วันนี้เป็นวันที่สามของการเป็นผู้ประสบภัย “จากอุทกภัย 2569” ของผมแล้วนะครับ บันทึกไว้ ณ วันจันทร์ที่ 28 กันยายน ซึ่งจะลงตีพิมพ์ในไทยรัฐ ฉบับวันพุธที่ 30 กันยายนก็คงต้องเริ่มด้วยการรายงานถึงสถานการณ์ล่าสุดของตัวผมเองในฐานะผู้ประสบภัยคนหนึ่ง...ว่า...ทุกสิ่งทุกอย่างยังเหมือนเดิมครับกล่าวคือยังคงพำนักอาศัยอยู่บนชั้นสองของบ้านเหมือนเดิม ทำกิจกรรมที่จำเป็นสำหรับมนุษย์ทุกๆอย่างอยู่บนชั้นสองเหมือนเดิม...รวมทั้งการเขียนต้นฉบับวันนี้นานๆครั้งจะเดินไปที่หัวบันไดมองลงข้างล่างเพื่อสังเกตระดับนํ้าที่ยังเจิ่งนองอยู่ ณ ห้องรับแขกและห้องทำงาน รวมถึงห้องครัวด้วย เพิ่มขึ้นหรือลดลง?ผลปรากฏว่าลดลงไปประมาณ 1 เซนติเมตรครับ จากที่ท่วม อยู่ถึง 33 เซนติเมตรที่ภรรยาผมลงไปวัดไว้เมื่อวานนี้เล่นเอาใจหายอยู่เหมือนกัน เพราะขนาดเมื่อคืนฝนหยุดตกไปหลายชั่วโมงและเช้าต่อมาก็แค่พร่ำๆมาบ้าง...ยังลดได้แค่ 1 เซนเท่านั้น...ถ้าอัตราความเร็วของการลดยังเป็นเช่นนี้จะต้องใช้เวลาถึง 33 วันเชียวนะเนี่ยถึงจะลดหมดเกลี้ยงผมก็ได้แต่หวังว่าประสิทธิภาพการสูบนํ้าของกรุงเทพมหานคร ในวันพรุ่งนี้ มะรืนนี้คงจะเพิ่มขึ้นนะครับ...อย่าให้ทอดยาวไปถึง 33 วัน เป็นอันขาดสำหรับเรื่องราวที่ผมจะบันทึกไว้วันนี้ เป็นเรื่องของชุมชนคลองจั่น เขตบางกะปิ ที่เป็นจุดน้ำท่วมอย่างสาหัสชุมชนหนึ่งโดยเฉพาะบริเวณ “แฟลตคลองจั่น” ท่านผู้อ่านก็คงได้อ่านข่าวกันแล้วว่า เป็นจุดที่นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล แวะไปเยี่ยมเยียนในช่วงหัวค่ำของวันแรกที่กลับจากสหรัฐฯถึงไทยได้รับการต้อนรับด้วยเสียงตะโกนถามว่า มาทำไม? รวมทั้งประชดประชันด้วยวลีที่ว่า “รวยไม่ไหวแล้วโว้ย” ดังสนั่นไปหมดแต่ท่านนายกฯก็ยิ้มสู้ลุยนํ้าแจกของและตอบคำถามที่พอตอบได้ จนใกล้จะกลับจึงมีเสียง “ขอบคุณ” ที่ท่านมาเยือน รวมทั้งฝากความเดือดร้อนต่างๆให้นายกฯกลับไปหาทางช่วยเหลือเท่าที่ดูจากคลิปข่าวต้องถือว่านายกฯอนุทินรับสถานการณ์ได้ดีมาก พยายามชี้แจงเท่าที่จะชี้แจงได้ ยอมรับทั้งเสียงด่าและเสียงชื่นชมส่วนว่าจะกลับไปหาทางช่วยเหลือได้หรือไม่? คงต้องติดตามกันต่อไปอย่างที่ผมเรียนไว้เมื่อวานนี้ว่า ชุมชนคลองจั่น เกิดขึ้นจากการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 5 เมื่อ พ.ศ.2509 ที่เราขันอาสาเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับเอเชียงานนี้เป็นครั้งแรกประสบความสำเร็จสูงมาก นักกีฬาเราได้เหรียญทองหลายคน โดยเฉพาะดังที่สุดก็คือ ปรีดา จุลละมณฑล นักปั่นจักรยานที่คว้าไปได้หลายเหรียญทองใน พ.ศ.นั้นเมื่อจบการแข่งขันแล้วรัฐบาลก็ยกหมู่บ้านนักกีฬาแห่งนี้แก่ กรมประชาสงเคราะห์ เปิดจำหน่ายบ้านแบบผ่อนส่งยาวดอกเบี้ยถูก แก่ประชาชนทั่วไปต่อมาเมื่อ ครม.มีมติให้ การเคหะแห่งชาติ มารับผิดชอบ ก็มีการก่อสร้างรุ่นที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 มีตั้งแต่บ้านใหญ่ 80 ตารางวา...บ้านขนาดกลาง 50 ตารางวา จนถึง ทาวน์เฮาส์ และจบลงด้วยการสร้าง แฟลต (ข้อมูลในกูเกิลระบุว่ามี 30 อาคาร หรือ 30 หลัง)ผมจับสลากได้ในรุ่นที่สร้างอาคาร 2 ชั้น ขนาดกลาง เนื้อที่ 50 ตารางวา และมาอยู่อาศัยตั้งแต่ พ.ศ.2514 จนถึงบัดนี้เป็นเวลา 55 ปี จึงถือว่าเป็นชาวชุมชนคลองจั่น รุ่นเดอะ คนหนึ่งขอขอบคุณท่านนายกฯด้วยอีกเสียงหนึ่งนะครับที่ท่านมาชุมชนของเรามาตั้งแต่หาเสียงเลือกตั้ง ตั้งแต่ก่อนน้ำท่วมจนถึงในวันนํ้าท่วม และรับปากว่าจะดูแลโน่นนี่หลายๆอย่างอะไรที่ช่วยได้ผมก็ฝากให้ช่วยด้วย อะไรที่ช่วยไม่ได้ก็อย่าลืมแถลงเหตุผลให้ประชาชนในทุกเขตรับรู้ ที่คงจะฝากกันมาเยอะอย่างจริงจังและจริงใจก็แล้วกัน...อะไรก็ตามที่เป็นความจริงใจ ประชาชนยอมรับได้เสมอครับ ผมเชื่อเช่นนั้น."ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม