ตำรวจขยายผลทุจริตสวมสิทธิ “บัตรสีชมพู” ยัดชื่อ ต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้านห้องละหลายสิบคน พบเส้น เงินโอนสินบนเข้า จนท.เขต เฉียด 1 ล้านบาท กทม. เต้น เรียกประชุม 50 เขต สั่งตรวจสอบการย้ายเข้าของบุคคลต่างด้าวถือบัตรสีชมพูทั่วกรุง โดยเฉพาะเขตดินแดงต้นเรื่องพบยอดต้องสงสัยกว่า 3,228 ราย ตั้งแต่ปี 2560-2569 ลั่นต้องส่งข้อมูลสรุป ทั้งหมดให้ กทม. ภายใน 1 ก.ย.นี้ มท.4 ลุยสแกนทุกเขต กทม.ขยายผลขบวนการสวมสิทธิบัตรสีชมพู ชี้อาจไม่ใช่แค่ทุจริตสวมบัตร อาจรวมแจ้งเกิดเท็จ โยงปมพ่อทิพย์ ขอรอข้อมูลเพิ่มเติมเร็วๆนี้กรณี พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมคณะ ทำงาน DOPA N.I.C.E ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ปปง. เปิดปฏิบัติการ “กวาดบ้านกลางกรุง” บุกค้น แฟลตดินแดง ทลายเครือข่ายทุจริตทำบัตรชมพูให้ชาว ต่างด้าวโดยนำเด็กต่างด้าวอายุ 5-15 ปี ยัดชื่อลงใบ ในทะเบียนบ้านที่แฟลตดินแดงไม่ต่ำกว่า 1,366 คน พบห้องมีเด็กต่างด้าวอยู่ในทะเบียนบ้าน 44 ห้อง มีเด็กมากกว่า 16 คนขึ้นไป โดยเฉพาะบ้านเลขที่ 6004/47 อาคารแฟลตดินแดง ช.4 แจ้งเด็กย้ายเข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้านมากถึง 64 ราย ทั้งๆที่ห้องพัก มีขนาดเล็ก จุดประสงค์เพื่อต้องการนำไปใช้สิทธิสวัสดิการรัฐในไทย และสามารถทำธุรกรรมได้อาจเกี่ยวโยงไปถึงบัญชีม้า สแกมเมอร์ และเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ผลปฏิบัติจับกุมผู้ร่วมขบวนการ 7 ราย ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตดินแดง เจ้าบ้าน คนกลาง นายหน้า และพยานรับรองตามที่เสนอข่าวไปนั้นความคืบหน้าเรื่องนี้เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19 ส.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. กล่าวว่า กรณีนี้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและข้ามเมือง ผิดกฎหมาย ตามนโยบายนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายก รัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย โดยตั้งชุดเฉพาะกิจต่อต้านปราบปรามคนต่างด้าวร่วมกับคณะทำงานต่อต้านเฉพาะกิจภัยความมั่นคงทางทะเบียนกรมการปกครอง เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ปปง. ป.ป.ท. ในการปราบ ปรามอย่างจริงจัง ทั้งเรื่องการทุจริตทะเบียนราษฎรทั้งหมดได้ทำงานต่อเนื่องพล.ต.ท.นพศิลป์กล่าวต่อว่า ปัญหาทุจริตออก บัตรต่างๆ ได้แก่ บัตรหัว G ที่ จ.เชียงราย คือ บัตร เลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยอักษร G ที่กระทรวงศึกษาธิการ ออกให้กับเด็กนักเรียนที่ไม่มีบัตรประชาชนไทยหรือเด็กไร้สัญชาติ กลุ่มเป้าหมายที่สวมสิทธิทะเบียนนักเรียนอักษร G เป็นต่างด้าว ชาวจีนและเมียนมา ใช้รหัสนักเรียนซ้ำ เอามาเข้าทะเบียนบ้าน จากนั้น ใช้รหัสนักเรียนเพื่อต่อด้วยบัตรหัว 0 หรือบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าวออกบัตรให้กลุ่มคนที่ไม่เคยมีทะเบียน บ้านมาก่อนตามชายแดน ได้จับกุมที่ อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี เป็นชาวโรฮีนจา และ อ.แม่สอด จ.ตาก เป็นชาวเมียนมา และบัตรสีชมพู ท้องที่ สน. ดินแดง ต่อเนื่องจากการปฏิบัติการวันที่ 30 มี.