ถือเป็นศิลปินหญิงเบอร์เดียวของไทยที่ก้าวไกลได้โกอินเตอร์จนโด่งดัง สำหรับซุปเปอร์สตาร์สาวแซ่บ อมิตา ทาทา ยัง และในที่สุดความฝันในการมีคอนเสิร์ตใหญ่ในรอบ 5 ปีของเธอก็ได้เกิดขึ้นกับคอนเสิร์ต “ทาทา ยัง มาย เพอร์เฟ็คชั่น คอนเสิร์ต (TATA YOUNG MY PERFECTION CONCERT)” ที่จะจัดขึ้น 2 รอบการแสดงในวันศุกร์ที่ 11 ต.ค. และวันเสาร์ที่ 12 ต.ค.2562 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน จัดโดยบริษัท เน็กซ์ คอมพานี วันนี้เราเลยได้คิวคว้าตัวสาวสุดฮอตตัวแม่มานั่งคุยอัปเดตชีวิตกันซะหน่อยตื่นเต้นมั้ยกับคอนเสิร์ตใหญ่ในรอบ 5 ปีของตัวเอง“ตื่นเต้นมากค่ะ เพราะทาทาไม่ได้ร้องเพลงสากลที่เป็นแบบครบอัลบั้มแบบนี้มาเป็น 10 ปีแล้วค่ะ รู้สึกตื่นเต้นกับโปรดักชันที่เน็กซ์ คอมพานี กำลังจัดไว้ให้ ซึ่งทาทาได้เห็นหมดแล้ว ได้เห็นเวที ได้เห็นทุกอย่างแล้ว บอกเลยค่อนข้างอลังการงานสร้างมาก ตื่นเต้นตรงที่เราได้เป็นโชว์ ไดเรกเตอร์ ทุกคนจะได้เห็นในอีกบทบาทหนึ่งของทาทานอกจากการเป็นนักร้อง คือการได้เป็นผู้กำกับการแสดงให้กับงานโชว์ของตัวเอง ทาทาค่อนข้างพิถีพิถันในทุกขั้นตอนของคอนเสิร์ตนี้ แดนเซอร์ที่คัดมาเองกับมือจะออกมาแต่ละองค์แบบไหนอย่างไร เราต้องเห็นภาพหมด ซึ่ง ณ ตอนนี้เรามีข้อมูลใหม่เพิ่มเข้ามาหลังจากที่ได้แถลงข่าวไปว่า ณ ตอนนี้เราใช้ดีไซเนอร์แบรนด์ไทยชื่อดังทั้งหมด 10 ดีไซเนอร์ มาร่วมในงานโชว์ของเราในครั้งนี้ด้วย อย่างเรื่องการซ้อมเต้นนั้น จริงๆทาทาได้เริ่มซ้อมจริงจังมาตั้งแต่งานแถลงข่าวแล้วค่ะ มีเพลงที่เราจะต้องใช้แสดงในวันจริงด้วย ก็ถือเป็นการซ้อมทั้ง 2 พาร์ตไปพร้อมๆกัน ซึ่งจะบอกอีกอย่างว่า หลังจากที่มีลูกแล้ว แข็งแรงขึ้นเยอะค่ะ มีพลังเยอะ ต่อจากนี้คิวของทาทาก็จะมีแต่ซ้อมๆๆ ทุกวันเลย แต่ละวันตื่นมาช่วงเช้าก็อยู่กับลูกก่อนนิดนึง พอ 8-9 โมงก็เริ่มทานนิดหนึ่ง เข้า 10 โมงก็ออกกำลังกาย แล้วบ่ายก็คือซ้อมเต้นถ้าไม่ซ้อมเต้น ก็จะเป็นซ้อมร้องเพลง ซ้อมแอ็กติ้งบนเวทีต่างๆ” คอนเสิร์ตนี้อะไรคือ มาย เพอร์เฟ็คชั่นของทาทา