ภาพ : Wasef et al, 2019ในสุสานอียิปต์โบราณมักเต็มไปด้วยซากมัมมี่นกช้อนหอยศักดิ์สิทธิ์ (Sacred ibis) ในช่วงเวลา 664 ก่อนคริสตกาลจนถึงคริสต์ศักราชที่ 250 ว่ากันว่าชาวอัยคุปต์จะดักจับนกช้อนหอยศักดิ์สิทธิ์ (Sacred ibis) จากแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติมาเป็นเครื่องสังเวยในพิธีกรรมบูชาเทพเจ้าธอธ (Thoth) ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาในยุคนั้นในโบราณสถานทั่วอียิปต์ บรรดานกมัมมี่เหล่านี้จะเรียงซ้อนกันจากพื้นจดเพดานเรียกว่ามีการสละชีวิตนกป่าจำนวนหลายล้านตัว ทว่าที่ยังเป็นปริศนาก็คือวิธีที่ชาวอียิปต์โบราณจับนกได้จำนวนมาก บางตำราโบราณระบุว่าอาจมีการทำฟาร์มเลี้ยงนกในระยะยาว ล่าสุด แซลลี่ วาเซฟ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยกริฟฟิธ ในออสเตรเลีย และเพื่อนร่วมงาน เผยว่าได้รวบรวมดีเอ็นเอของมัมมี่นกช้อนหอยศักดิ์สิทธิ์ 40 ตัวจากสุสานอียิปต์ 6 แห่งมีอายุราว 2,500 ปี และอีก 26 ตัวอย่างของนกยุคใหม่ทั่วทวีปแอฟริกา มาลำดับข้อมูลทางพันธุกรรมทั้งหมด และนำข้อมูลมาเปรียบเทียบความหลากหลายทางพันธุกรรมระหว่างประชากรนกป่ากับนกที่ถูกนำไปสังเวยนักวิจัยเผยว่านกถูกเลี้ยงในฟาร์มจะมีความหลากหลายทางพันธุกรรมต่ำ เพราะการผสมพันธุ์ของประชากรนกถูกจำกัด แต่ในทางตรงกันข้าม การศึกษานี้พบว่าความหลากหลายทางพันธุกรรมของมัมมี่นกช้อนหอยศักดิ์สิทธิ์นั้นคล้ายคลึงกับพวกนกป่าในปัจจุบัน ชี้ให้เห็นว่านกไม่ได้มาจากการทำฟาร์ม แต่เป็นการทำให้เชื่องในระยะสั้น ซึ่งนกน่าจะถูกเลี้ยงธรรมชาติหรือเลี้ยงไว้เฉพาะช่วงเวลาของปีที่มีพิธีบูชาเทพเจ้า.