โชว์พลังความแซ่บอย่างต่อเนื่อง หลังจาก ผึ้ง สายเปย์ วิหคหลงลม ลาจอปุ๊บได้ซี้ดซ้าดกันต่อ ไม่รู้ทำบุญด้วยอะไรหนอ?! สำหรับนางเอกสาว แซมมี่–ดลลชา เคาวเวลล์ ปะทะคารมดุเด็ดเผ็ดร้อน กับนางเอกรุ่นพี่ แอน–สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์ ในละคร “เสน่หามายา” ทางช่อง 7 กระแสตอบรับดีถูกอกถูกใจแฟนๆ จนเกิด #ทีมเพลงพิณ งานนี้ สาว แซมมี่ เผยเบื้องหน้าเสียดกันไปเสียดกันมาแต่เบื้องหลัง ตรงกันข้ามสนุกสนานเฮฮาจนถึงขั้นโดนยึดมือถือกันทั่วหน้า ส่วนเรื่องหัวใจยังโสดเหมือนเดิมเชื่อว่าถึงเวลา “เนื้อคู่” คงมาเอง ใน “คนดังนั่งคุย”ติดตามอ่านนิยายเรื่อง "เสน่หามายา" ได้ที่นี่มีละครมาให้แซ่บอย่างต่อเนื่องเลย“แต่แซ่บไม่เหมือนกัน อย่างวิหคหลงลม มีความบ้านๆ สมัยก่อน แต่เสน่หามายา ทางพี่แอน สิเรียม จะเป็นผู้ดีเก่า แต่เราเป็นเศรษฐีใหม่ที่มีการศึกษาจะตบตีน้อยค่ะ จะเป็นแนวเสียดกันไปเสียดกันมาแบบผู้ดี”ตอนแรกที่พี่แอนติดต่อมาตกลงปลงใจรับเลยหรือคิดหนัก “จริงๆ ก็รับก่อนที่จะอ่านเรื่อง พอรู้เล่นกับพี่แอนด้วย ก็โอเค ตัวหนูเองไม่เคยร่วมงานกับพี่แอน ไม่เคยเจอกัน เชื่อว่าหลายๆคนอยากร่วมงานกับพี่แอน”ภาพแรกที่มองพี่แอนแอบเกร็งมั้ย “พี่แอนแอบหน้าดุเหมือนกันนะ (ยิ้ม) วันแรกที่เจอฟิตติ้งหนูเกร็งมาก ถ่ายรูปด้วยกันหนูทำตัวไม่ค่อยถูก รู้สึกกลัวแต่พออยู่ในกอง พี่แอนเป็นคนตลกมาก ขี้เล่น ความเกร็งจะหายไป ด้วยความที่เค้าเป็น แอน สิเรียม ทำให้เราไม่ค่อยกล้าเท่าไหร่ เหมือนเราเจอดาราเป็นฟิวส์นั้น แล้วไม่น่าเชื่อว่าเราได้มาร่วมงานจริงๆ”เคยดูละครของแอน สิเรียมบางมั้ย “จำไม่ได้ว่าดูเรื่องอะไร อายุเท่าไหร่แต่รู้ว่าคนนี้ดังมาก เป็นนางเอกเก่า ทุกวันนี้หนูยังชื่นชมเพราะพี่แอนเป็นคนมีวินัยในการใช้ชีวิตมาก เรื่องออกกำลังกาย การดูแลตัวเอง บางทีก็นั่งคุยกัน มีช่วงนั้นหนูอ้วนกลายเป็นกำลังจะเป็นไทรอยด์ พี่แอนเลยแนะนำหมอคุยถูกคอเรื่องสุขภาพ เลยรู้ว่าพี่แอนเป็นคนมีวินัยมากในการกิน การดูแลตัวเอง การออกกำลังกาย เทียบกับตัวเองหนูนี่เด็กๆไปเลย”ร่วมงานกับพี่เคลลี่อีกครั้ง“ถ้าย้อนกลับไป เสน่หามายา เล่นกับพี่เคลลี่เป็นเรื่องแรก กับพี่เคลลี่ไม่ค่อยเกร็ง เจอกันตามงานช่องบ่อยแต่งานละครเพิ่งเคยเจอกัน นี่ค่ะไม่เจอกัน พอเจอกันก็ 2 ปีติดเลยค่ะ”รู้สึกยังไงล่ะเจอแบบต่อเนื่อง “ก็แซวๆกัน เจอกันอีกแล้วเหรอค่ะ คุณพ่อ แต่ดีนะอยู่กอง ทุกคนจะรู้ว่าพี่เคลลี่เป็นคนเทกแคร์คนดีมาก มีอาหาร ขนมมากินตลอด”ทำไมถึงเรียกพี่เคลลี่ว่าคุณพ่อเพราะแก่รึเปล่า “ก็เรียกตามคนอื่น เป็นคนที่ดูแลทุกคน ให้คำปรึกษาได้ และวัยด้วย (หัวเราะ) อะไรแบบนี้ คือประสบการณ์ทำงานเป็นคุณพ่อได้”ครั้งแรกที่เรียกพ่อ พี่เคลลี่ว่ายังไง “หนูไม่ใช่คนแรกที่เรียกเค้าไง เลยไม่รู้ว่าตอนแรกที่เค้าถูกเรียกครั้งแรกยังไงแต่เหมือนได้ยินว่าเค้าก็เหมือนไม่อยากรับนะ แต่คนเรียกเยอะจนเค้าชินแต่ต้องยอมรับพี่เคลลี่หน้าเด็ก หุ่นดี เป็นคนดูแลตัวเองด้วย พื้นฐานดูแลตัวเองดีด้วย ต้องยอมรับ”บรรยากาศในกองสนุกสนานเพียงใด “สนุกนะคะ นอกจากพี่แอน พี่เคลลี่ คนอื่นๆ ก็วัยเดียวกับหนู อยู่กองเม้าท์มอยปกติ เรื่องดราม่าแต่หน้าฉาก หลังฉากไม่มีดราม่าเลย เม้าท์จนผู้ช่วยหน้าเชตเหมือนจับปูใส่กระด้ง บางทียึดโทรศัพท์กันเลย พี่แอนยังโดนเลย ยังเม้าท์กันผู้ช่วยกล้ายึดโทรศัพท์ผู้จัดเหรอ”แซมโดนยึดมั้ย “บ้าง (ยิ้ม) บางทีเราเอาโทรศัพท์ถ่ายรูป เซลฟี่กันก็โดนแต่เป็นกองไม่ซีเรียสเท่าไหร่” เป็นคนโชคดีนะมีละครต่อเนื่องตลอดๆ“ตอนนี้ก็ละคร หลงเงาจันทร์ ที่เพิ่งเปิดกล้อง ละครเหมือนต่อๆ กันแต่ไม่ได้อัดแน่นในช่วงเวลาเดียว ช่วงนี้อาจจะรู้สึกทำไมมีงานเยอะคือละครออนต่อกันพอดีแต่ช่วงตอนถ่ายมันคนละช่วง กับช่วงนี้มีวันว่าง 4 วันต่ออาทิตย์ค่ะมีเวลาดูแลตัวเอง มีเวลาทำโน่นทำนี่ มีเวลาได้นอนอยู่บ้าน ไม่ได้เบียดจนทำอะไรไม่ได้”นอนอยู่บ้านเป็นเหรอปกติจะต้องหากิจกรรมทำตลอด “ก็พักบ้าง ไปออกกำลังกาย ทำหน้า เป็นการรับผิดชอบในส่วนตัวเรา เมื่อก่อนโดนผู้จัดการส่วนตัวจะจี้หน่อย เราก็จะทำไมก็อยากจะพัก เหมือนเราโตขึ้นเราก็จะรู้ว่าจะต้องทำอะไร จะต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง เริ่มดูแลตัวเอง มีระเบียบมากขึ้น ลำดับความสำคัญมากขึ้น”ไปออกกำลังกายเล่นอะไรยังไงบ้าง “ตอนนี้วิ่งอย่างเดียว ปีนเขา ต้องมีเพื่อนเป็นบัดดี้เราถึงไปปีนได้ แต่วิ่งเราทำคนเดียวได้ ทำเวลาไหนก็ได้ที่เราสะดวก”เห็นพี่ตูน บอดี้สแลมวิ่งเหรอเลยเกิดวิ่งหรือเปล่า “หนูมองว่าเป็นอะไรที่ใกล้ตัวสุดแล้ว เมื่อก่อนไม่ชอบวิ่ง พอทำเรื่อยๆ มันได้ทั้งหัวใจ หลายอย่าง จริงๆไม่ได้วิ่งเพื่อไปมาราธอน แค่เรากิน เราก็แค่เอาออกเท่านั้นเอง ไม่ได้หวังไปวิ่ง 10 กิโล 15 กิโล”เดี๋ยวนี้ของแบรนด์เนมสะสมบ้างมั้ยพวกกระเป๋า รองเท้า“นี่แหละค่ะ เราเริ่มจะต้องมีเป้าหมายมากขึ้นเราเลยต้องเซฟ เก็บเงินซื้อแต่ไม่สะสม แม่ไม่ซื้อให้ ถ้าอยากได้ต้องเก็บเงินซื้อเอง หลายๆ คนบอกควรจะมี กระเป๋าจะมี 2 ใบเล็กๆ เท่านั้น หนูชอบซื้อรองเท้าที่ดีๆ ใส่ทำงานได้ แบรนด์เนมแต่เลือกแบรนด์ดีจริงๆ มันจะอยู่กับเราได้นาน กระเป๋าเหมือนกันเลยต้องใช้เวลานานหน่อย”ตอนนี้เงินเหลือใช้กี่เปอร์เซ็นต์จากรายได้ “แล้วแต่แม่จะให้ เงินเดือนจริงๆ คือ 1 หมื่นบาท ได้ขึ้นแล้ว เมื่อก่อนได้ 4-5 พันเพราะโดนตัดโน่นนี่นั่นต่างๆไป”แม่ให้หมื่นนึงนานหรือยัง “เกือบๆปีค่ะ หลังจากหนูย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านดูแลพ่อก็เนียนๆบางทีไม่ใช้สตางค์เราบ้าง แต่บางทีไม่ได้ให้เราก็อยู่ได้เพราะไม่ได้ไปไหน เราก็อยู่กับแม่ไปกองไม่ได้ใช้อะไร บางทีไปไหนกับแม่ แม่เป็นคนจ่ายอยู่แล้ว บางทีเราก็ช็อปปิ้งออนไลน์บ้าง (หัวเราะ) จะหมดกับชุดและต่างหู พี่แอม ผู้จัดการฯจะสอนให้เราคิดมากขึ้น เราก็เห็นมานั่งสังเกตตัวเองชีวิตเราก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จริงๆ ที่เค้าสอนเรามา”กลายเป็นนางเอกช่องมาสายเซ็กซี่ สายแซ่บ ออกงานเป็นที่ฮือฮามาก“พูดจริงๆหนูก็ไม่ได้ตั้งใจ ไม่คิดว่าตัวเองเซ็กซี่ ถ้าถามเซ็กซี่หรือเปล่า? ต้องไปถามคนอื่นที่เค้ามองเราจะตอบได้ดีกว่าเรา”ขนาดมีรางวัลสาวเซ็กซี่การันตี “น่าจะดูจากหน้างานที่เราไปออกงานมา จะออกงานแต่ละครั้งเราไม่ได้เป็นคนเลือกว่าจะเอาชุดนี้ พี่แอม ผู้จัดการก็ไม่ได้มาบอกเราต้องใส่ชุดนี้ จะใช้วิธีการคุยกันมากกว่าไปลองดู เทียบดู ดูหน้าดูผมมันมีรายละเอียดเยอะมาก มันก็ไปในแนวทางเซ็กซี่ส่วนใหญ่”เริ่มรู้ตัวมาแนวนี้ตอนไหน “น่าจะปีหลังๆเวลาถ่ายแบบ เวลาเราได้รับโจทย์ แบ๊ว ใส เกาหลีมันใช้เวลาสำหรับเรากว่าจะได้รูปแต่ถ้าเซ็กซี่ จือปาก ปล่อยปากมันแป๊บเดียวมา”พอเป็นสาวเซ็กซี่มาพร้อมโรคจิต “มีแต่น้อยนะ ส่งรูปมาทางไดเร็กเมสเซส ทางอินสตาแกรม รูปที่มันไม่โอเค เราก็จะบล็อกแต่คนที่โดนเยอะสุดพี่แอม ผู้จัดการ เพราะหน้าไอจีหนูจะขึ้นเบอร์โทรศัพท์ของพี่แอม เค้าจะโทร. เค้าจะบ่นไม่รู้แฟนคลับใครแต่ของหนูจะเยอะสุดโทร.มาแล้วไม่พูด โทร.มาทำเสียงอะไรไม่รู้”ตั้งรับกับคนโรคจิตยังไง “หนูเฉยๆ เรามีอย่างอื่นให้คิดให้กังวลมากกว่าที่จะมากลัวเรื่องแบบนี้ มันไม่มีอะไรในชีวิตเรา ไม่ทำให้มีความสำคัญในชีวิตเรา เราก็ปล่อยเค้าไปเหอะ เค้าน่าสงสารด้วยซ้ำ เราอย่าไปว่าเราอย่าไปกลัวเค้าเลย เราใช้ชีวิตของเราเอง”ความรักมีเข้ามาให้สดใสซาบซ่าส์บ้างหรือยัง“(ถอนหายใจ) เหมือนเดิมก็ไม่มีใครเข้ามา”สวยเลือกได้หรือเปล่า “ไม่กล้าพูดคำนั้นเลยค่ะเพราะไม่มีตัวเลือก (หัวเราะ) หนูว่าเป็นจังหวะ”ไม่มีหนุ่มๆ เข้ามาขายขนมจีบหรือมีแล้วไม่โดนใจ “บางทีมีเข้ามาแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่ บางคนเหมาะสำหรับเป็นพี่เป็นเพื่อนมากกว่า”ทัศนคติเรื่องความรักเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน “เปลี่ยนนะคะ เราคิดอะไรมากขึ้น มองอะไรไกลขึ้นกว่าเดิมแค่สเปกมันไม่พอ จะดูอย่างอื่นมากกว่าแต่มันยากกว่า อย่างเช่น นิสัย ความเข้าใจ หนูว่ามันสำคัญมาก ถ้าจะมีแฟนสักคนอยากให้เป็นคู่ที่ซัพพอร์ตซึ่งกันและกัน ช่วยกันไปในทางที่ดีของเส้นทางของแต่ละคน จะหาคนเข้าใจสายงานเรา ข้อจำกัดในอาชีพเรา ไหนจะครอบครัวของเราด้วย เป็นคนที่ไม่ได้เปลี่ยนตัวเองเพื่อใคร เราจะมีความเป็นตัวเองในระดับหนึ่งแต่อะไรที่จะปรับเราปรับได้ เข้าใจการมีแฟนเราต้องเจอกันครึ่งทางแต่ถ้าให้เปลี่ยนให้เลิกเราคงทำไม่ได้”โสดๆแบบนี้เหงาบ้างมั้ย “ไม่เหงา หนูมีเพื่อน”ตามเทศกาลต่างๆ คนมีคู่เค้าจะมุ้งมิ้ง “มันเลยจุดที่เทศกาลต่างๆเราอยากมีแฟนบ้างแล้ว ทุกวันนี้เทศกาลอยากให้มีงานค่ะ ไม่ได้อยากมีคู่ อาจจะเป็นจังหวะที่สนุกกับการทำงานอยู่ เมื่อก่อนยอมรับช่วงเข้ามาแรกๆเลย ไม่อยากเล่นละคร ไม่อยากทำงานเยอะ เคยพูดกับผู้ใหญ่แบบนั้นไป หนูประกวดนางแบบก็อยากเดินแบบเท่านั้น อันนั้นเป็นความคิดเด็กๆ คิดยังไงก็พูดไปอย่างนั้น ตอนนี้ทุกเทศกาลอยากมีงานไม่อยากมีคู่ เพราะมีความรู้สึกต่อมีแฟน ไม่อยากให้เค้าให้ความสำคัญกับเราแต่เฉพาะเทศกาลสำคัญ มันต้องทำทุกวันให้มันดี เทศกาลต่างๆไม่ค่อยมีผลกับหนูเท่าไหร่”เป้าหมายที่วางไว้ในวัยขนาดนี้“ไม่ได้มีเป้าหมายที่เป็นชิ้นเป็นอันแค่อยากวางรากฐานครอบครัวให้มันดีขึ้น พ่อแม่ พี่สาว ไม่อยากให้ลำบาก คือตอนนี้ไม่ได้สบายเพราะเราไม่ได้มาจากพื้นฐานที่มีอยู่แล้ว เราค่อยๆมี เราเลยอยากจะให้พวกเขาอยู่ในจุดอยู่เฉยๆ แล้วสบาย เป็นเป้าหมายของหนูแต่เราก็สนุกทำสิ่งต่างๆ เราไม่ได้คิดจะต้องไปถึงจุดเป้าหมายนั้นเร็วๆ ระหว่างทางก่อนถึงเป้าหมายเราสนุกกับมัน ทำให้ชีวิตหนูแฮปปี้ สนุกกับการเล่นละคร คำชมต่างๆ เป็นแรงผลักดันทำให้เราอยากทำอีกตอนนี้อยากหาเวลาไปเรียนทำกาแฟ อย่างที่บอกเราต้องเริ่มจากความชอบก่อนค่อยมาดูว่าทำอะไรได้บ้าง ไม่ได้มองธุรกิจต้องทำเงินเท่านั้น”.ทีมข่าวบันเทิง