป็นสนิมที่เกิดในเนื้อในราชสำนัก กัดกร่อนชื่อเสียงพระเกียรติยศและทำให้ประชาชนคนรัสเซียในสมัยนั้นแบ่งเป็น 2 พวก พวกจงรักภักดีต่อราชวงศ์โรมานอฟก็ออกมาปกป้องซาร์และราชสำนักอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู พวกกลุ่มการเมืองฝ่ายซ้ายก็เห็นเป็นโอกาสเคลื่อนไหวโจมตีซาร์นิโคลัสที่ 2 และราชสำนักรุนแรงยิ่งขึ้นเรื่องนี้ยาว พรุ่งนี้มาว่ากันต่อครับ.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com