สำนักงานสภาพอากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NWS) รายงานว่า พายุทอร์นาโดรุนแรงหลายลูกพัดถล่มทางภาคใต้สุดของสหรัฐฯในวันอีสเตอร์เมื่อ 12 เม.ย. ขณะที่สหรัฐฯ กำลังต่อสู้การแพร่ระบาดอย่างหนักของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยรัฐมิสซิสซิปปีตอนใต้รับเคราะห์หนักที่สุด ซึ่งสำนักงานรับมือภัยพิบัติฉุกเฉินของรัฐมิสซิสซิปปี (MSEMA) รายงานว่า พบผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 18 คน ในเขตวอลต์ฮอลล์ เคาน์ตี, ลอว์เรนซ์ เคาน์ตี และเจฟเฟอร์ซัน เดวิส เคาน์ตี คาดว่ายอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจะเพิ่มขึ้นอีกนอกจากนี้ พายุทอร์นาโดยังพัดถล่มรัฐหลุยเซียนา อลาบามาและจอร์เจีย สร้างความเสียหายแก่อาคารบ้านเรือนและทำให้ไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง นายกเทศมนตรีเมืองมอนโรในรัฐหลุยเซียนาเผยว่าพายุทอร์นาโดซึ่งพัดถล่มรัฐหลุยเซียนาก่อนถล่มรัฐมิสซิสซิปปี ทำให้บ้านเรือนในเมืองมอนโรเสียหาย 200-300 หลัง เที่ยวบินเข้าออกสนามบินมอนโรรีเจียนัล ถูกยกเลิก พายุยังทำให้เครื่องบินในโรงเก็บเครื่องบินเสียหายคิดเป็นมูลค่ากว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนรัฐเท็กซัสและหลายพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกก็ตกอยู่ในความเสี่ยงจากทอร์นาโดเช่นกันนายเทต รีฟส์ ผู้ว่าการรัฐมิสซิสซิปปีแถลงเตือนประชาชนให้ระวังภัยจากทอร์นาโด และรีทวีตคำเตือนจาก MSEMA ที่ขอให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย หรือใช้ผ้าพันคอปิดปากปิดจมูกเมื่อจำเป็นต้องออกนอกบ้าน เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วย ทั้งนี้ในวันอีสเตอร์หรือวันรำลึกการฟื้นคืนพระชนม์ชีพของพระเยซูปีนี้ ชาวคริสต์ทั่วโลกรวมทั้งในสหรัฐฯ ต้องกักตัวอยู่แต่ในบ้านเป็นส่วนใหญ่เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ส่วนโบสถ์ต่างๆเลือกจัดพิธีทางศาสนาทางออนไลน์ หรือตั้งสถานที่ประกอบพิธีแบบไดรฟ์-ทรู ให้ประชาชนขับรถเข้าไปใช้บริการทางศาสนาแทนการไปชุมนุมกันในโบสถ์อย่างไรก็ตาม ความพยายามของเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ ที่สั่งห้ามการชุมนุมประกอบพิธีทางศาสนาตามโบสถ์ กลับถูกต่อต้านและฟ้องร้องในศาลหลายรัฐทั่วประเทศว่ารัฐบาลมีอำนาจสั่งห้ามหรือไม่ แต่เมื่อ 11 เม.ย. ศาลสูงรัฐอาร์คันซอตัดสินยืนตามคำสั่งผู้บริหารของสหรัฐฯ ที่ห้ามการชุมนุมของประชาชนเกิน 10 คนในการประกอบพิธีทางศาสนาหรือจัดพิธีศพ นับเป็นชัยชนะของนางลอรา เคลลี ผู้ว่าการรัฐอาร์คันซอ ผู้สนับสนุนมาตรการดังกล่าว หลังถูกฝ่ายพรรครีพับลิกันคัดค้าน.