“อนุทิน” ปลื้มออสเตรเลียยิงสลุต 19 นัดต้อนรับ ฟุ้งผลน่าพอใจยิ่ง สำเร็จ 2 เด้ง ร่วมนายกฯ ออสเตรเลียออกแถลงการณ์ปราบอาชญากรรมข้ามชาติฉบับใหม่ ยกระดับความมั่นคงอินโดแปซิฟิก-กระชับร่วมมือเศรษฐกิจเชิงลึก ก่อนลงนาม 2 ฉบับ ขับเคลื่อนหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ โวคนแห่ขอใช้สิทธิ TH-AI Passport “ไชยชนก” พอใจยอดคนลงทะเบียน เย้ยไม่ถูกใจฝ่ายค้านแต่ถูก กฎหมาย “การดี” ซัดทำขัดทีโออาร์ตั้งแต่เริ่ม หลังพบ เงื่อนไขต้องส่งข้อมูลให้โมเดล AI ต่างประเทศ ถึงจะ ใช้งานได้ แนะให้ชะลอเบิกจ่ายงวดงานไว้ก่อน ปชน. เกาะติดกัดไม่ปล่อย “ลิซ่า” โต้ยุฟ้อง 112 คลิปเสียงฮั้ว สว.อ้าง “ข้างบน” “ไอติม” เผยโดน 3 คดี หมิ่น “ก๊วนน้ำเงิน” ตอก “ซาเล้ง” หมกเม็ดคดี “ศักดิ์สยาม” “เจ๊แมว” ชูหมายศาลขอสำนวนคดีฮั้ว “โรม” บี้ “ทองเจือ” ให้ข้อมูลโกงสอบท้องถิ่น “วรศิษฎ์” ยัน 31 ส.ค.ทุกอย่างจบ แย้มลาออกไปแล้ว 118 ราย ศาลสั่งรับฟ้อง “ไอซ์” หมิ่น “เฮ้ง”นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ประกาศผลสำเร็จการเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ น่าพอใจอย่างยิ่ง ถือเป็นความสำเร็จ 2 เด้ง ไม่เพียงแค่ดึงนักลงทุนเข้าไทย แต่ยังเปิดทางให้นักลงทุนไทยไปเติบโตในออสเตรเลีย ก่อนบินเยือนนิวซีแลนด์ต่อออสเตรเลียยิงสลุตต้อนรับ “อนุทิน”เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 ส.ค. (ตามเวลาท้องถิ่นกรุงแคนเบอร์รา ออสเตรเลีย เร็วกว่าไทย 3 ชั่วโมง) ที่ลาน Ceremonial Forecourt ด้านหน้าอาคารรัฐสภาเครือรัฐออสเตรเลีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการในโอกาสเดินทางเยือนเครือรัฐออสเตรเลีย มีนายแอนโทนี แอลบาเนซี นายกรัฐมนตรีเครือรัฐออสเตรเลีย คอยต้อนรับ มีการยิงสลุต 19นัด และเดินตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ท่ามกลางการบรรเลงเพลงชาติไทยและเพลงชาติออสเตรเลีย ทั้งนี้นายอนุทินได้ลงนามในสมุดเยี่ยม ณ โถง Marble Foyer และถ่ายภาพกับนายแอนโทนี แอลบาเนซี เป็นที่ระลึก จากนั้นนายกฯทั้งสองฝ่ายร่วมหารือข้อราชการกลุ่มเล็ก ณ ห้องทำงานนายกฯออสเตรเลีย แลกเปลี่ยนมุมมองแนวทางต่อยอดความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย-ออสเตรเลีย ให้แน่นแฟ้นและเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น รวมถึงประเด็นด้านเศรษฐกิจการลดอุปสรรคและอำนวยความสะดวกทางการค้า ความร่วมมือป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และอาชญากรรมออนไลน์แถลงการณ์ร่วมมือเศรษฐกิจเชิงลึกต่อมาเวลา 10.50 น. นายแอนโทนีและนายอนุทิน ร่วมแถลงหลังเสร็จสิ้นการหารือทวิภาคีแบบเต็มคณะ นายแอนโทนีกล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงครั้งสำคัญด้วยการออกแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยอาชญากรรมข้ามชาติฉบับใหม่ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติของทั้งสองประเทศจะทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิด เพื่อกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดและแก๊งมิจฉาชีพออนไลน์ นอกจากนี้ยังเห็นพ้องให้ยกระดับความมั่นคงในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก มีการจัดประชุมรัฐมนตรีกลาโหมร่วมกันในทุกสองปี ด้านเศรษฐกิจ ออสเตรเลียและไทยตกลงกระชับความร่วมมือผ่านแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจเชิงลึกเดินหน้าใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลียอย่างเต็มรูปแบบ ท่ามกลางความท้าทายจากสถานการณ์โลก ขอบคุณนายกฯไทยและประเทศไทยที่ให้ความช่วยเหลือออสเตรเลียในการเข้าถึงเชื้อเพลิงอากาศยาน ในช่วงที่ห่วงโซ่อุปทานได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พร้อมย้ำจุดยืนในการสนับสนุนประเทศไทยอย่างเต็มที่ เพื่อก้าวเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี)ขอบคุณร่วมหนุนไทยเข้าโออีซีดีนายอนุทินกล่าวว่า ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์นี้จะเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งในการพัฒนาของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะการรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงที่ไร้พรมแดน ไทยมุ่งมั่นจะใช้แถลงการณ์ร่วมฉบับใหม่จัดการกับปัญหาการหลอกลวงออนไลน์ การค้ามนุษย์ และการฟอกเงินแบบเด็ดขาด ขณะเดียวกันเพื่อสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจท่ามกลางความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติของไทย และองค์การวิจัยวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมแห่งเครือจักรภพออสเตรเลีย เพื่อนำไปสู่การถ่ายทอดเทคโนโลยีและยกระดับขีดความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ร่วมกัน ขอชื่นชมบทบาทของชุมชนชาวไทยในออสเตรเลีย รวมถึงความนิยมของนักท่องเที่ยวออสเตรเลียที่เดินทางมายังประเทศไทยต่อเนื่อง ยืนยันว่าไทยจะสานต่อความร่วมมือกับออสเตรเลียอย่างแน่นแฟ้นผ่านกลไกอาเซียน และความเป็นหุ้นส่วนลุ่มน้ำโขง-ออสเตรเลีย ขอบคุณรัฐบาลออสเตรเลียที่ให้การสนับสนุนไทยเข้าสู่โออีซีดีลงนาม 2 ฉบับขับเคลื่อนหุ้นส่วนน.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงเพิ่มเติมว่าไทยและออสเตรเลียยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ และพัฒนาความร่วมมือต่อเนื่อง การหารือครั้งนี้ครอบคลุม 4 สาขาสำคัญคือ ด้านการเมืองและความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจ การค้าและนวัตกรรม เตรียมขยายการค้าการลงทุนสองทาง ด้านวัฒนธรรมและความสัมพันธ์ระดับประชาชน ส่งเสริมทักษะแห่งอนาคตผ่านความร่วมมือด้านการศึกษา นวัตกรรมและการพัฒนาศักยภาพ และด้านความร่วมมือระดับภูมิภาคและพหุภาคี ไทยและออสเตรเลียจะทำงานร่วมกันผ่านกรอบอาเซียน ACMECS หุ้นส่วนแม่โขง-ออสเตรเลีย และกรอบอื่นที่เกี่ยวข้อง การหารือครั้งนี้ยังนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อการจัดทำเอกสารสำคัญ 2 ฉบับ ขับเคลื่อนหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ในระยะต่อไป คือแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยอาชญากรรมข้ามชาติ และแถลงการณ์ผู้นำว่าด้วยการยกระดับความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ มุ่งใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) ให้เต็มศักยภาพปลาบปลื้มกับผลสำเร็จสองเด้งช่วงบ่าย นายอนุทินและคณะเข้าเยี่ยมคารวะนางแซม มอสติน ผู้สำเร็จราชการแห่งเครือรัฐออสเตรเลีย ร่วมพิธีวางพวงมาลา ณ อนุสรณ์สถานสงครามเครือรัฐออสเตรเลีย และเข้าเยี่ยมชมองค์การวิจัยทางวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมแห่งเครือรัฐ (CSIRO) ก่อนที่นายอนุทินและภริยาเดินทางไปยังวัดธัมมธโร เข้ากราบนมัสการพระราชสีลาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดธัมมธโรและประธานกรรมการบริหารคณะสงฆ์ธรรมยุตในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ (คธอ.) โอกาสนี้พระราชสีลาภรณ์กล่าวให้กำลังใจ จากนั้นนายกฯถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และช่วงค่ำร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำที่นายแอนโทนี แอลบาเนซี นายกฯออสเตรเลีย และภริยา เป็นเจ้าภาพจัดขึ้นที่บ้านพักประจำตำแหน่ง ในกรุงแคนเบอร์รา นายอนุทินกล่าวถึงผลสำเร็จในการเยือนออสเตรเลียว่า น่าพอใจเป็นอย่างยิ่ง ถือเป็นความสำเร็จ 2 เด้ง ไม่เพียงแค่ดึงนักลงทุนเข้าไทย แต่ยังเปิดทางให้นักลงทุนไทยไปเติบโตในออสเตรเลีย ก่อนบินเยือนนิวซีแลนด์ต่อฟุ้งคนแห่ขอใช้ TH–AI Passportนายอนุทินยังให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดลงทะเบียนเข้าใช้ TH-AI Passport เป็นวันแรกว่า โครงการนี้ ปรับปรุงมาจากรัฐบาลชุดก่อนหน้า รัฐบาลนำมาปัดฝุ่นยกระดับให้เกิดเป็นรูปธรรมขึ้น แม้ช่วงที่ผ่านมาจะมีการวิพากษ์วิจารณ์จนทำให้โครงการล่าช้าไปเดือนเศษ ที่ผ่านมานายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปรับปรุงทีโออาร์ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนสูงสุด จนสามารถเปิดตัวได้ เทคโนโลยี AI มีความสำคัญต่ออนาคตแรงงานไทย รัฐบาลมีนโยบายการอัปสกิล และรีสกิล (Upskill-Reskill) เพื่อรองรับการเข้ามาของ AI ที่มีบทบาทสำคัญมากขึ้น ส่วนกระแสวิจารณ์ที่มองว่าโครงการนี้อาจไร้ประโยชน์นั้น จากจำนวนผู้สนใจลงทะเบียนในวันแรกวันเดียว ก็รู้ว่าได้รับความสนใจจากประชาชนแค่ไหน หากโครงการนี้ไม่ดีคงไม่ลงทะเบียนกันมากขนาดนี้มั่นใจ “ลูกนก” แจงซักฟอกในสภาได้ผู้สื่อข่าวถามว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ แสดงความกังวลว่าเทคโนโลยี AI อาจกลายเป็นภัยคุกคามต่อตลาดแรงงานของไทยในอนาคต นายอนุทินตอบว่า คำถามและคำตอบอยู่ในตัวมันเอง คือหากรัฐบาลไม่ทำเรื่องอัปสกิลและรีสกิลประชาชน สิ่งที่อดีตนายกฯกังวลจะเกิดขึ้นจริง แรงงานไม่ได้หมายถึงผู้ใช้กำลังเท่านั้น แต่รวมถึงพนักงานและลูกจ้างทั่วไปที่ใช้แรงงานสมอง จำเป็นต้องเข้าถึงเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โครงการ TH-AI Passport ของรัฐบาลคือคำตอบที่เป็นรูปธรรมในการแก้ปัญหาที่นายทักษิณกังวล เพื่อสร้างศักยภาพการแข่งขัน เราต้องการเห็นการพัฒนาศักยภาพของคนไทยเข้าถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดที่โลกใบนี้มีอยู่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อถามว่าฝ่ายค้านจะนำเรื่องนี้ไปอภิปรายในสภา นายอนุทินตอบว่า รัฐบาลยืนยันความโปร่งใสในทุกขั้นตอนของโครงการ และพร้อมชี้แจงข้อสงสัยของฝ่ายค้าน มั่นใจว่านายไชยชนกสามารถชี้แจงได้รมว.ดีอีเย้ยไม่ถูกใจแต่ถูกกฎหมายนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่าจากการเปิดให้ลงทะเบียนรับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ TH-AI Passport ล่วงหน้าเป็นวันแรก จนถึงเวลา 13.30 น. มีผู้ลงทะเบียนจองสิทธิ์ 307,000 คน เป็นจำนวนที่น่าพอใจ และอยากให้ทะลุหลักหลายล้านคนจนถึงวันปิดวันที่ 31 ส.ค.นี้ ยืนยันโครงการมีความปลอดภัย เรากำหนดไว้ในสัญญา บริษัท AI ต่างประเทศที่เข้าร่วม ไม่สามารถนำข้อมูลไปประมวลผลต่อยอดได้ ขณะนี้คนที่ใช้งาน AI Pro ส่วนใหญ่ต้องเลือก ไม่สามารถใช้งานได้ทุกโมเดล เพราะมีข้อจำกัดเรื่องค่าใช้จ่าย นี่คือโอกาสที่จะได้ใช้งานโมเดล AI Pro ที่หลากหลาย เสริมสร้างรายได้ เดินทางมาถึงจุดนี้ดีใจที่มีคนตอบรับขนาดนี้ ส่วนการตรวจสอบจากฝ่ายค้าน ไม่ห่วง เรามีเจตนาให้ตรวจสอบ สิ่งนี้อาจไม่ถูกใจแต่ถูกกฎหมายเผยยอดพุ่งทะลุกว่า 5.3 แสนรายน.