ความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นและจีนถดถอยลงหลังจากที่นางทากาอิจิ ซานาเอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวในรัฐสภาเมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมาว่า หากจีนส่งกำลังทหารเข้าโจมตีไต้หวัน สถานการณ์ดังกล่าวอาจเป็นภัยต่อญี่ปุ่นและอาจเปิดทางให้ญี่ปุ่นใช้สิทธิป้องกันตนเองร่วมได้ ส่งผลให้จีนออกมาตอบโต้และผลักดันมาตรการกดดันญี่ปุ่นในหลายด้าน พร้อมแนะนำให้พลเมืองของตนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่น เพื่อเรียกร้องให้นางทากาอิจิถอนคำพูดในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาญี่ปุ่นลดลงอย่างมาก ถึงร้อยละ 56.4 จาก 4.71 ล้านคนในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เหลือเพียง 2.06 ล้านคน อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาดังกล่าว ญี่ปุ่นมีรายได้จากยอดใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.3 เป็น 4.85 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 1.04 ล้านล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าการลดลงของนักท่องเที่ยวจีนไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญสถาบันวิจัยโลวี (Lowy Institute) สถาบันวิจัยอิสระของออสเตรเลีย ระบุว่า ญี่ปุ่นอาจปรับตัวเป็นที่เรียบร้อย โดยหันไปพึ่งพานักท่องเที่ยวที่มีการใช้จ่ายสูง ซึ่งผลสำรวจของกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นระบุว่า ในปี 2568 นักท่องเที่ยวจากเยอรมนี อังกฤษ และออสเตรเลีย ต่างใช้จ่ายโดยเฉลี่ยมากกว่าคนละ 390,000 เยน ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนใช้จ่ายเฉลี่ยเพียงคนละ 246,154 เยน นอกจากนี้ ปัจจัยเงินเยนที่อ่อนค่าลง ตั้งแต่เดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ถึงร้อยละ 4.2 เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ก็อาจเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศดังกล่าวจังหวัดโอกินาวา ซึ่งชาวจีนนิยมไปท่องเที่ยวนั้น ยังมีการปรับตัว โดยสถานที่ต่างๆหันไปใช้อักษรจีนตัวเต็มที่นิยมใช้ในไต้หวัน แทนอักษรจีนตัวย่อที่นิยมใช้ในจีนแผ่นดินใหญ่ นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ที่นิยมเดินทางมาโอกินาวาเพิ่มขึ้น ยังช่วยให้จังหวัดมีนักท่องเที่ยวเพิ่มเติม ทดแทนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงการปรับตัวของญี่ปุ่นอาจเป็นบทเรียนให้แก่ประเทศและธุรกิจต่างๆที่เผชิญแรงกดดันจากมาตรการทางเศรษฐกิจ โดยชี้ให้เห็นว่าการกระจายความเสี่ยงเป็นแนวทางสำคัญในการรับมือ.สาริศ วรรณะเลิศคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม