แค่ช็อตหวือหวา เอาปริมาณมากกว่าคุณภาพ แต่ยังไม่ใช่คำตอบสุดท้ายที่ทุกฝ่ายรอคอย คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลงมติฟันลอตใหญ่ 1,767 อดีตผู้สมัคร สว. ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามในการลงสมัคร สว.ปี 2567 ส่งฟ้องดำเนินคดีอาญา ออกแอ็กชันสอยปลาซิวปลาสร้อย คั่นจังหวะคิวใหญ่คดีฮั้วเลือก สว.ที่ถูกเลื่อนออกไปจากเดิมที่มีกระแสข่าวจะลงมติวันที่ 28 ส.ค.2569 จะส่งรายชื่อ 229 คน ที่ถูกกล่าวหาร่วมขบวนการฮั้ว ให้ศาลฎีกาพิจารณาหรือไม่โพยฮั้วเลือก สว.เจอลูกยื้อ ยืดเวลาชี้ขาด อาจเสร็จไม่ทันตามเส้นตาย สิ้นเดือน ส.ค. ส่อได้วัดพลังเป็นหนังชีวิต สู้ต่อกันยาวๆแม้พรรคประชาชนและไอลอว์จะรุกหนัก เปิดโปงพยานหลักฐานมาหลายภาค ทั้งโพยฮั้ว คลิปเสียง ภาพถ่าย เส้นทางเงิน เส้นทางโทรศัพท์ ตั๋วเครื่องบิน เชื่อมโยงรัฐมนตรี สส. สว. เครือข่ายบ้านใหญ่ ร่วมพัวพันกระบวนการ แต่ยังปิดบัญชีไม่สำเร็จ ต้องลุ้นใจจดใจจ่อ จะถูกตัดจบในชั้น กกต. หรือต้องวัดดวงสู้ถึงฎีกาสถานการณ์ที่พรรคภูมิใจไทยปักหลักสู้กลับ ดาหน้าออกมายกแผง ไม่ปล่อยให้โดนทุบ เป็นจำเลย โดนล่าแม่มดอยู่ฝ่ายเดียวเปิดศึกตาต่อตา ฟันต่อฟัน ตอบโต้ดุเดือด “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์ สองหัวหอกที่คอยเปิดโปงคดีฮั้ว สว.แบ่งบท แบ่งหน้าที่ ทั้งระดับแกนนำพรรค สส. และทีมกฎหมาย ช่วยกันไล่บี้คดีฮั้ว สว.ฝั่งสายตรงบุรีรัมย์ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ใช้กลไกอำนาจรัฐเปลี่ยนทิศทางลม สั่งการอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แจ้งความกองปราบปราม หาตัวเจ้าหน้าที่รัฐที่ปล่อยให้สำนวนคดีหลุดรอดออกไป รวมถึงคนนอกที่นำความลับในสำนวนคดีไปเผยแพร่ต่อเร่งสืบหาหนอนบ่อนไส้ บล็อกทุกทาง สกัดเจ้าหน้าที่รัฐไม่ให้กล้าส่งข้อมูลวงในให้ฝ่ายตรงข้ามอีกแท็กทีมกับ นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว.สีน้ำเงิน ที่ออกมาเปิดประเด็นการถูกแฮ็กข้อมูลการโทร.เข้า-โทร.ออกในช่วงการเลือก สว. เตรียมแจ้งความเอาผิดไอลอว์ ฐานเข้าข่ายละเมิด พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือกฎหมายพีดีพีเอลุยหักล้างที่มาข้อมูลลับ ได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ไม่สามารถนำมาใช้ได้พ่วงไปกับยุทธศาสตร์ดาวกระจาย เดินสายแจ้งความเอาผิดหมิ่นประมาท ฟ้องปิดปาก “ไอติม-ไอลอว์” ตามพื้นที่ต่างจังหวัดที่เป็นฐานที่มั่นของพรรคภูมิใจไทยแม้กระทั่ง “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ก็อยู่นิ่งไม่ไหวกรณีเอกสารสำนวนคดีฮั้ว สว.ของดีเอสไอหลุดไปอยู่ในมือ “ไอลอว์-ไอติม” จวกยับคนปล่อยเอกสารลับ มีเจตนาไม่ดีกับรัฐบาลถึงเวลาขยับจากหลังฉากมาอยู่หน้าฉาก ออกมาร่วมไล่บี้เอาผิดคนทำเอกสารรั่ว เพราะคดีฮั้ว สว.ผูกโยงกับเสถียรภาพรัฐบาลภูมิใจไทยจัดเต็มทุกมิติ ทั้งกลไกอำนาจรัฐ งัดเทคนิคกฎหมายพีดีพีเอ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หักล้างน้ำหนักข้อกล่าวหาคดีฮั้ว สว. ก่อนถึงเส้นตายการตัดสินของ กกต.เปลี่ยนสถานะจากตั้งรับมาเป็นฝ่ายรุก ไล่บี้เอาผิดคนเอาข้อมูลวงในไปเผยแพร่เดิมพันอำนาจครั้งสำคัญ หาก กกต.มีมติส่งฟ้องคดีฮั้ว สว.ยกลอต จะส่งผลสะเทือนถึงพรรคภูมิใจไทย กลายเป็นสารตั้งต้นถึงขั้นถูกยุบพรรคตามมาเซฟโซนสุดต้องตัดจบทุกอย่างในชั้น กกต. ขืนให้คดีฮั้ว สว.หลุดไปถึงชั้นศาลฎีกาก็เสี่ยงคุมทิศทางไม่ได้ยิ่งถ้าศาลฎีกาสั่งรับฟ้อง เหล่า สว.สีน้ำเงินต้องถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที โควตา สว.สีน้ำเงินหายวับ พาลกระทบเสถียรภาพรัฐบาลสั่นคลอนจุดเปราะบางอาณาจักรสีน้ำเงินเสี่ยงล่มสลาย จำเป็นที่พรรคภูมิใจไทยต้องแก้เกมโดยเร่งด่วน“ภูมิใจไทย” เปิดแนวรบบู๊ “พรรคประชาชน-ไอลอว์” ดุเดือดช่วงโค้งสุดท้าย ฝั่งหนึ่งมีอำนาจรัฐเป็นแต้มต่อ คุมกลไกการตรวจสอบ ใช้กฎหมายเป็นอาวุธ ขณะที่อีกฝ่ายมีกระแสและความรู้สึกสังคมช่วยถือหาง มีต้นทุนทางสังคมเป็นกำลังหลักกดดันการทำหน้าที่ กกต.“อำนาจรัฐ” ปะทะ “กระแสสังคม” สู้กันหนักหน่วง มีเกมอำนาจเป็นเดิมพันแม้รัฐบาลสีน้ำเงินจะตัดจบคดีในชั้น กกต.สำเร็จ แต่หากอารมณ์ร่วมประชาชนจุดติด ฝ่ายค้านนำข้อมูลคดีฮั้ว สว.ไปต่อยอดศึกซักฟอกรัฐบาล แปรรูปขบวนไปเล่นเกมยาวจุดอันตราย แม้รัฐบาลจะชนะเสียงในสภา แต่ถ้าแพ้เสียงนอกสภาจากประชาชน ก็บริหารอำนาจต่อไปลำบาก!!!ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม