หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ทวีตโจมตีประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส กรณีมาครงโจมตีลัทธิชาตินิยมในพิธีรำลึกวันสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 1 ครบรอบ 100 ปี ที่กรุงปารีสเมื่อ 11 พ.ย. ทั้งยังเสนอให้ตั้งกองทัพยุโรป โดยทรัมป์ล้อเลียนว่าฝรั่งเศสยิ่งชาตินิยมที่สุด มาครงมีคะแนนนิยมต่ำสุด และฝรั่งเศสเคยแพ้สงครามและถูกเยอรมนียึดครองนั้นเมื่อ 14 พ.ย. โฆษกรัฐบาลฝรั่งเศสแถลงว่า ทวีตของทรัมป์ไม่เหมาะสม “ไร้มารยาทผู้ดี” และชี้แจงว่าคำพูดของมาครงมีขึ้นในวาระครบรอบ 3 ปีที่ผู้ก่อการร้ายโจมตีกรุงปารีสและเมืองแซงต์เดนีส์ ด้วยปืนและระเบิดพลีชีพ มีผู้เสียชีวิต 130 คน ไม่ได้พูดถึงทรัมป์ ส่วนมาครงกล่าวว่าฝรั่งเศสเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯมายาวนาน แต่ไม่ใช่รัฐบริวารของสหรัฐฯ ควรเคารพซึ่งกันและกัน สิ่งสำคัญที่สุดคือความร่วมมือที่ดีเยี่ยมระหว่างกองทัพสหรัฐฯ และฝรั่งเศสด้านกลุ่มสื่อมวลชนสหรัฐฯ รวมทั้งฟ็อกซ์ นิวส์, เอบีซี นิวส์, เอพี, นิวยอร์ก ไทมส์ ร่วมยื่นฟ้องทางกฎหมายขอให้รัฐบาลทรัมป์คืนใบอนุญาตเข้าทำเนียบขาวให้จิม คอสตา นักข่าวของซีเอ็นเอ็นที่ถูกริบใบอนุญาตหลังทะเลาะกับทรัมป์ แต่โฆษกรัฐบาลอ้างว่ามีสิทธิ์เต็มที่ที่จะห้ามหรืออนุญาตให้ใครเข้าถึงประธานาธิบดีได้ อนึ่ง ทรัมป์ยังสั่งปลดนางมิรา ริคาเดล รองที่ปรึกษา ด้านความมั่นคงแห่งชาติที่ขัดแย้งกับนางเมลาเนีย ภริยาของทรัมป์.