24 พฤษภาคม 2560 มีคนชวนผมข้ามจาก อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ไปกินข้าวกับกึม ซกคา ผมจึงไม่ไปนั่งกินข้าวกับกึม ซกคา ในตัวเมือง เพราะเห็นว่าประเจิดประเจ้อเกินไป ในที่สุดเราจึงไปนั่งขัดสมาธิคุยกันกลางป่าข้าวโพดที่ อ.กอมเรียง จ.พระตะบอง ซึ่งอยู่ใกล้ชายแดนด้าน อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรีโต๊ะก็ไม่มี เก้าอี้ก็ไม่มี แต่เรื่องที่คุยกันนั้นใหญ่กว่าโต๊ะกินข้าวหลายเท่า เพราะเป็นเรื่องบ้านเมืองและความไม่เข้าท่าของฮุน เซนหลังจากผมคุยกับกึม ซกคา ได้เพียง 3 เดือน 10 วัน3 กันยายน 2560 กึม ซกคา ก็ถูกทางการเขมรจับในข้อหาร่วมมือกับต่างชาติเพื่อล้มรัฐบาล ต่อมาศาลตัดสินจำคุก 27 ปีกึม ซกคา ถูกนำไปขังที่เรือนจำใน จ.ตบูงฆมุม หลังจากนั้นจึงถูกนำมากักตัวอยู่ที่บ้านในกรุงพนมเปญ และถูกห้ามทำกิจกรรมทางการเมืองชีวิตนักการเมืองนั้นแปลก วันนี้นั่งอยู่กลางป่าข้าวโพด พรุ่งนี้อาจอยู่ในคุก วันมะรืนอาจกลับมานั่งกินข้าวกับคนที่เคยเป็นคู่ต่อสู้ก็ได้25 พฤษภาคม 2569 กึม ซกคา อายุ 72 ปี ได้รับพระราชทานอภัยโทษจากพระมหากษัตริย์กัมพูชา แม้จะยังมีข้อห้ามเกี่ยวกับการเมืองและการเดินทางออกนอกประเทศอยู่ก็ตามตอนที่กึม ซกคา นั่งคุยกับผมในป่าข้าวโพดนั้น พรรคของแกมี สส.ถึง 55 คน ส่วนพรรคประชาชนกัมพูชาของฮุน เซน มี 68 คนหากการเลือกตั้งเป็นธรรม พรรคกู้ชาติกัมพูชาน่าจะได้ที่นั่งมากกว่านี้ และมีโอกาสเป็นรัฐบาลด้วยซ้ำ การเลือกตั้งครั้งนั้นจึงมีข้อกล่าวหาเรื่องความไม่ชอบมาพากลตามมามากมาย ส่วนฝ่ายรัฐบาลก็ปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านั้นก่อนหน้านั้น ผมเคยได้รับเชิญจากผู้ใหญ่ของมาเลเซียให้ไปพูดที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ท่านบอกด้วยว่าจะนัด สม รังสี มาให้พบและพูดคุยกับผม ผมก็ปฏิเสธอีก ไม่ใช่ว่าผมรังเกียจสม รังสี แต่การเมืองของประเทศเพื่อนบ้านนั้นเหมือนแกงหม้อใหญ่ของบ้านข้างๆ เราอาจได้กลิ่นหอมลอยข้ามรั้วมา แต่ถ้าเจ้าของบ้านไม่ได้เชิญให้เข้าไปช่วยคน ก็อย่าเอาทัพพีของเราไปกวนหม้อของเขาจะดีกว่าผมเคยนึกว่า กึม ซกคา และสม รังสี คงจะเป็นศัตรูทางการเมืองกับฮุน เซน ไปอีกนาน แต่ผมลืมไปอย่างหนึ่งว่า การเมืองไม่มีคำว่า ‘ตลอดไป’โดยเฉพาะเมื่อคู่กรณีฝ่ายหนึ่งชื่อฮุน เซน ผู้ซึ่งอยู่กับการเมืองมานานจนรู้ว่า ศัตรูบางคนนั้นปราบให้แพ้ก็ได้ แต่ถ้าทำให้กลายเป็นมิตรได้ย่อมดีกว่า เพราะศัตรูที่อยู่ไกลตัวนั้นคอยยิงเราได้ แต่ศัตรูที่นั่งกินข้าวอยู่ตรงหน้า อย่างน้อยเรายังมองเห็นว่ามือของเขากำลังถือช้อนหรือถืออะไรหลังจากกึม ซกคา ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ทั้งสองฝ่ายพบกันอย่างเป็นทางการแล้ว 2 ครั้ง10 กรกฎาคม 2569 ฮุน เซนเดินทางไปร่วมแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของมารดากึม ซกคา ซึ่งมีอายุถึง 100 ปี การพบกันครั้งนั้นจึงเป็นสัญญาณว่า น้ำแข็งทางการเมืองที่จับตัวมาหลายปีเริ่มละลาย16 สิงหาคม 2569 กึม ซกคา ก็พาครอบครัวไปพบฮุน เซนถึงบ้านพักในกรุงพนมเปญ คราวนี้ไม่ต้องหลบเข้าป่าข้าวโพด ไม่ต้องนั่งขัดสมาธิบนพื้นดิน แต่พูดคุยและรับประทานอาหารกันถึง 3 ชั่วโมง ตั้งแต่ 09.00-12.00 น.คนสำคัญที่ไปด้วยคือ กึม มโนวิทยา ลูกสาวของกึม ซกคา ฮุน เซน ก็ออกปากชมลูกสาวของอดีตคู่ต่อสู้ว่า “ผมได้พูดคุยกับหลานสาวกึม มโนวิทยา เยอะมาก เธอเป็นทรัพยากรบุคคลชั้นยอดสำหรับประเทศชาติอย่างแท้จริง”ผมนั่งอ่านเรื่องนี้แล้วก็นึกถึงป่าข้าวโพดเมื่อ 24 พฤษภาคม 2560 เก้าปีผ่านไป วันนี้กึม ซกคา ไปนั่งกินข้าวที่บ้านฮุน เซน ส่วนลูกสาวของเขาก็เข้าไปทำงานกับรัฐบาลของฮุน มาเนตถ้าจะถามผมว่าเรื่องนี้สอนอะไร ผมก็คงตอบว่า ในการเมืองนั้น อย่าเพิ่งรีบรักใครจนหมดหัวใจ และอย่าเพิ่งรีบเกลียดใครจนหมดบ้าน เพราะต่อไปอาจจะมีคนคิดทำการเมืองไทยให้คล้ายกับการเมืองเขมรก็ได้.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม