รู้กันหรือยังว่า “หุบเขาเกษตรอินทรีย์” หรือ “หุบเขาออแกนิก (Organic Valley)”...แห่งแรกของประเทศไทยได้เกิดขึ้นแล้ว เป็นการรวมตัวกันของ 8 หมู่บ้านใน “หุบเขาภูแลนคา” เขตอำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิไฮไลต์ที่เป็นจุดขาย...แต่ละหมู่บ้านจะมี “สินค้า” และ “บริการ” เฉพาะของตัวเองกระทรวงพาณิชย์ลงพื้นที่สำรวจความเข้มแข็ง พบว่า ชุมชนมีการผสมผสาน “วิถีของเกษตรอินทรีย์” เข้ากับ “วิถีชีวิตของชาวบ้าน” ตั้งแต่เริ่มต้นเพาะปลูกไปจนถึงการจำหน่ายให้กับผู้บริโภคในตลาดผ่านระบบการบริหารจัดการในชุมชน ตั้งแต่การใช้พลังงานสะอาด...โซลาร์เซลล์ การสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงเพื่อซื้อขายสินค้าระหว่างกันของกลุ่มเกษตรอินทรีย์ต่างๆในชุมชน นำมาสู่การพัฒนาขึ้นมาเป็น “หุบเขาออแกนิก”“หนองบัวแดง” ประกอบด้วย 8 ตำบล 130 หมู่บ้าน ได้แก่ หนองบัวแดง หนองแวง กุดชุมแสง คูเมือง ถ้ำวัวแดง ท่าใหญ่ นางแดด และวังชมภู มีจุดเริ่มต้นการทำเกษตรอินทรีย์จากกลุ่มทอผ้าย้อมสีธรรมชาติ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานออแกนิกไทยแลนด์ และได้ขยายการปลูกพืชเกษตรอินทรีย์ชนิดอื่นๆ เช่น ข้าว ใบหม่อน กล้วยน้ำว้า กล้วยหอมทอง ตะไคร้ ฟักทอง ฝ้าย ปศุสัตว์ปัจจุบันเป็นที่ต้องการของตลาดมาก มีลูกค้าประจำซึ่งเป็นผู้ผลิต ...จำหน่ายผลิตภัณฑ์อินทรีย์รายใหญ่ของประเทศ เช่น เมดิฟูดส์ เลมอนฟาร์ม เกษตรกรที่นี่มีการรวมกลุ่มกันอย่างเข้มแข็ง ด้วยมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และจริงใจกับชาวบ้าน แต่ละกลุ่มมีการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ...ใช้ “การตลาด” นำ “การผลิต”“หนองบัวแดง” และ “เกษตรสมบูรณ์” อำเภอใกล้เคียงได้ร่วมกันทำเกษตรอินทรีย์มี 8 กลุ่มหลักๆ ได้แก่ 1) กลุ่มทอผ้าย้อมสีธรรมชาติหนองบัวแดง โดยใช้สีจากยางกล้วยและคราม 2) กลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อหนองบัวแดง โดยเลี้ยงโคและจำหน่ายมูลวัว หญ้าหมัก ฟางหมัก 3) กลุ่มนาแปลงใหญ่กุดชุมแสง ผลิตข้าวหอมมะลิ ข้าวเหนียวดำ ข้าวเหนียวแดง พืชผักในแปลงนา 4) กลุ่มผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านนาทุ่งใหญ่นำมาทำผลิตภัณฑ์ผ้าไหม5) กลุ่มเกษตรกรอินทรีย์ระบบ PGS หนองบัวแดงและเกษตรสมบูรณ์ ผลิตแตงโมและผลไม้พื้นเมือง 6) กลุ่มปลูกกล้วยหอมทองหนองบัวแดง ปลูกกล้วยหอมทองส่งออกไปญี่ปุ่นและผลผลิตในสวนกล้วย เช่น มะละกอ พริก ตะไคร้ กล้วยน้ำว้า 7) กลุ่มผู้ปลูกมะม่วงอินทรีย์หนองบัวแดง และ 8) กลุ่มอาชีพทอผ้าคนพิการจะเห็นได้ว่า 2 อำเภอนี้มีศักยภาพในการเป็นแหล่งผลิตสินค้าอินทรีย์ที่มีความหลากหลาย แต่ละกลุ่มมีการเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน เช่น นำมูลวัวมาใช้เป็นปุ๋ยพืช...ยางกล้วยมาย้อมผ้า ด้วยความที่หนอง–บัวแดงมีความได้เปรียบทางด้านภูมิศาสตร์ที่สวยงาม ดินดี น้ำดี อากาศดี จึงมีความเป็นไปได้มากที่จะพัฒนาเป็นหุบเขาเกษตรอินทรีย์แห่งแรกของไทย และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณภาพความอุดมสมบูรณ์ บรรยากาศร่มเย็น ภูมิศาสตร์ที่น่าสนใจทำให้ที่นี่เหมาะกับการปั่นจักรยานชมธรรมชาติ ชมวิถีชีวิตชาวบ้าน ทานอาหารสุขภาพ และพักผ่อนในโฮมสเตย์ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์พยายามพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบ...ต่อเนื่องเชื่อมโยงการท่องเที่ยว เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ต้องห้ามพลาดของไทยอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ย้ำว่า กระทรวงฯพร้อมที่จะสนับสนุนให้ชุมชนเป็นต้นแบบของหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ กระทั่งรวมตัวกันหลายๆแห่งจนเป็นหุบเขาเกษตรอินทรีย์เพราะเกษตรกรมีความเข้มแข็ง มีระบบการบริหารจัดการที่ดีตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง และยังจะใช้เป็นต้นแบบในการผลักดัน สร้างแรงบันดาลใจให้กับเกษตรกรในภูมิภาคอื่นต่อไปด้วยกุหลาบ รักษาภายใน หนึ่งในชาวสวนกล้วยหอมทองปลอดสารเคมีในพื้นที่อำเภอหนองบัวแดง และได้ส่งออกไปญี่ปุ่น เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่เปลี่ยนมาปลูกกล้วยหอมทองร่วมกับกลุ่มกล้วยหอมทองปลอดสารเคมี ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น รายได้ก็ดีขึ้น เพราะมีการทำสัญญากับบริษัทผู้ส่งออก ทำให้มีรายได้ที่มั่นคง“ฉันเคยปลูกอ้อย...มัน รายได้ตกปีละหนึ่งแสน ปัจจุบันรายได้เฉลี่ยอยู่ที่สี่แสนบาทต่อปี...ต่อครัวเรือนในพื้นที่สี่ไร่...ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ไม่ต้องกู้ยืมมาเพื่อใช้จ่ายหรือรอลุ้นราคาขาย ปัจจุบันได้ขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มเป็นแปดไร่แล้ว”หลังจากปรับเปลี่ยนมาปลูกพืชไม่ใช้สารเคมี สุขภาพของตัวเองและคนในครอบครัวก็ดีขึ้นด้วยวันนี้...สมาชิกกลุ่มชาวสวนกล้วยหอมทองปลอดสารเคมีในอำเภอหนองบัวแดง มีสมาชิกรวม 85 ราย พื้นที่ปลูกกว่า 571 ไร่ ผลิตกล้วยได้ปีละ 1.7 ล้านตัน โดยบริษัทผู้ส่งออกได้ทำสัญญาซื้อขาย อยู่ที่กิโลกรัมละ 17–21 บาท“กุหลาบ” เกษตรกรกล้วยหอมแห่งหุบเขาเกษตรอินทรีย์ยังปรับตัวเป็น “เกษตรกร ยุค 4.0” โดยการใช้แอพพลิเคชั่นเพื่อรายงานผลให้กับ ผู้นำเข้าชาวญี่ปุ่น ทำให้ลูกค้าสามารถเห็นหน้าชาวสวนได้ และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้จากระบบนี้อภิรดี เสริมว่า กล้วยหอมทองเพื่อการส่งออก และมะม่วงน้ำดอกไม้ ผลผลิตส่วนใหญ่จะส่งออกไปยังประเทศในภูมิภาคเอเชีย เช่น สิงคโปร์ เกาหลี จีน เวียดนาม รวมถึงส่งจำหน่ายที่ตลาดสี่มุมเมือง...มีผู้ประกอบการมารับซื้อผลผลิตจากหลายจังหวัด เช่น ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา นครราชสีมา บุรีรัมย์ และราชบุรีไม่เฉพาะพัฒนาเป็นกล้วยออแกนิกเท่านั้น หากยังส่งเสริมให้สร้างแบรนด์ ออกแบบแพ็กเกจจิ้งให้สวยงาม เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภค ช่วยให้กล้วยสามารถเก็บรักษาได้ดีขึ้น และเพิ่มมูลค่าได้อีกต่างหาก“กระทรวงพาณิชย์ยังมีแผนที่จะผลักดันให้ไทยสร้างเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ในกลุ่มประเทศ CLMVT (รวมไทยแลนด์) ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อสร้างเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ของไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยจะเชิญให้เกษตรกรจากประเทศเพื่อนบ้านมาร่วมเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำเกษตรอินทรีย์ระหว่างกัน...”มีการลงมือปฏิบัติในแปลงสาธิต การอบรมด้านการตลาด ระบบโลจิสติกส์ รวมถึงการผลักดันให้ไทยเป็น “ศูนย์กลางเกษตรอินทรีย์ของอาเซียน” เพราะศักยภาพของสินค้าเกษตรอินทรีย์ไทยมีหลากหลาย มีเกษตรกรที่หันมาทำเกษตรอินทรีย์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและยังมีแผนผลักดันให้ภาคเอกชนไทยและภาคเอกชนอาเซียนจัดตั้งสหพันธ์เกษตรอินทรีย์อาเซียน (ASEAN Organic Federation) ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยจะมีการหารือกันในระหว่างงาน Organic & Natural Expo ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-30 ก.ค.2560 ณ ศูนย์ การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์“มุ่งหวังให้สหพันธ์เป็นเวทีในการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการผลิต...การตลาดเกษตรอินทรีย์ระหว่างผู้ผลิต...ผู้ประกอบการของประเทศในกลุ่มอาเซียน”ปัจจุบัน มูลค่าตลาดเกษตรอินทรีย์โลกมีมูลค่าสูงถึง 72,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 2.3 ล้านล้านบาท และมีอัตราการขยายตัวประมาณปีละ 20% ขณะที่ประเทศไทยมูลค่าตลาดเกษตรอินทรีย์เพิ่มมากขึ้น อยู่ที่ 2,300 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโต 10% ต่อปีที่ผ่านมา...เราส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์ ไม่น้อยกว่าปีละ 1,000 ล้านบาท“หุบเขาเกษตรอินทรีย์” หรือ “หุบเขาออแกนิก (Organic Valley)” สะท้อนถึงความสำเร็จแล้วในวันนี้แบบไม่ต้องมโน สร้างโครงการสวยหรูดูดีอยู่แต่ในหน้ากระดาษ เพียงแต่ต้องทำและทำ ผ่านนโยบายรัฐที่สนับสนุนส่งเสริมอย่างต่อเนื่องเท่านั้นพอ.