ผลนับคะแนนเลือกตั้งภายในแบบคอคัสที่รัฐเนวาดา เลือกผู้แทนพรรคเดโมแครตไปชิงประธานาธิบดีสหรัฐฯใน 3 พ.ย.ปีนี้ ปรากฏว่า เบอร์นี แซนเดอร์ส ส.ว.หัวเอียงซ้ายจากรัฐเวอร์มอนต์ วัย 78 ปี มีคะแนนทิ้งห่างคู่แข่งเด็ดขาด โดยเมื่อคืนวันที่ 22 ก.พ. ผลนับคะแนนราว 50% ของเขตเลือกตั้งรวม มีคะแนนนำราว 46% โดยมีโจ ไบเดน วัย 77 ปี อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ อยู่อันดับ 2 ได้ 19% อันดับ 3 คือพีท บูทะเจจ วัย 38 ปี อดีตนายกเทศมนตรีเมืองเซาท์ เบนด์ รัฐอินเดียนา ที่ผงาดคว้าชัยเลือกตั้งคอคัสสนามแรกที่รัฐไอโอวาแบบเฉียดฉิว อยู่อันดับ 3 ได้ 15% ส่วนอีก 2 คนคือเอลิซาเบธ วอร์เรน ส.ว.รัฐแมสซาชูเสตต์ วัย 70 ปี และเอมี โคลบูชาร์ ส.ว.รัฐมินเนโซตา วัย 59 ปี ตามมาอันดับ 3-4 ได้คะแนน 10% และ 4% ตามลำดับตามกติกาแล้ว ผู้สมัครต้องได้คะแนนมากกว่า 15% ถึงจะได้คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง (delegates) ผู้ที่จะเข้าประชุมใหญ่พรรคเดโมแครตในเดือน ก.ค. เพื่อเลือกผู้แทนพรรคไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ แซนเดอร์สซึ่งเกือบชนะที่รัฐไอโอวาและชนะที่รัฐนิวแฮมป์เชียร์ มีคะแนนผู้เลือกตั้งอยู่แล้ว 21 คน/คะแนนโดยยังไม่นับรวมคณะผู้เลือกตั้งที่รัฐเนวาดา แต่ถือว่ายังห่างไกลจาก 1,990 คน/คะแนน เพื่อการันตีคว้าตั๋วผู้แทนพรรคแน่นอนสนามถัดไป เป็นเลือกตั้งแบบไพรมารีที่รัฐเซาท์แคโรไลนา ในวันเสาร์ที่ 29 ก.พ. ตามด้วยศึกซุปเปอร์ทิวสเดย์ วันที่ 3 มี.ค. มีเลือกตั้งพร้อมกัน 14 รัฐ มีคณะผู้เลือกตั้งให้ช่วงชิงรวมกันทั้งหมดมากถึง 1,344 คน โดยจะยังมีตัวละครใหม่อย่างไมเคิล บลูมเบิร์ก มหาเศรษฐี อดีตนายกเทศมนตรีมหานครนิวยอร์ก ผู้ทุ่มเงินหาเสียงทั่วประเทศมหาศาลแต่เลือกไม่ลงแข่งใน 4 สนามเลือกตั้งแรกรวมทั้งรัฐเซาท์แคโรไลนา หวังลุ้นเลือกตั้งศึกซุปเปอร์ ทิวสเดย์คราวเดียวและเพิ่งยอมขึ้นเวทีดีเบตประชันวิสัยทัศน์ก่อนเลือกตั้งที่รัฐเนวาดาจนถูกเพื่อนผู้สมัครโจมตีว่าเป็นเศรษฐีหว่านเงินซื้อเลือกตั้งการเลือกตั้งที่รัฐเนวาดา เจ้าหน้าที่เลือกดำเนินการด้วยระบบที่ไม่ต้องใช้เทคโนโลยีทันสมัยมาก พึ่งพาการโทรศัพท์แจ้งผลและโทรศัพท์ฮอตไลน์สายด่วนพร้อมทำตารางภาพผู้สมัครประกอบการนับคะแนนเพื่อความชัดเจน ป้องกันปัญหาการรายงานผลขัดข้องจนล่าช้าเหมือนที่รัฐไอโอวา.