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ยอดลงทะเบียนล่วงหน้าเข้าร่วมโครงการ TH-AI Passport ณ เวลา17.00น. มีจำนวน 532,692 ราย ก่อนเตรียมเปิดใช้งานแพลตฟอร์ม AiPASS อย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ส.ค.ฝ่ายค้านเตือนรัฐรักษาข้อมูล ปชช.ที่รัฐสภา นายนิธิกร บุญยกุลเจริญ ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า ตอนเปิดให้ลงทะเบียนทีแรกผ่าน de.aipass.net มีข้อกังวลว่าการใช้ “.net” ใครก็จดโดเมนเนมได้ง่าย รัฐบาลควรจดเป็น .go.th มากกว่า ล่าสุดได้รับรายงานว่ามีการปรับปรุงจดโดเมน เป็น .go.th แล้ว ต้องขอให้ภาครัฐเก็บรักษาข้อมูลประชาชนที่จะมาลงทะเบียน 5 ล้านคนตามโครงการให้ดี ขณะนี้ลงทะเบียนแล้ว 5 แสนคน ขอแนะนำให้รัฐไปไล่จดโดเมนที่ใกล้เคียงกันไว้ เพื่อไม่ให้ใครมาสวมรอยโดเมนตัวจริงที่ประกาศใช้ และแบนเว็บไซต์เลียนแบบในอนาคต กมธ.ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร จะติดตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโครงการนี้ต่อไป ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งข้อมูลให้ กมธ.เร็วที่สุดตอนนี้มีข้อมูลในมือระดับหนึ่งแล้ว แต่อยากเห็นจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายจากเอกสารดังกล่าว ตอนแรกบอกจะเหมาจ่ายทั้งโครงการ 1.5 พันล้านบาท สำหรับเช่า AI แต่เปลี่ยนเป็นจ่ายตามจำนวนผู้ใช้งานจริง เข้าใจว่า สัญญาน่าจะเสร็จแล้ว จึงเปิดให้ประชาชนลงทะเบียน“การดี” ซัดทำขัดทีโออาร์ตั้งแต่เริ่มนางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์คลิปวิดีโอผ่านสื่อสังคมออนไลน์ กล่าวถึงข้อสังเกตสำคัญว่า จากการเข้าไปตรวจสอบข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้งาน ตลอดจนนโยบายความเป็นส่วนตัวของระบบ พบข้อความระบุชัดเจนว่า แพลตฟอร์มจะไม่สามารถประมวลผลหรือสร้างคำตอบให้ผู้ใช้ได้ หากปราศจากการส่งต่อข้อมูลไปยังโมเดล AI ต่างประเทศที่เลือกใช้งาน และหากผู้ใช้ไม่ยินยอม ก็ไม่สามารถใช้งานระบบได้ ข้อกำหนดนี้เท่ากับเป็นการยืนยันว่า กระทรวงดีอีรับรู้อยู่แล้วว่าการส่งข้อมูลของคนไทยไปประมวลผลยังต่างประเทศ ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นเงื่อนไขบังคับ ถือว่าขัดและผิดหลักการตามขอบเขตของงาน (ทีโออาร์) ข้อ 2.2 ดังนั้นประเด็นเรื่องการละเมิดทีโออาร์ จึงไม่ใช่เพียงข้อสงสัยอีกต่อไป แต่เป็นความไม่ถูกต้องที่เกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มต้นท้วงชะลอเบิกจ่ายตรวจงวดงานนางการดีระบุต่อว่า ได้เสนอข้อเรียกร้องและย้ำจุดยืน 3 ประเด็นสำคัญ คือ 1.ชะลอการเบิกจ่ายงบประมาณ ขอให้ระงับการเบิกจ่ายเงินงวดต่างๆ เอาไว้ก่อน และขอให้เปิดเผยเอกสารสัญญาการเบิกจ่ายฉบับใหม่ที่ร่างขึ้น ให้ฝ่ายนิติบัญญัติและประชาชนร่วมกันตรวจสอบความโปร่งใส 2.การตรวจรับงานงวดที่ 1 ล่วงเลยมาหลายเดือนแล้ว แต่หน่วยงานที่รับผิดชอบยังคงปล่อยให้มีความคลุมเครือ ขอเตือนไปยังคณะกรรมการตรวจรับงานทุกคน ทั้งข้าราชการชั้นผู้น้อย ชั้นกลาง และผู้ใหญ่ มักกลายเป็นผู้รับโทษแทนทางการเมือง 3.เตือนรัฐอย่าเอายอดลงทะเบียนเป็นตัวประกัน คาดการณ์ว่าหน่วยงานรัฐอาจพยายามนำตัวเลขจำนวนผู้ลงทะเบียนมาแอบอ้าง เพื่อสร้างความชอบธรรม และใช้เป็นเกราะป้องกันเพื่อกันการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ทั้งที่ประชาชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากโมเดล AI ผ่านช่องทางอื่นที่มีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องสูญเสียงบประมาณและภาษีประชาชนเพิ่มเติม ขอยืนยันในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ ต้องการเห็นประเทศไทยพัฒนา แต่ก็มีหน้าที่ต้องตรวจสอบอย่างมีคุณภาพสูงที่สุด“ลิซ่า” โต้ยุฟ้อง 112 คลิปเสียงฮั้ว สว.วันเดียวกัน น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ โฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกรณีมีข้อกล่าวหาพรรคประชาชนเปิดทางหรือยุยงให้ประชาชนฟ้องร้องดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 กรณีปรากฏคลิปเสียงในคดีฮั้ว สว. แอบอ้างถึง “ข้างบน” ว่า ยืนยันพรรค ปชน.ไม่สนับสนุนให้มีการฟ้องร้องมาตรา 112 จากกรณีดังกล่าว พรรคเข้าใจดีถึงปัญหาการบังคับใช้กฎหมายอาญามาตรา 112 ทำให้สุ่มเสี่ยงถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งกันทางการเมือง รวมถึงมีบทบัญญัติที่ไม่สอดรับกับมาตรฐานสากล สิ่งที่แกนนำพรรคสื่อสารออกไปก่อนหน้านี้เป็นเพียงการตั้งคำถามถึงมาตรฐานของกลุ่มการเมืองบางกลุ่ม ที่มักใช้กฎหมายนี้เป็นเครื่องมือทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม แต่กลับนิ่งเฉยเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นกับกลุ่มอำนาจฝั่งเดียวกัน เพื่อชี้ให้สังคมเห็นถึงระบบนิติสงครามที่บิดเบี้ยว ไม่ใช่การสนับสนุนให้ใครใช้กฎหมายนี้ไปทำร้ายใครจี้ กกต.เลิกประวิงเวลาเร่งส่งศาลน.ส.ภคมนกล่าวต่อว่า สำหรับพฤติกรรมการแอบอ้างที่ปรากฏในคลิป เป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องของขบวนการโกง สว. สอดรับกับคำบอกเล่าของพยานบุคคลอีกหลายคนที่ออกมาเปิดเผยความเชื่อมโยงและพฤติการณ์ของขบวนการนี้ชัดเจน ด้วยพยานหลักฐานทั้งหมดที่ปรากฏต่อสาธารณะ และที่อยู่ในมือของ กกต.ขณะนี้ คิดว่า กกต.ต้องหยุดประวิงเวลาได้แล้ว ควรเร่งดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาในขบวนการโกง สว.ทั้งหมดไปยังศาล ใช้กระบวนการยุติธรรมพิสูจน์ข้อเท็จจริง ฟื้นคืนความเชื่อมั่นประชาชนกลับคืนมา“ไอติม” โดน 3 คดีหมิ่น “ก๊วนน้ำเงิน”ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่ารับทราบว่า ว่าที่ พ.ต.สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม สว. แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินคดีตนฐานหมิ่นประมาท เท่ากับว่าตอนนี้ จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ถูกแจ้งความฐานหมิ่นประมาทสืบเนื่องจากการตรวจสอบคดีฮั้ว สว.จากนักการเมือง 3 คน คือ 1.นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ที่ จ.บึงกาฬ 2.นางสุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ จ.อำนาจเจริญ และ 3.ว่าที่ พ.ต.สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม ที่ จ.หนองบัวลำภูตอก “ซาเล้ง” หมกเม็ดคดี “ศักดิ์สยาม”นายพริษฐ์ยังระบุอีกว่าเห็นนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์บอกอย่าหมกมุ่นกับคำร้องที่ฝ่ายค้านและ สว.บางส่วนยื่นต่อประธานรัฐสภา เพื่อส่งต่อให้ศาลฎีกาตั้งคณะไต่สวนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณียกคำร้องคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม ย้ำว่าไม่มีใครหมกมุ่นกับเรื่องนี้ แต่เรากังวลว่านายโสภณจะหมกเม็ด และตัดตอนให้เรื่องนี้ไปไม่ถึงศาล หากเรากังวลว่า กกต.จะตัดตอนคดีโกง สว.ให้ไปไม่ถึงศาลเช่นไร เราก็ควรกังวลว่าประธานรัฐสภาจะตัดตอนเรื่อง ป.ป.ช. และนายศักดิ์สยาม ให้ไปไม่ถึงศาลเช่นนั้น ทั้งสองเรื่องเป็นบาดแผลขนาดใหญ่ ที่ระบอบสีน้ำเงินคงต้องทำทุกวิถีทางให้เรื่องไปไม่ถึงศาล“เจ๊แมว” ชูหมายศาลขอสำนวนฮั้วที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีตผู้สมัคร สว. นำหมายศาลอาญามายื่นเรื่องขอรับเอกสารสำนวนไต่สวนคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีฮั้ว สว.ชุดที่ 26 จากนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. โดยอ้างว่านำหมายศาลมารับสำนวนคดีไปส่งศาลด้วยตัวเอง เพื่อความรวดเร็วในการประกอบการพิจารณาคดีที่พรรคภูมิใจไทยฟ้องข้อหาหมิ่นประมาท จากการที่นางกุสุมาลวตีกล่าวหาพรรคภูมิใจไทยและนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ เกี่ยวข้องกับการทุจริตเลือกตั้ง สว. ปี 2567 ทั้งนี้ศาลได้นัดขึ้นศาลอีกครั้งในวันที่ 9 ต.ค. จึงต้องรีบนำเอกสารหลักฐานชุดดังกล่าวไปประกอบการพิจารณาคดีสว.สำรองไขลาน กกต.–ดีเอสไอ–คกพ.ต่อมา กลุ่ม สว.สำรอง นำโดย พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว อดีตผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมคณะ ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ กกต.เร่งรัดการดำเนินคดีทุจริตการเลือก สว. ปี 2567 และเร่งส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งพิจารณาวินิจฉัยตามขั้นตอนกฎหมาย หลัง กกต.ใช้เวลาพิจารณายืดเยื้อล่าช้ามากว่า 2 ปี 2 เดือน ทั้งที่มีข้อร้องเรียนและพยานหลักฐานปรากฏต่อเนื่อง คดีนี้มีผู้ถูกกล่าวหารวม 229 คน ประกอบด้วย นักการเมือง ผู้บริหารพรรคการเมือง และ สว. จำนวน 138 คน เป็นคดีที่มีผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการเลือกตั้ง จึงต้องการให้ดำเนินการอย่างโปร่งใส รวดเร็ว และตรวจสอบได้ จากนั้นกลุ่ม สว.สำรองเดินทางไปยื่นหนังสือเพิ่มเติมที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เร่งรัดการดำเนินคดีพิเศษที่ 24/2568 ในข้อหาอั้งยี่และฟอกเงิน ที่อัยการส่งสำนวนกลับมาให้สอบสวนเพิ่มเติม รวมถึงยื่นหนังสือเร่งรัดในเรื่องเดียวกันไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด และนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ (คกพ.) ให้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป“โรม”บี้“ทองเจือ”ให้ข้อมูลโกงสอบช่วงสายที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร มีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธาน พิจารณาความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตสอบเข้าท้องถิ่น ทำหนังสือเชิญนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ ที่ปรึกษาของนายกฯ เลขาธิการ ป.ป.ช. อธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา อธิการบดีมหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เข้าให้ข้อมูล แต่นายอนุทิน นายทรงศักดิ์ และนายทองเจือ ไม่มาชี้แจง นายรังสิมันต์ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมว่า จากพยานหลักฐานการทุจริตสอบท้องถิ่นไม่ได้จบแค่ข้าราชการ แต่เชื่อมไปฝ่ายการเมืองที่รู้เห็นด้วย เช่น การเปลี่ยนการจัดสอบจากมหาวิทยาลัยบูรพา มาเป็น มศว มีการร่างทีโออาร์ที่มีฝ่ายการเมืองร่วมตัดสินใจ อ้างชื่อนายอนุทินขณะดำรงตำแหน่งรองนายกฯและ รมว.มหาดไทย และนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง สมัยเป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กระบวนการต่างๆมีฝ่ายการเมือง ฝ่ายข้าราชการประจำเกี่ยวข้อง ส่วนจะโยงถึงพรรคการเมืองอื่นหรือไม่ ต้องรอตรวจสอบเพิ่มเติมยังไม่สรุปนำขึ้นพาดเขียงซักฟอกนายรังสิมันต์กล่าวว่า ที่ต้องเชิญนายทรงศักดิ์ และนายทองเจือมาชี้แจง เพราะน่าจะมีข้อมูลช่วยคลี่คลายคดีได้ ปัญหาการทุจริตมี 2 ส่วน คือ หน้าบ้านและหลังบ้าน กมธ.ต้องการทราบว่า การยัดรายชื่อให้มหาวิทยาลัยทุจริต หรือมีการทำเป็นขบวนการ นายทองเจือรู้และเกี่ยวข้องหรือไม่ การไม่มาชี้แจงยิ่งทำให้ไม่มีโอกาสชี้แจง และถูกกล่าวหาได้ เมื่อถามว่าพรรคประชาชนจะนำประเด็นทุจริตการสอบท้องถิ่นไปอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายรังสิมันต์ตอบว่า ต้องแยกส่วนกัน การอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องพูดคุยในพรรคร่วมฝ่ายค้าน แต่การทำหน้าที่ของ กมธ.ยังมีข้อสงสัยคาใจ โดยเฉพาะเงินมหาศาลที่จ่ายกันถึง 5 แสนบาทต่อหัว ไปสิ้นสุดถึงใคร และการรับจบเรื่องดังกล่าว มีเพียงอธิบดี สถ.หรือไม่ ยังมีหลายประเด็นที่รอคลี่คลาย จึงไม่สามารถตอบได้ว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะได้ข้อมูลมากน้อยเพียงใด และจะนำไปใช้อภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่มท.เคลียร์ปม อบจ.ลำพูนจบแล้วที่ทำเนียบรัฐบาล นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนอธิบดี สถ. กล่าวถึงกรณีองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)แสดงความกังวลเรื่องการเพิกถอนข้าราชการที่ทุจริตสอบเข้าท้องถิ่น 5,925 ราย ตามมติคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ว่า นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย มีความห่วงกังวล อยากให้ตนให้ความมั่นใจกับเทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ถึงความถูกต้องของบัญชี ผู้มีหน้าที่รับรองถูกต้อง อปท.มีความกังวลเป็นเรื่องปกติ เพราะยังไม่เห็นอะไรเลย เช่น ที่ จ.ลำพูน นายวีระเดช ภู่พิสิฐ นายก อบจ.ลำพูน ที่กังวลเนื่องจากยังไม่เห็นตัวเอกสารว่ามีใบคะแนนหรือไม่ บอกไปว่าจะเห็นในวันที่ประชุม พอประชุมท่านก็ร้องอ๋อว่ามั่นใจแล้ว“วรศิษฎ์”ยันใน 31 ส.ค.ทุกอย่างจบนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณี 3 สมาคม อปท. จี้ให้ สถ.ส่งหลักฐานเพิกถอนข้าราชการท้องถิ่น ว่า ได้พูดคุยกับประธานสมาคม อปท.แล้ว อยากให้ สถ.สนับสนุนทีมกฎหมาย อธิบดี สถ.ได้เตรียมการในส่วนนี้ไว้แล้ว เมื่อถามว่าหลักฐานข้อสรุปของแต่ละจังหวัดมาไม่พร้อมกัน จะมีผลต่อการพิจารณาหรือไม่ นายวรศิษฎ์ตอบว่า เป็นเหตุผลที่ต้องตั้งกรอบเวลาให้อปท.ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ส.ค.นี้ เพราะเข้าใจดีว่า ก.จังหวัด แต่ละพื้นที่ดำเนินการไม่พร้อมกัน และ อปท.มีหลายแห่ง ยืนยันวันที่ 31 ส.ค.นี้ คดีทุจริตการสอบท้องถิ่นต้องแล้วเสร็จ ต่อมานายนิรัตน์โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “สถ.เปิดข้อมูล อปท.ทั่วประเทศ ล่าสุดลาออกแล้ว 118 ราย ข้อมูล ณ วันที่ 18 ส.ค.”ปชน.ติงรัฐมองเศรษฐกิจมาถูกทางขณะที่นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงหลังการประชุม ครม.เงาว่า กรณีสภาพัฒน์แถลงตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2 โต 1.9% หากเทียบแบบปีต่อปี หรือเทียบไตรมาสต่อไตรมาส ถือว่าหดตัวลบ 0.2% ในภาพรวมสะท้อนสัญญาณที่ไม่ค่อยดี แต่พอเข้าใจได้เพราะอยู่ในช่วงที่เผชิญกับสงครามตะวันออกกลางเจอวิกฤติพลังงาน แต่กังวลความเห็นของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง ที่เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยกำลังโตถูกทาง หากดูไส้ในคือรัฐบาลปล่อยผีดาต้าเซ็นเตอร์เข้ามาโดยไม่ทำอีไอเอ ไม่มีเงื่อนไข โลคอลคอนเทนต์ เราฝากอนาคตของเศรษฐกิจไทยโดยรัฐบาลชุดนี้ไว้กับดาต้าเซ็นเตอร์ จะนำไปสู่เศรษฐกิจท้องถิ่นได้จริงหรือไม่ รัฐบาลจำเป็นต้องมีมาตรการอื่น นอกจากไทยช่วยไทยพลัส ที่เน้นกระตุ้นการบริโภคศาลสั่งรับฟ้อง “ไอซ์” หมิ่น “สุชาติ”ที่ศาลอาญา ศาลนัดฟังคำสั่งชั้นไต่สวนมูลฟ้องในคดีที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฟ้อง น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา กรณีแชร์โพสต์ของ น.ส.หทัยรัตน์ พหลทัพ (บรรณาธิการบริหาร The Isaan Record) นำเสนอปมเจ้าหน้าที่และนักการเมืองไทยเรียกรับสินบนจากบริษัทจัดการแรงงานเก็บเบอร์รีป่าในประเทศฟินแลนด์ ศาลเห็นว่าคดีมีมูลให้รับไว้พิจารณา นัดสอบคำให้การจำเลย และกำหนดวันนัดสืบพยานวันที่ 5 ต.ค.“นิติพันธุ์” นั่งเลขาฯ ป.ป.ช.คนใหม่นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์เลือกนายนิติพันธุ์ ประจวบเหมาะ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช.คนใหม่ แทนตนที่จะเกษียณอายุราชการในสิ้นเดือนก.ย.นี้“โสภณ” หัวหมุนงบซ่อมสภาบ่จี๊ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ร่วมเดินตรวจอาคารรัฐสภาหลังหมดสัญญาประกัน ตรวจดูพื้นที่ที่ต้องซ่อมแซมและปรับปรุง โดยเฉพาะบริเวณศาลาแก้วที่อยู่ด้านหน้าอาคารรัฐสภา ไม่เคยเปิดใช้งานแม้แต่ครั้งเดียว จนอยู่ในสภาพที่ทรุดโทรม นายโสภณกล่าวว่า เท่าที่ดูมีส่วนต้องปรับปรุงเยอะมาก ต้องดูว่าห้องว่างที่ไม่ได้ใช้งานจะนำไปใช้งานอย่างไรให้มีประโยชน์ ไม่ใช่สร้างเพื่อเป็นสัญลักษณ์ ศาลาแก้วโครงสร้างเป็นไม้ ต้องตากแดดทำให้ดูแลยาก เมื่อถามว่าจะใช้งบส่วนไหนมาปรับปรุง เพราะหมดสัญญาประกันแล้ว นายโสภณตอบว่า ไม่มี กำลังคิดอยู่ สร้างแล้วต้องใช้รับแขกบ้านแขกเมืองหรือจัดนิทรรศการให้คนมาดู ถ้าสร้างแล้วไม่มีคนมาดูจะสร้างทำไม เมื่อถามว่าจะเปิดให้บุคคลภายนอกมาเช่าห้องจัดสัมมนา หารายได้เข้าสภาหรือไม่ นายโสภณตอบว่า ต้องไปดูระเบียบว่าทำได้หรือไม่ ดีกว่าปล่อยให้โทรมไปตามเวลา สภาจะได้คึกคักทัพเรืออาเซียนจับมือรับภัยมั่นคงอีกเรื่อง พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานพิธีเปิดการประชุม 20 th ASEAN Navy Chiefs’ Meeting หรือ ANCM ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ระหว่างวันที่ 18-21 ส.ค. ภายใต้หัวข้อ “หนึ่งอาเซียน หนึ่งวิสัยทัศน์กองทัพเรือ ร่วมมือทางทะเลเพื่อความมั่นคง ความเจริญรุ่งเรือง และความยั่งยืน” มี พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผบ.ทร. ผบ.ทหารเรืออาเซียน เจ้าหน้าที่อาวุโส เข้าร่วม ขณะที่ ผบ.ทร.กัมพูชาใช้วิธีร่วมประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ แถลงถึงความคืบหน้ากรณีปัญหาเครื่องยนต์เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช หลังตรวจพบความเสียหายตั้งแต่ปี 2567 ว่า ฝ่ายช่างของกรมอู่ทหารเรือเตรียมการเพื่อเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ 2 เครื่องจากเยอรมนี วงเงิน 490 ล้านบาท เมื่อถามว่ากรณีนี้มีผลต่อโครงการเรือฟริเกตหรือไม่ พล.ร.ต.ปารัชตอบว่า มีผลกระทบ เพราะต้องเร่งรัดเรือรบหลักให้กลับมาปฏิบัติภารกิจตามปกติก่อน เรือหลวงภูมิพลจะเข้าร่วมภารกิจฝึกความพร้อมรบกองทัพเรือประจำปีครั้งสุดท้ายในวันที่ 27 ส.ค. โดยมีนายกฯมาตรวจการฝึก.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่