แต่งงานกับ พี่หมี-พ.ต.ท.ศักดิ์สุนทร เปรมานนท์ จนใกล้จะถึงวันครบรอบ 1 ปีอยู่แล้ว หลายคนก็อยากเห็นเบบี๋ เมื่อ แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ มาร่วมงานแถลงข่าว ธีรพร ครบรอบ 40 ปี ก้าวสู่โรงพยาบาลศัลยกรรมเฉพาะใบหน้า ที่ LIVING ROOM ไอคอน ซีเนคอติค ชั้น 6 ในฐานะพรีเซนเตอร์คนแรกของคลินิก เลยมีโอกาสถามถึงเรื่องมีลูก รวมถึงเรื่องที่เพิ่งจะทำตาสองชั้นเป็นครั้งแรกเมื่อเร็วๆ นี้ด้วย โดย แพนเค้ก เผยว่า “ที่ตัดสินใจทำตาเพราะตาสองชั้นไม่เท่ากัน ต้องติดสก๊อตช์เทปตอนทำงาน เคยคิดว่าเราจะอยู่กับมันได้ไม่เป็นไร แต่พอวันหนึ่งที่ตัดสินใจจะลองดู เพราะเชื่อมั่นคุณหมอว่าแผลนิดเดียว และไม่ได้ทำให้มันต่างจากเดิม คือยังคงเป็นเรา มันก็ไม่ได้เปลี่ยนมาก แค่เป็นเราที่เหมือนติดสติกเกอร์ไว้ตลอด ก็เลยโอเคเชื่อคุณหมอและลองทำดู แต่พอตอนทำคุณหมอก็บอกว่าเรากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง คือคุณหมอพยายามให้ลืมตา เราก็บอกว่าลืมได้ปกติ แต่ปรากฏว่าถ่ายรูปออกมาแล้วมันลืมไม่ขึ้น มันตกลงมา ก็เลยรู้ว่ามันมีโอกาสที่จะซ่อนอยู่ บางทีเราอาจไม่รู้ตัว พอมาทำก็ถือว่าเป็นโชคดีไป”ก่อนหน้านั้นมันกระทบกับการใช้ชีวิตเรามั้ย?“มันทำให้ตาไม่เท่ากันค่ะ โดยที่เราไม่รู้ เหมือนบางวันตื่นมาตาก็สวย บางวันตื่นมาตาก็เหลือชั้นเดียว ซึ่งเราไม่รู้ว่ามีปัญหาตรงนี้ ถ้าไม่ทำหนังตาก็จะเลื่อนลงมาเรื่อยๆ ซึ่งเราก็อาจจะต้องติดสติกเกอร์ค้ำไว้ แต่พออายุเยอะๆ มันก็จะปิดลงมา เหมือนการมองเห็นเราก็จะแคบลง แต่พอเราดึงขึ้นมันก็ดูสว่างขึ้น ชัดขึ้น อันนี้ทำข้างซ้ายค่ะ พอทำเสร็จก็ใช้ชีวิตได้ตามปกติเลยค่ะ เราก็ทำตามขั้นตอนที่คุณหมอบอก อย่านอนเยอะ เพราะยิ่งนอนมันยิ่งบวม”อยากทำอะไรเพิ่มอีกมั้ย?“ณ ตอนนี้คือโอเค แฮปปี้กับการใช้ชีวิต ชั้นตาเท่ากันก็รู้สึกง่ายขึ้น การใช้ชีวิตง่ายขึ้นมากๆค่ะ”ที่ผ่านมาเคยทำศัลยกรรมมาบ้างมั้ย?“ทำแค่ตาอย่างเดียวครั้งนี้แหละค่ะ เป็นครั้งแรกในชีวิตเลย อย่างอื่นก็แค่ทำทรีตเมนต์บำรุงปกติ ก่อนหน้านี้ก็หมวยๆ อย่างที่เห็นเลยค่ะ (หัวเราะ)”อนาคตคิดมั้ยว่าจะทำอะไรอีก?“ก็เริ่มคิดแล้วค่ะ (หัวเราะ) เนื่องจากอายุที่มากขึ้น แต่วันนี้เราก็พยายามดูแลตัวเองอยู่ตลอด แต่ก็ไม่รู้ว่าถ้าอายุมากขึ้น ด้วยแรงโน้มถ่วงต่างๆ เพราะเราก็ยังคงต้องใช้หน้าตา ร่างกายในการทำงาน ก็ให้เป็นตามสเต๊ปไป แต่ที่สำคัญคือยังคงเป็นธรรมชาติและดูเป็นตัวเราค่ะ”พี่หมี หันมาสนใจเรื่องศัลยกรรมบ้างมั้ย?