ตลาดอาวุธเอเชียกำลังกระเพื่อมครั้งใหญ่ จากการที่รัฐบาลไทยจัดซื้อเรือดำน้ำชั้น “หยวน” S26T ระวาง 2,600 ตัน จากสาธารณรัฐประชาชน จีน เริ่มจาก 1 ลำโหมโรง ก่อนต่อยอดเป็นจำนวนทั้งหมด 3 ลำซึ่งจากนั้นไม่นานก็มีข่าวทันทีว่า “เมียนมา” จะหาเรือดำน้ำมาไว้ในครอบครอง โดย พล.ต.มินต์ นเว รมช.กลาโหมเมียนมา เปิดเผยว่าในเมื่อเพื่อนบ้านเรามีเรือดำน้ำกัน เราก็ต้องจัดหาไว้บ้าง หากงบเพียงพอแต่ล่าสุดสดๆร้อนๆเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา การแข่งขันโชว์ศักยภาพก็คึกคักไปอีกขั้น หลัง ดร.นึก เอง เฮง รมว.กลาโหม “สิงคโปร์” ได้ประกาศ ชัดเจนว่า รัฐบาลจะจัดหาเรือดำน้ำเพิ่มเป็น 4 ลำ ด้วยเหตุผลการเพิ่มขีดความสามารถทางกองทัพเรือของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกจากเดิมสิงคโปร์มีเรือดำน้ำหลัก 6 ลำ เป็นเรือรุ่นเก่าชั้น “สโยร์แมน” ของสวีเดน ที่ถูกอัพเกรดให้ทันสมัย เป็นเรือดำน้ำขนาดเล็กไว้สำหรับป้องกัน ระวางประมาณ 1,200 ตัน ซึ่งเรือดำน้ำที่จะนำมาเสริมทัพนี้ เป็นเรือชั้น “218 SG” สั่งต่อพิเศษจากเยอรมนี ระวางเชื่อว่าอยู่ที่ 2,000 ตันโดยลอตแรก 2 ลำ สั่งไปตั้งแต่ปี 2556 แล้ว คาดส่งมอบภายในปี 2564 และ 2565 ส่วนลอตใหม่อีก 2 ลำ คาดว่าจะมาภายในปี 2568 เป็นต้นไป การส่งมอบเชื่อว่าน่าจะใกล้ๆเวลาเดียวกับที่ไทยต่อเรือชั้นหยวนเสร็จและที่สำคัญ เรือรุ่นใหม่ของสิงคโปร์จะใช้ระบบ “เอพีไอ” แบบเดียวกับชั้นหยวน คือเรือดำน้ำไม่ต้องขึ้นผิวน้ำมาชาร์จแบตเตอรี่ สามารถปฏิบัติการใต้ทะเลได้นานกว่า 1 สัปดาห์หรือบางรุ่นที่นานเกือบเดือน แล้วแต่สเปก ทำให้เพิ่มขีดความสามารถซ่อนพราง ได้แบบเดียวกับที่ไทยกำลังจะมีทั้งหมดทั้งปวงนี้ ส่วนตัวถือเป็นเรื่องน่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ที่การขยับตัวของไทย เปรียบเสมือนน้ำหยดลงทะเล กลายเป็นระลอกคลื่นซัดสาดไปรอบทิศ ขณะที่สื่อตะวันตกต่างๆก็พากันจับตามองเขม็ง บางส่วนถึงขั้นแสดงความกังวล เพราะถือเป็นการแข่งขันทางอาวุธครั้งใหญ่ในภูมิภาคในอนาคตประเมินกันว่า ฝูงเรือดำน้ำในเอเชียจะเพิ่มสูงถึง 250 ลำ ในจำนวนนี้จะเป็นจีนถึง 78 ลำ ขณะที่ชาติอาเซียนในปัจจุบันอยู่ที่ 16 ลำ เช่นเดียวกับออสเตรเลีย อินเดีย ปากีสถาน เกาหลีใต้และอินโดนีเซีย ที่มีแผนจะขยายและพัฒนาขีดความสามารถทางเรือดำน้ำขึ้นอีก.ตุ๊ ปากเกร็ด