ที่อยากนำเอามาโชว์“คืออยากจะบอกว่าคอนเสิร์ตนี้มันเหมือนกับการที่เราเอาประสบการณ์ในชีวิตของเราในแต่ละเพลง มานำเสนอในรูปแบบที่เรามองภาพไว้ว่าน่าจะเป็นอีกมุมหนึ่งได้ เรารู้สึกว่าดูมดูมถูกสร้างมาให้เป็นแบบที่เราเคยเห็นกันแบบที่ผ่านๆมา จนคนติดภาพนั้นไปแล้ว ก็เลยเป็นอะไรที่ค่อนข้างที่จะท้าทายมากสำหรับทาทา จะทำยังไงก็ตามให้ดูมดูมออกมาเป็นภาพใหม่ เราก็เลยแบบลองทำเป็นแบบเนี่ย แต่ว่ายังบอกไม่ได้ในตอนนี้นะคะ (หัวเราะ) จะเป็นยังไง คนดูจะเปลี่ยนมุมมองไหมทาทาอยากให้เปลี่ยนองค์ประกอบหลายๆ อย่าง ไม่อยากเล่นอะไรเดิมๆ แต่ทุกๆอย่างยังอลังการเหมือนเดิม มันจะช่วยทำให้โชว์น่าสนใจสนุกมากขึ้น อยากให้คนดูเข้าไปดูแบบไม่ต้องคาดหวังอะไร แล้วจะได้ไปเห็นไปเจอสิ่งที่ดีอยู่ตรงหน้า มันเต็มที่มากๆ พูดแล้วยังขนลุกเลย”อย่างวันแถลงเห็นมีแต่เพลงสากล วันจริงจะเป็นเพลงสากลล้วนๆ เลยหรือเปล่า“คอนเสิร์ตนี้ไม่มีเพลงไทยแม้แต่เพลงเดียวค่ะ ซึ่งไม่อยากให้คนคิดแบบว่า อุ๊ยไม่คุ้มเลยไม่ได้ดูทาทาในเวอร์ชันเพลงไทยดังๆ คือจะบอกว่าใน 7 ปีที่ผ่านมานี้ ทาทาร้องเพลงไทยเหล่านั้นเยอะมาก แต่เพลงสากลไม่ได้ถูกมาร้องเลย ทั้งๆที่มันก็มีเสน่ห์ในตัวของมันเหมือนกันนะ แต่ทั้งนี้เพลงสากลเนี่ยไม่ใช่แค่เพลงตัวเองอย่างเดียวนะ มีอีกหลายเพลงที่ท้าทาย เชื่อว่าถ้าทุกคนได้ยินจะต้องกรี๊ด หรือไม่ก็ลุกขึ้นมาเต้น แทบจะทุกองค์โชว์ที่เชื่อว่าจะนั่งไม่ติดเก้าอี้แน่นอน ยกเว้นองค์ที่เป็นเพลงเศร้าที่ต้องการอารมณ์เศร้า อันนั้นโอเคเราเข้าใจฟีล”แขกรับเชิญล่ะ มีมั้ย เล็งใครไว้เป็นพิเศษหรือเปล่า “มีค่ะและก็แน่นอนว่ายังบอกไม่ได้ว่าเป็นใครในตอนนี้ แต่เอาเป็นว่าคิดว่าเหมาะสมที่สุดแล้ว มันเป็นคอนเสิร์ตที่เป็นคอนเสิร์ตสากล เพราะฉะนั้นคนที่เราเลือกมานั้น จะต้องเป็นคนที่สากลได้ ต้องพูดกันตรงๆว่าต้องได้แบบนี้สำหรับคอนเสิร์ตในครั้งนี้ของทาทา ซึ่งทาทาว่าเขาคนนี้โกอินเตอร์ได้เหมือนกันค่ะ” ชีวิตวงการมีขึ้นมีลงทาทาเคยท้อถึงขั้นเคยคิดหันหลังไปเลยมั้ย“ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจกราฟของวงการบันเทิงให้ได้ก่อน ถ้าเราเข้าใจเราจะทำใจกับมันได้เยอะนะว่าเราเป็นดารา ศิลปิน คำว่าขึ้นลงเนี่ยปกติมาก ซึ่งจริงๆ มันขึ้นอยู่กับเรามากกว่าด้วย เราเป็นดาราเป็นศิลปินมีขึ้นมีลง แต่เราไม่ได้หายไปไหนนะ อย่างศิลปินใหม่ๆ ทำไมเห็นบ่อยจัง ก็เขากำลังมีอัลบั้มใหม่ มีเพลงใหม่ มันก็ต้องมีการโปรโมตอยู่บ่อยๆหรือเปล่า เรายังไม่มีความบ่อยที่จะเห็นก็ต้องน้อยกว่าเป็นธรรมดา แต่เราไม่ได้ไปไหนไง เรายังอยู่ตรงนี้ ขนาดตอนท้องเรายังไปสัมภาษณ์รายการเยอะมากอยู่เลย นั่นมันไม่ใช่งานหรอ มันก็ทำงานนะ ตั้งแต่รู้ว่ามีลูกอยู่ในท้องตอน 2 เดือนนิดๆ จนมาถึงตอนนี้เรย์โตสามขวบครึ่งแล้ว ทาทาก็ยังทำงานหน้าจอมาเรื่อยๆนะ เพราะฉะนั้นอย่าไปคิดเรื่องขึ้นลงเลย”เวลามีข่าวเป็นประเด็นดราม่าต่างๆ ทาทาตั้งรับยังไงบ้าง“เมื่อเกิดเรื่องขึ้นเราต้องมีสติให้มากขึ้น การตั้งรับคือการที่เราต้องทบทวนคิดดีๆ ผิดตรงไหน บกพร่องส่วนไหน อะไรที่ทำให้พลาดไป แล้วขอโทษด้วยความจริงใจ ครั้งเดียว แต่จริงใจในทุกๆ คำขอโทษที่เราได้ไตร่ตรองออกมาแล้ว น่าจะเป็นอีกสิ่งที่มันโอเคนะในความรู้สึกของทาทานะ คนเราผิดกันได้ คนเราก็เป็นมนุษย์ ในเมื่อเราผิดแล้วเราขอโทษด้วยความจริงใจ และความรู้สึกของเราที่ไตร่ตรองแล้ว มันเป็นอะไรที่น่าเชื่อถือได้เหมือนกัน” ชีวิตนี้ยังมีอะไรที่ อยากทำ แต่ยังไม่ได้ ลงมือทำ เพราะเหตุใด“ก็โชว์นี้เลยค่ะ เป็นอีกอย่างที่ยังไม่เคยทำเลยคือการได้เป็นโชว์ไดเรกเตอร์ ซึ่งตอนนี้ก็ได้สมใจแล้ว อีกอย่างคงจะเป็นละครเวทีที่แบบว่าเราต้องเล่นใหญ่เลยนะ อันนี้ที่ไทยคือยังไม่มีโอกาส และก็อยากทำ ซึ่งก็ยังบอกไม่ได้อีกว่าจะสามารถหรือไม่ เพราะงานแขนงนี้เราต้องมีเวลามากๆให้กับมัน โดยที่เราไม่แน่ใจว่าจะทำได้หรือไม่ได้ ถ้าเวลาที่เราต้องอยู่กับลูกถูกลดทอนไป”อัปเดตความหวานกับพี่หมอเป็นยังไงบ้าง“ดีค่ะ ต้องบอกก่อนว่าแม้ ณ ทุกวันนี้ไม่ค่อย ได้คุยกัน แต่ความรู้สึกคงทนค่ะ ไม่ลดลงตามการพูดคุยนะคะ คือในทุกๆวันเราทั้งคู่ต่างก็ได้รับโอกาสที่ดีที่หยิบยื่นเข้ามาในชีวิตในแต่ละวันมากมายมากๆ เมื่อก่อนมันมีความเป็นแฟนกันแล้วอาจจะแบบคุยโทรศัพท์งุ้งงิ้งกันได้ แต่ว่าพอเรามีลูกแล้ว เรามีงานมากขึ้น มีภาระหน้าที่กันมากขึ้น เวลามันไม่ได้เหมือนเดิม แต่ถามว่าดูแลกันไหม ดูแลกันเหมือนเดิม ทุกอย่างเราจะพูดกันดีๆ หมอเป็นคนที่เสมอต้นเสมอปลาย และทาทาเองก็เป็นผู้หญิงที่ไม่งอแง รู้สึกว่าคนงอแงมันเหนื่อย (หัวเราะ) เอาความงอแงไปพูดดีๆกับเค้าไม่ดีกว่าเหรอ ที่สำคัญทาทาเป็นคนโชคดีนะ เค้าเป็นพ่อที่ดีมากๆ พูดได้เต็มปากเลยว่าเค้าเลี้ยงลูกเก่งกว่าทาทามากๆ โชคดีจริงๆ เพราะฉะนั้นเรื่องความหวานกับความโชคดี ทาทาเลือกความโชคดีนะ (หัวเราะ) หายากเนื้อคู่ แบบนี้ ฟิลหวานๆ มันจะย้อนกลับมาอีกทีตอนแก่ ทาทาเชื่อแบบนั้น แต่ไปเที่ยวตลอดนะ บ้านทาทาไปเที่ยวตลอดเวลากันทั้งบ้านเลยค่ะ” เรย์เริ่มโต เปลี่ยนใจจะมีทายาทเพิ่มอีกสักคนมั้ย“ที่คิดๆ ไว้คร่าวๆ อยากจะมีปีหน้า แต่ดูแล้วก็คิวแบบคือตอนนี้ถ้าได้รับโอกาสในหลายอย่าง จริงอยู่ลูกก็สำคัญ แต่ว่ามันก็มีโอกาสแบบคอนเสิร์ตเนี่ย ไม่มากนะ จริงๆแล้วเราคุยโปรเจกต์นี้กันมาสองปีแล้ว แต่ด้วยสถานที่ ด้วยคิวมันยังไม่ลงตัว มาลงตัวที่ปีนี้ คือเรารอทำมากันสองปี ส่วนลูกถ้าเขาจะมา เขาก็มาเอง เรากะเกณฑ์ยากนะ เอาเป็นเมื่อถึงเวลาเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น”ลูกได้ความไฮเปอร์จากทาทาขนาดไหน “โอ้โหจะบอกว่าจริงๆแล้วหมอก็เป็นคนไฮเปอร์นะ ก็ได้ไปทั้งพ่อทั้งแม่เลยแหละ บางนิสัยเหมือนหมอมาก บางนิสัยเหมือนทาทามาก”ฝากอะไรถึงแฟนที่จะไปเจอกันในวันนั้น“งานครั้งนี้มีความประณีตสุดๆมันจะมีองค์ประกอบหลายๆอย่างที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น แต่คุณก็จะได้เห็นบนเวทีนี้ ที่มากกว่าการมาดูนักร้องคนหนึ่งร้องเพลง มันจะมีการเล่าเรื่อง มีแดนเซอร์ที่คัดเลือกมาเองกับมือ มีองค์ประกอบอื่นๆที่สมบูรณ์มากๆ และสุดท้ายตัวทาทาเองก็ค่อนข้างมั่นใจว่าข้าท็อปฟอร์มเหมือนกันในอายุระดับนี้นะคะ (หัวเราะ) และมาในครั้งนี้ก็ไม่ได้แค่มาเป็นนักร้อง แต่มันคือโชว์ ไดเรกเตอร์ มันคือผู้กำกับการแสดงบนเวทีนี้ ด้วยค่ะ อยากให้ไปเอนจอยกันในวันนั้นค่ะ”.ทีมข่าวบันเทิง