เปิดงานใหญ่สุดพิเศษรับต้นปีกับงาน “สหมงคลฟิล์มกลางแปลง ครั้งที่ 2” โดย “สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่น แนล” ชวนนางเอก สาว “เต้ย–จรินทร์พร จุนเกียรติ” จากหนัง “Timeline จดหมาย ความทรงจำ” รวมทั้ง “เบลล์–เขมิศรา พลเดช” จากหนัง “เทอมสองสยองขวัญ” มาสร้างความสดใสคึกคักพูดคุยทำกิจกรรมกับแฟนๆ พร้อมร่วมชมภาพยนตร์ในบรรยากาศกลางแปลงสุดชิลที่ “งานเกษตรแฟร์ 2567” ณ มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน เลยได้อัปเดตเต้ย ที่เพิ่งตัดสินใจไปบริจาคอวัยวะเมื่อวันเกิดที่ผ่านมา หลังคุณพ่อของเต้ยได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนไตจากผู้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะไว้ตอนมีชีวิตอยู่ เต้ย โดยเริ่มจากเชิญชวนทุกคนมาร่วมงาน “เต้ยยังไม่เคยดูหนังกลาง แปลงมาก่อนเลย นี่จะเป็นครั้งแรกที่ได้ดูค่ะ วันนั้นก็มีคนมางานกันเยอะมากๆ มานั่งดูหนังกันแบบสบายๆ น่ารักดีค่ะ ก็เป็นกิจกรรมที่สามารถทำกับเพื่อนก็ได้ ครอบครัวก็ได้รู้สึกปลื้มใจมากๆ งาน ‘สหมงคลฟิล์มกลางแปลง’ จะมีไปจนถึงวันที่ 10 ก.พ.นี้เลยค่ะ” ถามเรื่องที่คุณพ่อได้ผ่าตัดเปลี่ยนไต? “ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากๆ คุณพ่อเต้ยเป็นโรคไต แล้วโชคดีมากๆที่ได้คิวเปลี่ยนไตพอดีค่ะ คือคุณพ่อเป็นกรรมพันธุ์จากคุณย่า เป็นมาสักพักใหญ่ๆแล้ว จนกระทั่งต้องฟอกเลือดแล้วมันทำให้เต้ยเห็นคุณค่าของการบริจาคอวัยวะจริงๆ เพราะคุณพ่อก็ได้รับบริจาคอวัยวะมาจากทางสภากาชาดไทยอีกทีหนึ่ง ก็รอมาประมาณเกือบปี คือเมื่อก่อนรอประมาณ 2 ปี แต่เดี๋ยวนี้พอเทคโนโลยีมันดีขึ้น คนเริ่มรู้จักการบริจาคอวัยวะเยอะขึ้นผู้ป่วยหลายๆคนก็ได้เปลี่ยนเร็วขึ้นค่ะ เต้ยคุยกับคุณหมอ เขาบอกว่าถ้าคนบริจาคอวัยวะกันเยอะๆก็จะทำให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคต่างๆได้เปลี่ยนอวัยวะเร็วขึ้น ตอนรอของคุณพ่อเอาจริงๆลุ้นมากๆค่ะ เพราะได้รับการติดต่อมาประมาณ 2 รอบว่า คุณพ่อจะได้แล้วนะ แต่คือเค้าจะมีลำดับค่ะ โชคดีได้เป็นลำดับแรกแล้วแมตช์พอดี ถือเป็นเรื่องดีมากๆในช่วงปีนี้ของคุณพ่อเลย”พอถึงวันเกิดก็เลยไปบริจาคอวัยวะ? “คือตั้งแต่ตอนนั้นเต้ยก็คิดเลยว่าเต้ยจะไปบริจาคอวัยวะแน่ๆ เพราะเราตายไป เราเอาอะไรไปไม่ได้จริงๆ แต่ว่ามันเห็นชัดๆเลยว่าคนใจดีที่บริจาคไตให้คุณพ่อเต้ยค่ะ การบริจาคก็แค่ลงนามแสดงความจำนงว่าจะบริจาคเฉยๆ เค้าไม่ได้เอาไตเราไปตอนนี้ค่ะ พอได้ไปบริจาคแล้วรู้สึกดีใจค่ะ เป็นการตัดสินใจที่ดีมากๆของตัวเองเลย ถ้าเราเสียชีวิตไปมันยังสามารถเอาดวงตา เอาหัวใจ เอาไตของเราไปทำให้เกิดประโยชน์ คนที่บริจาคให้คุณพ่อ เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเค้าเป็นใครเพราะมันเป็นกฎค่ะ ก็จะรู้แค่รูปพรรณสัณฐาน เค้าใช้ชีวิตยังไง สูบบุหรี่มั้ยจะรู้แค่นี้ ก็จะตั้งจิตขอบคุณเค้าเอา ไม่รู้ว่าเป็นใครแค่ขอบคุณมาก นี่เลยเป็นอีกเหตุผลที่เต้ยกล้าบริจาคอวัยวะ เพราะเค้าจะไม่รู้ว่าเราเป็นใครค่ะ” มุมมองการใช้ชีวิตผ่านวันเกิดแล้วเปลี่ยนไปยังไงบ้าง? “ปีนี้เต้ยโฟกัสที่ความสุขของตัวเองและคนรอบข้าง โฟกัสที่ความสุขเล็กๆง่ายๆ เพราะปีที่แล้วช่วงครึ่งปีหลังเต้ยค่อนข้างจริงจังมากๆกับการทำงาน การคิดงาน อยู่ดีๆก็ฮึบ ความสุขเล็กๆที่เราเคยมีมันไปไหน ปีนี้เราจะจอยๆ ดูเป็นคนสดใสใช่มั้ยแต่จริงๆเป็นคนจริงจังค่ะ”การทำงานปีนี้ล่ะ งานหนังก็หายไปนาน? “งานหนังก็อยากทำค่ะ ตอนนี้ค่อนข้างเปิดกว้างมากๆ ถ้าสมมติว่ามันมีโปรเจกต์ดีๆที่น่าสนใจก็พร้อมลุย เป็นฟีลจอยๆมากกว่าค่ะ ถามว่าพอเป็นนักแสดงอิสระแล้วมันคิดมากขึ้นหรือง่ายขึ้นมั้ย เต้ยว่าวัดจากความเอนจอยของตัวเองมากกว่า เพราะเต้ยเชื่อว่าถ้ามันเริ่มจากสิ่งที่เราสนใจ เราจะทำสิ่งนั้นออกมาได้ดีจริงๆค่ะ ก็รับได้หมดเลย”.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่