“คือพอเวลาเราออกกล้องด้วยกันบ่อยๆ และถ่ายรูปกัน เขาก็จะรู้สึกว่าเขาต้องดูแลตัวเองเยอะขึ้น อาจจะแค่เริ่มจากการทาครีมกันแดดมันอาจจะไม่เพียงพอ ณ วันนี้ก็มีการทำทรีตเมนต์ เติมวิตามินให้ดูไบรท์ขึ้น คุณหมอก็มีชักชวนนะคะ เขาก็บอกว่าเขาขอทำวิตามินทำทรีตเมนต์ไปก่อนเขาก็โอเค (ยิ้ม)”เรื่องมีลูกพร้อมหรือยัง?“ยังค่ะ ตอนนี้ยังทำงานอยู่ค่ะ (ยิ้ม) เราคุยกันว่าในปีนี้เราจะทำงาน กันก่อน ส่วนที่คนเห็นไปเดินเลือกซื้อของใช้เด็กเล็กนั้น จะซื้อให้หลานๆค่ะ เพราะเวลาไปไหนพี่หมีก็จะไม่เคยลืมที่จะซื้อชุด เสื้อผ้า รองเท้า ก็จะนึกถึงกันตลอด ไม่ใช่ของตัวเองค่ะ (ยิ้ม)”ปีนี้ยังไม่มีแพลนใช่มั้ย?“ยังไม่มีแพลนค่ะ (ยิ้ม) ตอนนี้ในละครเป็นคุณแม่ตลอดเลย ก็เลยได้ซ้อมมีลูก 4-5 ขวบ (ยิ้ม) แต่ถ้าถามตัวเองวันนี้เราก็อยากตั้งใจกับการทำงาน กับการใช้ชีวิตของเรา ดูแลกันในแบบนี้ก่อน”คิดว่าอีกสักกี่ปีถึงจะคิดเรื่องมีทายาท?“ถ้าดูจากงานก็น่าจะอีกสัก 1-2 ปี ที่เรามองกันไว้ แต่จะเปลี่ยนแผนมั้ยหรือยังไงก็ค่อยว่ากันค่ะ ส่วนพี่หมี ณ ตอนนี้ที่พูดตรงกันคืออยากใช้ชีวิตในช่วงเวลาตรงนี้กับการทำงาน และช่วงนี้มีงานหลากหลายอย่าง พี่หมีเองก็ยุ่งเช่นกัน ก็เลยคิดว่าแบบนี้น่าจะเหมาะกับเราในช่วงเวลาตรงนี้ก่อน”คุณแม่แพมอยากอุ้มหลานหรือยัง?“บอกให้แม่แพมเล่นกับหลานสองคนที่บ้านก่อน (หัวเราะ) แม่แพมมีกิจกรรมตลอดค่ะ เมื่อถึงเวลาค่ะ คุณแม่ก็ไม่ได้เร่งรีบอะไร”รู้สึกยังไงที่มีข่าวว่าเราท้องแล้ว?“ยังค่ะ (ยิ้ม) ถ้าซื้อของก็น่าจะเป็นของหลานๆ อดไม่ได้ เพราะเดี๋ยวนี้ของเด็กๆน่ารักเยอะแยะไปหมด อาจจะเห็นแพนช็อปอย่างนั้นมากกว่า”เคยคิดมั้ยว่าถ้าเป็นลูกเราเองจะเลือกแบบไหนดี?“ถ้าเป็นลูกเราคงเลือกเยอะมาก คงช็อปลืม ทุกวันนี้ก็ช็อปกระจายอยู่แล้ว (หัวเราะ) ก็คงเลือกในแบบที่เป็นเราค่ะ”ในอนาคตยังอยากมีน้องอยู่ใช่มั้ย?“ก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคตนะคะ (ยิ้ม) แต่ ณ วันนี้ยังอยากใช้ชีวิตกันแบบนี้ก่อนค่ะ เอาเป็นว่ามีแพลนดีกว่า แต่จะยังไงเดี๋ยวค่อยว่ากัน ขอเวลาก่อน 2 ปี”2 ปีหรือ 2 คน?“ก็คิดเหมือนกันว่าถ้าทำก็ทีเดียวไปเลยเนอะ (หัวเราะ) คือเราคุยกันเฉยๆ แต่ยังไม่มีอะไรที่เป็นแบบแผนแน่นอน ที่คุยกันคือตอนนี้ขอเป็นแบบนี้ก่อน สบายใจก่อนค่ะ”.