ค. ใน อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา พบคนเอาบัตรดังกล่าว มาอยู่ในทะเบียนบ้านจำนวนมาก จากนั้นพยานที่แฟลตดินแดงทราบข่าวให้ข้อมูลมีหลายห้องนำชาวเมียนมาย้ายเข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้านพล.ต.ท.นพศิลป์กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบที่แฟลตดินแดงทั้งหมด 63 อาคาร จำนวน 5,726 ห้อง แต่ละห้องถ้าดูในทะเบียนราษฎรมีคนพัก 16 คน ขึ้นไป ทั้งหมด 44 ห้อง ยอดต่างด้าว 1,366 คน ตั้งข้อสังเกตว่าพื้นที่ห้องขนาด 30-35 ตารางเมตร แต่ทำไมย้ายคนเข้าไปอยู่ในทะเบียนบ้านได้มากขนาดนี้ จึงได้วางแผนจับกุม พบว่าห้องแรกย้ายคนต่างด้าวเข้ามา 64 ราย อัดเข้าไปอยู่กันยังไง วันที่ 6 มิ.ย.67 ย้ายชื่อเข้า 26 ราย วันที่ 7 มิ.ย.67 ย้ายชื่อ เข้าอีก 38 ราย นายทะเบียนให้ย้ายเข้ามาไม่ดูเลยหรือว่าอยู่กันได้ยังไง รวมทั้งระดับพื้นที่ห้องไม่เป็นไปตามเกณฑ์ความปลอดภัยของกระทรวงสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ยินยอมรับเอกสารทั้งๆที่มีลงนามล่วงหน้าจาก นายหน้าลงนามเป็นชื่อปลอม เจ้าบ้านก็ไม่ได้แสดงตน เป็นการทุจริตของเจ้าหน้าที่ ได้จับกุมเจ้าหน้าที่รัฐ 3 ราย เจ้าบ้าน 3 ราย พยานเท็จ 1 ราย ทั้งหมดรับสารภาพ ตรวจสอบเส้นเงินพบผู้หญิงคนหนึ่งคาดว่าเป็นนายหน้า โอนเงินให้กับนายหน้าแถวสอง คือคนที่เป็นเจ้าบ้านในแฟลตดินแดง 8 ครั้ง ประมาณ 133,000 บาท และโอนให้เจ้าหน้าที่เขตดินแดง 17 ครั้ง เป็นเงิน 936,120 บาท“หลังจับกุมผู้ว่าฯ กทม.สั่งการให้ ผอ.เขตทั้ง 50 เขต ตรวจสอบข้อมูลว่ามีบัตรสีชมพูเข้าไป อยู่ในทะเบียนบ้านผิดปกติกี่เขต ชุดจับกุมได้รับข้อมูลจากผู้เสียหายอีกรายหนึ่งด้วยว่า ได้ไปแจ้งความที่ สน.พญาไท หลังจากนำชื่อหลานเข้าทะเบียนบ้าน ที่สำนักงานเขตพญาไท ปรากฏว่า นำชื่อเข้าไม่ได้ เพราะเจ้าหน้าที่แจ้งว่านำเข้าในทะเบียนไม่ได้แล้ว เพราะในทะเบียนบ้านมีคนอยู่ 111 คน ทั้งที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่อง ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบ รวมทั้งอธิบดีกรมการปกครอง สั่งตรวจสอบทั้งหมดทุกจังหวัด บัตรชมพูได้ตรวจสอบย้อนหลังไป 5 ปี และจะตรวจลึกไปถึง 10 ปี” พล.ต.ท.นพศิลป์กล่าวผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.กล่าวด้วยว่า ทั้งคดี นอมินีคนไทยถือครองธุรกิจให้คนต่างด้าว คดีพ่อทิพย์ จดทะเบียนแจ้งเกิดเท็จให้เด็กต่างชาติโดยเฉพาะจีนเทาให้มีสัญชาติไทย และส่วยบัตรชมพูต่างด้าวใส่ชื่อในทะเบียนบ้าน เพื่อให้สามารถใช้สวัสดิการรัฐได้ระดับหนึ่ง ทั้งหมดเกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตทะเบียนราษฎร คดีพ่อทิพย์ทำให้เด็กมีสิทธิ ทุกอย่างเหมือนคนไทย กระทบกับความมั่นคงของรัฐ ในระยะยาว คดีคนไทยเป็นนอมินีให้ต่างด้าว กฎหมาย กำหนดไว้ให้ถือครอง คือ ต่างชาติ 49% คนไทย 51% แต่ปรากฏว่ามีการเอาคนไทยมาเป็นนอมินี ถือบัญชี ครองที่ดิน ส่งผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจร้ายแรงวันเดียวกัน ที่ห้องประชุมสำนักงานปกครองและทะเบียน ศาลาว่าการ กทม. (เสาชิงช้า) พล.ต.อ. อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. เรียกผู้บริหารสำนักปกครองและทะเบียน พร้อมด้วยผู้ที่เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน รุ่นที่ 2 ประจำปีงบประมาณ 2569 เข้าร่วม ประชุมด่วน และประชุมผ่านระบบทางไกล (ออนไลน์) เพื่อกำชับให้เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎร กรณีรายการย้ายเข้าของบุคคลต่างด้าวที่ถือบัตร สีชมพู ซึ่งมีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วย 7 โดยมิชอบพล.ต.อ.อดิศร์กล่าวว่า กำชับให้สำนักปกครองและทะเบียน และฝ่ายทะเบียนทั้ง 50 เขต เร่งดำเนินการ เชิงรุก ตามข้อสั่งการของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. โดยให้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อมูลการย้ายเข้า ของบุคคลต่างด้าวที่ถือบัตรสีชมพู ซึ่งมีเลขประจำตัว ขึ้นต้นด้วย 7 ให้ชัดเจน เพราะในบางพื้นที่มีการย้าย เข้าในจำนวนที่มากผิดปกติ และให้รายงานตัวเลขที่มีการย้ายเข้าผิดปกตินั้นกลับมาโดยเร็วที่สุดในทุกวัน ล่าสุด จากการตรวจสอบการแจ้งย้ายเข้าในส่วนของสำนักงานเขตดินแดง พบว่ามีการย้ายเข้าบ้านที่มีจำนวนมากผิดปกติ โดยเฉพาะมีการย้ายเข้ามากกว่า 16 คนต่อ 1 หลัง ซึ่งจากรายงานยอดการทำบัตรประจำตัวคนไม่มีสัญชาติไทยในพื้นที่เขตดินแดง ย้อนหลังตั้งแต่ปี พ.ศ.2560-2569 พบว่ามีการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับกรณีต้องสงสัยดังกล่าว จำนวน 3,228 ราย ซึ่งจะมีการเร่งตรวจสอบข้อมูล เพิ่มเติมโดยเร็ว“ย้ำว่า ทั้ง 50 เขต ต้องเร่งตรวจสอบทันทีและ ให้เจ้าหน้าที่ที่ได้เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมต่อต้านภัย ความมั่นคงทางทะเบียน เข้าไปมีส่วนสำคัญในการร่วมตรวจสอบด้วย เพื่อให้มีความรอบคอบมากที่สุด จากนั้นทุกเขตต้องส่งข้อมูลที่ครบถ้วน ถูกต้องไม่เกิน วันที่ 1 ก.ย.นี้ เพื่อที่ กทม.จะนำข้อมูลดังกล่าวประสานไปยังกระทรวงมหาดไทย เพื่อขยายผลเกี่ยวกับการออกบัตรสีชมพูต่อไป” ที่ปรึกษา ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวอีกด้านหนึ่ง ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย เผยถึงเรื่องนี้ว่า ต้องยอมรับว่าเจ้าหน้าที่มีส่วนและอาจปล่อยปละละเลย ห้องหนึ่งห้องถ้าเอะใจหน่อยมีการย้ายเข้ามาตั้ง 60 คน มันเป็นไปได้หรือไม่ ห้องแค่ 30 กว่า ตร.ม. ฉะนั้นถ้าพบเจอแบบนั้นต้องดำเนินการ ส่วนเจ้าหน้าที่จากการออกหมายจับทั้ง 7 ราย ทั้งที่เป็นนายหน้า เจ้าของบ้าน เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการในชั้นของ ตำรวจ ส่วนเจ้าหน้าที่ กทม.ก็ให้ออกไว้ก่อน รวมถึง ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงเมื่อถามว่า ตัวนายหน้าระบุว่ามีการทำลักษณะนี้ ในทุกเขต นายวรศิษฎ์กล่าวว่า ได้ให้สแกนทั้ง กทม. ร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่แค่เฉพาะ กทม.จะขยายผลไปในพื้นที่อื่นๆด้วย ทั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องการสวมบัตรอย่างเดียว ยังรวมไปถึงการแจ้งเกิดเท็จ เรื่องพ่อทิพย์ด้วย คิดว่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติมในเร็ววันนี้ แล้วจะขยายผลได้เพิ่มเติม เป็นเรื่องของความมั่นคงด้วย เพราะต่อไปเมื่อเขาเดินทางง่าย ใช้ชีวิตสะดวกมากกว่า ที่ควรจะเป็น โอกาสที่จะไปทำอะไรก็ไม่รู้มันก็เยอะมากขึ้นตามไปด้วย ต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เมื่อถามว่า เขาสามารถมีสิทธิ์ขั้นพื้นฐานเหมือนคนไทยได้หรือไม่ นายวรศิษฎ์กล่าวว่า มันไม่ทั้งหมด หลักๆ เป็นเรื่องของการขอสัญชาติในอนาคต.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่