ทุกครั้งที่มีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ย่อมมีทั้งผู้ผิดหวัง และสมหวัง เมื่อตำแหน่งมีน้อย แต่คนรอคอยต่อคิวมากเกินโควตา ปัญหาอยู่ที่ว่าพวกเขาได้รับความเป็นธรรมมากน้อย เพียงใดหลายคนคุณสมบัติครบถ้วน ตั้งแต่อาวุโส ความรู้ ความสามารถเพียบพร้อมจะลงสนามประชันขันแข่งชิงตำแหน่งมั่นใจในฝีไม้ลายมือไม่เป็นรองใครท้ายสุดถูกรุ่นน้องข้ามหัวขึ้นไปเป็นนายนั่ง “ชี้นิ้วสั่ง”กลายเป็นสัจธรรมวงการสีกากีสะสมนานหลายสมัย วัคซีน “เร่งโต” ถูกฉีดเข้าต้นไม้ชอนไชกิ่งก้านสาขา กระทั่งเป็น “พิษลาม” สู่ฐานรากขององค์กรจนใกล้ได้เวลา “ผุกร่อน”“มือที่มองไม่เห็น” เข้ามาจัดการกุมอำนาจ “จัดสำรับ” เบียดคนทำงาน “ล้มพับ” ความเจริญก้าวหน้าในอาชีพรับราชการ ต้องทนอยู่แบบดักดาน “แช่แข็ง” รอวันนับคิวอาวุโสชนวนเหตุให้เกิด “เกียร์ว่าง” ไร้อารมณ์ทุ่มเทปฏิบัติ หน้าที่ อุดมการณ์ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์จำเป็นต้องทิ้งไว้เก็บใน “ลิ้นชัก”กลับลำเปลี่ยนพฤติกรรมไปเอาใจ “ผู้เป็นนาย”บางคนรู้สึกอายตัวเองต้องหอบเอาผลงาน ผลการ ทำงานไปหาใครต่อใครทั้งผู้หลักผู้ใหญ่ นักการเมือง“ผมทำงานนะครับ ผมอาวุโสแล้วช่วยผมขึ้นตำแหน่งหน่อยครับ” เจ้าตัวรำพันตั้งใจทำงาน ฟ้าเห็น แต่นายไม่เคยเห็น อะไรที่ไม่เคยทำก็ต้องทำ“มันเจ็บปวดนะ” เขาสะท้อนความจริง.สหบาทคลิกอ่านคอลัมน์ “ส่องตำรวจ” เพิ่มเติม