ผมไม่เห็นด้วยกับเว็บไซต์ www.airhelp.com ที่จัดให้สนามบินสุวรรณภูมิของไทยเป็นสนามบินยอดแย่อันดับ 9 ของโลกฐานะที่เป็นคนเดินทางโดยเครื่องบินมาทั้งชีวิต พวกผมเจอสนามบินในโลกที่แย่มากกว่าสนามบินสุวรรณภูมิเยอะแยะ แม้สุวรรณภูมิอาจจะไม่ใช่สนามบินที่ดีที่สุดในโลก แต่ก็ไม่ถึงขนาดที่จะเป็นสนามบินยอดแย่ติดอันดับ 9 ของโลกอย่างแน่นอนเดี๋ยวนี้มีการวัดจัดอันดับกันมาก แม้แต่โรงเรียนมัธยมก็ยังเอามาจัดอันดับกัน เป็นโรงเรียนดีที่สุด 100 โรงเรียนของประเทศไทย คนอ่านเผินๆ ก็เชื่อ แต่ถ้าอ่านรายละเอียดลึกลงไป และถามว่า พวกคุณใช้อะไรวัด บางทีคนจัดอันดับก็ตอบไม่ได้เหมือนกันเว็บไซต์ www.airhelp.com บอกว่าเอาพวกตนไปเอาข้อมูลมาจากทวิตเตอร์ภาคภาษาอังกฤษ เมื่อได้ข้อมูลมาแล้วก็ใช้เครื่องมือของเว็บไซต์มาวิเคราะห์กันเองเว็บไซต์ขนาดใหญ่หลายแห่งมีพนักงานเพียงไม่กี่คน การจัดอันดับนี่ก็อาจจะมาจากพิจารณาของพนักงานเพียงคนเดียวหรือกลุ่มเดียวก็ได้ แต่เมื่อตีพิมพ์อันดับของสนามบินออนไลน์ไปแล้ว ก็กลายเป็นข้อมูลที่ถูกนำไปใช้อ้างอิง นำความเสียหายมาสู่สนามบินสุวรรณภูมิซึ่งเป็นสมบัติของคนไทยทุกคนไม่รู้จะเชื่อใครดีครับ เพราะการจัดอันดับของ ACI หรือ Airport Council International ซึ่งเป็นสถาบันระดับโลก จัดให้สนามบินสุวรรณภูมิเป็น 1 ใน 10 ของสนามบินที่ดีที่สุดของโลก สำหรับสนามบินที่มีผู้โดยสารมากกว่า 40 ล้านคนต่อปีเว็บไซต์ www.airhelp.com บอกว่าสนามบินมุมไบและสนามบินเดลี ของอินเดีย เป็นสนามบินยอดแย่ 10 อันดับของโลก แต่ ACI ซึ่งเป็นสถาบันระดับโลกที่น่าเชื่อถือกว่า กลับบอกว่า สนามบินเดลีและสนามบินมุมไบเป็นสนามบินที่ดี 5 อันดับแรกของโลกประโยค Thailand’s Suvarnabhumi named among the world’s worst airports มีคนเอาไปโพสต์ต่อและแชร์ต่อกันเยอะ จนผู้โดยสารที่จะมาต่อเครื่องหรือที่จะมาใช้สนามบินนี้เกิดอาการแขยงแขงขนก็ได้ ตอนที่เปิดใช้ในปีแรกๆ นั้น สนามบินสุวรรณภูมิมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง เช่น แสงไม่พอ ห้องน้ำไม่พอ ที่นั่งไม่พอ แต่เมื่อผ่านไปก็ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ จนกระทั่งผมเห็นว่าได้มาตรฐานระดับโลกในปัจจุบันRanking การจัดอันดับเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ทำกันง่ายๆ ลวกๆไม่ได้ ยิ่งในทางการศึกษายิ่งต้องระวัง หลายโรงเรียนในประเทศของเราแข่งขันกันด้วยการนำภาพและประวัติของนักเรียนที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ หรือพวกที่ได้คะแนนแอดมิชชั่นสูงๆ มาติดไว้รอบสถาบัน มองในแง่ดีก็อาจจะเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ เป็นการประชาสัมพันธ์โรงเรียนแต่อีกมุมหนึ่งก็อาจจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันด้านการเรียนเพียงมิติเดียว โดยไม่มองมิติทางด้านอื่นของเยาวชน โรงเรียนกลายเป็นสถาบันแห่งความเครียด นักเรียนที่ไม่ได้มีรูปภาพติดอยู่รอบรั้วโรงเรียนอาจจะรู้สึกเป็นปมด้อย โรงเรียนกลายเป็นสถาบันแห่งการแบ่งแยกมนุษย์หลายประเทศจึงเปลี่ยนสถาบันการศึกษาเป็นสถานที่แห่งความสุขและความหวัง เป็นสถานที่ที่หาความรู้และประสบการณ์ตามศักยภาพของผู้เรียนปีที่แล้ว ผมตามอาจารย์นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย ไปดูงานสถาบัน การศึกษาระดับประถม มัธยมต้นและมัธยมปลาย ที่เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ และเบลเยียม ได้สนทนากับทั้งคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้บริหาร คณะผู้ปกครอง คณะครู และนักเรียน ของทุกแห่งแล้วก็ทราบเลยนะครับว่า การศึกษาที่เตรียมคนให้โลกในศตวรรษที่21 ไม่ใช่อย่างที่เราเคยดูงานตามโรงเรียนของประเทศเหล่านี้เมื่อ พ.ศ.2535–2550อินเตอร์เน็ต โดรน เซ็นเซอร์ หุ่นยนต์ ฯลฯ ทำให้หลายอย่างที่เราเคยเรียนรู้ในชั้นเรียนเมื่อสมัยก่อนตอนโน้นกลายเป็นสิ่งที่ล้าสมัยและตกโลก สิ่งที่เคยมีอิทธิพลต่อสังคมและสร้างความมั่งคั่งให้มนุษย์กลายเป็นภาระ เช่น ห้างสรรพสินค้าทั้งหลายเริ่มปิดตัวเพราะเจ้าของสู้ค่าดูแลรักษาสถานที่ไม่ได้หลายประเทศห้ามมีการสอบวัดผลนักเรียนชั้นอนุบาลและประถม ครูทำหน้าที่สังเกตและแยกนักเรียนอ่อนไปพัฒนาอย่างที่นักเรียนไม่รู้สึกว่าตนมีปมด้อยRanking หรือการวัดจัดอันดับก็ห้ามทำรับใช้ถึงการจัด ranking สนามบินเลยเถิดมาถึงเรื่องการศึกษาจนได้.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com