เพราะรัฐบาลใช้เงินเกินหน้าตัก จึงเป็นภาระหนักของกระทรวงการ คลังต้องวิ่งตีนขวิดคิดช่องทางเก็บภาษีเพิ่มเติมหากมีช่องทางไหนสะง่อมภาษีได้ ต้องกระโดดใส่ทันที!!เป้าใหญ่ที่กระทรวงการ คลังหมายตาไว้ว่าจะเก็บภาษีเพิ่มได้เป็นกอบเป็นกำ คือภาษีธุรกิจอีคอมเมิร์ซ หรือธุรกิจซื้อขายสินค้าออนไลน์ ซึ่งกำลังฮอตฮิตอย่างรุนแรงและรวดเร็วเพราะคนไทยยุค 4.0 หันมา นิยมซื้อสินค้าออนไลน์กันระเบิดเถิดเทิงมูลค่าการค้าผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กบานทะโร่กว่าล้านล้านบาทต่อปีเฉพาะการซื้อขายสินค้ารายย่อยออนไลน์ (ไม่จดทะเบียนธุรกิจ ไม่แจ้งรายรับรายจ่าย ไม่เสียภาษีเงินได้ไม่จ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม) เติบโตอย่างต่อเนื่องกว่าสี่แสนล้านบาทต่อปีแถมมีแนวโน้มจะโตขึ้นปีละ 20 เปอร์เซ็นต์“แม่ลูกจันทร์” จึงไม่แปลกใจที่กระทรวงการคลังเตรียมลุยถั่วเก็บภาษีธุรกิจออนไลน์ เพื่อหารายได้เพิ่มเติมนายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ก่อนสิ้นเดือนนี้ จะเสนอร่าง ก.ม.เก็บภาษีธุรกิจอีคอม-เมิร์ซ หรือภาษีซื้อสินค้าออนไลน์ ให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาให้คลอดออก มาใช้โดยเร็วสาระสำคัญของร่าง ก.ม.ถอนขนห่านฉบับใหม่ คือกำหนดให้ การทำธุรกรรมซื้อขายสินค้าและโอนเงินชำระค่าสินค้าและค่าบริการ ผ่านระบบออนไลน์ต้องถูกเรียกเก็บภาษีเข้ารัฐในอัตรา 5 เปอร์เซ็นต์โดยธนาคารจะหักภาษี ณ ที่จ่าย 5 เปอร์เซ็นต์ ของมูลค่าสินค้าทุกครั้งที่มีการทำธุรกรรมโอนเงินเรียกว่าโอนปุ๊บ โดนหักภาษีปั๊บ 5 เปอร์เซ็นต์จากนั้นธนาคารจะจัดส่งรายได้จากภาษีที่หักไว้ประเคนให้กรมสรรพากรทุกบาททุกสตางค์“แม่ลูกจันทร์” เห็นด้วยที่กรมสรรพากรจะเก็บภาษีธุรกิจออนไลน์ให้ถูกต้องชัดเจน และเป็นธรรมเพราะเมื่อการค้าขายสินค้าปกติต้องจ่ายภาษี การค้าขายสินค้าออนไลน์ก็ควรต้องจ่ายภาษีเช่นเดียวกันเพื่อไม่ให้คนที่ทำธุรกิจปกติ ต้องเสียเปรียบคนที่ทำธุรกิจออนไลน์“แม่ลูกจันทร์” คาดว่าก่อนสิ้นปีนี้ ก.ม.เก็บภาษีธุรกิจออนไลน์จะคลอดออกมาประกาศใช้อย่างแน่นอนภาษีชนิดใหม่จะโกยรายได้เข้าคลังเพิ่มขึ้นอีกก้อนโตขี้หมูขี้หมา...ไม่ต่ำกว่าห้าหมื่นล้านบาทต่อปีหวานคอแร้งซะนี่กระไร“แม่ลูกจันทร์” มั่นใจว่าจะไม่มีการเรียกเก็บภาษีออนไลน์ย้อนหลังอย่างที่บางฝ่ายวิตกกังวลแต่หลังจาก ก.ม.ฉบับใหม่ประกาศ ใช้ต้องโดนเฉาะภาษี 5 เปอร์เซ็นต์ตามกติกาสรุปว่าคนไทยกับอินเตอร์เน็ตเป็นเรื่องธรรมดาวันนี้ คนไทยทั้งประเทศ 68 ล้านคน มีคนไทยใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กถึง 47 ล้านคน หรือ 70 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากรมีคนไทยส่งข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 82 ครั้งทุกๆ 1 วินาทีมีคนไทยใช้อินสตาแกรม 11 ล้านคนมีคนไทยใช้ทวิตเตอร์อีก 9 ล้านคนมากกว่าอังกฤษ มากกว่าฝรั่งเศส มากกว่าเยอรมัน มากกว่าญี่ปุ่น มากกว่าสเปน ฯลฯนี่ไม่ได้โม้...เรื่องจริงนะคุณโยม.“แม่ลูกจันทร์”