สืบเนื่องจากการสัมปทานรังนกอีแอ่น จ.พัทลุง ได้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 3 พ.ค.2559 คณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่น จ.พัทลุง จึงได้ประกาศยื่นซองประมูลฯใหม่ แต่ไม่มีบริษัทรังนกเข้ามาซื้อแบบยื่นประมูลแต่อย่างใด จนในที่สุดคณะกรรมการฯได้จัดให้ยื่นซองประมูลเงินอากรรังนกอีแอ่น จ.พัทลุง ด้วยวิธีพิเศษถึง 3 ครั้ง มี 3บริษัทเข้าร่วมประมูล ประกอบด้วย บริษัท เค.โอ.ซี.อิมปอร์ตเอ็กซ์ปอร์ต จำกัด ยื่นประมูลด้วยวงเงิน 418,322,520 บาท บริษัท สยามเนส 2559 ยื่นซองประมูล450 ล้านบาท และบริษัท จิราธาร เอเยนซี ยื่นประมูล429 ล้านบาท ในการประมูลครั้งนั้นบริษัท สยามเนสฯที่ยื่นประมูลวงเงินสูงสุดจำนวน 450 ล้านบาท แต่เขียนตัวอักษรผิดเป็น “สี่ร้อยห้าสิบบาท” จึงถูกตัดสิทธิ์ ต่อมาบริษัท สยามเนสฯยื่นหนังสือคัดค้าน กระทั่งวันที่ 1 มิ.ย.2559 คณะกรรมการฯได้ร่วมประชุม และมติให้บริษัท สยามเนส 2559 จำกัด เป็นผู้ชนะการสัมปทานรังนกฯในครั้งนี้ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 25 มี.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเร็วๆนี้ บริษัท เค.โอ.ซี.อิมปอร์ตเอ็กซ์ปอร์ต จำกัด ได้รวบรวมพยานหลักฐานเข้ายื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อดำเนินคดีกับนายโอภาส บุญช่วย อัยการจังหวัดพัทลุง ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บรังนกอีแอ่น จ.พัทลุง (ทำหน้าที่แทนนายวินัย บัวประดิษฐ์ ผวจ.พัทลุง ประธานรังนกฯที่ถูกสั่งย้ายพร้อมพวกรวม 11 คน) และศาลฯนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 22 มิ.ย.นี้ ขณะเดียวกันนายโอภาสมีคำสั่งย้ายไปเป็นอัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักอัยการพิเศษฝ่ายเศรษฐกิจ และทรัพยากร 2 สำนักงานอัยการสูงสุดและจะเดินทางไปรับตำแหน่งวันที่ 31 มี.ค.นี้ขณะที่นายทวี ภูมิสิงหราช อดีต ส.ว.พัทลุง ในฐานะประธานชมรมต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบจังหวัดพัทลุง พร้อมพวกได้นำช่อดอกไม้ไปมอบให้นายโอภาสที่ สนง.อัยการจังหวัดพัทลุงเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการต่อสู้หลังจากถูกฟ้องร้องในครั้งนี้ เนื่องจากเห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ของนายโอภาสในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บรังนกอีแอ่นจังหวัดพัทลุง เป็นการทำเพื่อผลประโยชน์ของ จ.พัทลุง โดยมิได้หวังผลประโยชน์เพื่อตัวเองแต่อย่างใด ถือเป็นตัวอย่างที่ดีต่อข้าราชการไทยปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนทางด้านนายโอภาสกล่าวว่า ตนและคณะกรรมการรังนกฯทุกคนได้ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการดำเนินการประมูลเงินอากรรังนกอีแอ่นจ.พัทลุงโดยวิธีพิเศษ และปฏิบัติตาม พ.ร.บ.รังนกอีแอ่น พ.ศ.2540 ทุกประการ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของท้องถิ่น จ.พัทลุงเป็นสำคัญ ในการประมูลรังนกอีแอ่นฯวงเงินสัมปทานจำนวน 450 ล้านบาทนั้นเป็นที่พึงพอใจของทุกฝ่าย จากราคากลางที่ตั้งไว้ 405 ล้านบาท และเป็นเยี่ยงอย่างที่ดีของการดำเนินงานการยื่นซองสัมปทานรังนกฯที่จังหวัดต่างๆที่มีเกาะรังนก สามารถนำไปยึดถือปฏิบัติได้ เมื่อมีการฟ้องร้องก็ยินดีที่จะต่อสู้ไปตามกระบวนการยุติธรรม มั่นใจว่าสิ่งที่คณะกรรมการรังนกฯได้กระทำไปนั้นเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว.