“นักเล่าข่าว-ผู้ประกาศข่าว-นักวิเคราะห์ข่าว” ทางโทรทัศน์ ดูเหมือนใกล้เคียงในการทำงาน แต่มันก็แตกต่างกันอย่างมาก!!“นักเล่าข่าว” เราคงได้เห็นอย่างดาษดื่นในจอทีวีแทบทุกเวลาและทุกช่อง ว่ากันว่าเป็นความทันสมัยแห่งยุคดิจิทัลนักเล่าข่าวย่อมมีบทบาทสูง มีเทคนิคส่วนตัวของใครของมัน ผสานลีลาปรุงผสมลงไปในข่าว คือจุดเรียกร้องความน่าสนใจแก่ผู้ชม อันนี้คือประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่สอนกันไม่ได้ในอาชีพนี้ลองดูเจ้าพ่อกรรมกรข่าวอย่าง สรยุทธ สุทัศนะจินดา กันเอาเอง ทำไมถึงเป็นเบอร์หนึ่งอย่างไร้เทียมทาน ก็เพราะเขาคือ “ต้นฉบับ” ขนานแท้!!“ผู้ประกาศข่าว” ยังมีประปรายในหลายช่อง แม้จะถูกค่อนขอดตกยุคไปแล้ว แต่การวางท่าภูมิฐาน น้ำเสียงที่สะอาดชัดเจน ไม่เจือ “ยาพิษ” ลงไปในข่าว ก็คือเครดิตความน่าเชื่อถือ ทั้งตัวบุคคลและเนื้อหาข่าว“นักวิเคราะห์ข่าว” เจนจัด เชี่ยวชาญในสาขานั้นๆ อาทิ เศรษฐกิจ การเมือง สังคม หรือแม้กระทั่งกีฬานักวิเคราะห์ข่าวทางโทรทัศน์ที่ดีต้องสร้างความเชื่อมั่นด้วยข้อมูลส่วนลึก แหล่งข่าวส่วนตัวที่ชัดเจน และไม่มีวาระแอบแฝงใดๆ เพื่อผลวิเคราะห์ที่ถูกต้องหรือใกล้เคียงความจริงแห่งอนาคตเหล่านี้เราจะเรียกได้เต็มปากว่า “กูรู” หรือผู้รอบรู้ อุดมไปด้วยวิสัยทัศน์และเชิงทัศน์ ประกอบขึ้นเป็นความน่าศรัทธาแก่ผู้ชมแต่ทุกวันนี้ที่มันยุ่งเหยิงในจอทีวีมากเกินไป ก็เพราะมีบางคนทำหน้าที่ผิดฝา ผิดตัว โดยเฉพาะ “นักเล่าข่าว” โหนทะยาน เข้าไปสู่ “นักวิเคราะห์ข่าว” เหมือนเป็น “กูรู” คนหนึ่งคือทั้งเล่าข่าวด้วยลีลาเผ็ดร้อน ถึงพริก ถึงขิงแล้ว ยังวิเคราะห์เหตุผลในข่าวไปในตัว แถมชี้นำบทสรุปของข่าวอย่างหน้าตาเฉยไม่ละอายเลยสักนิดว่า นั่นไม่ใช่ หน้าที่ตัวเอง ไม่ใช่สิ่งที่พึงกระทำ!!‘‘แจ๋วริมจอ’’jaewrimjor@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “ทีวีบันเทิง” เพิ่มเติม