ระทึก น้ำป่าซัดถล่ม จ.น่าน อ่วมหนักหลาย อำเภอ ถนน สะพานถูกตัดขาด บ้านเรือนพังพินาศ รถยนต์ถูกน้ำซัดกระจัดกระจาย อ.ปัว วิกฤติสุด ฝนเทกระหน่ำพื้นที่ป่าต้นน้ำดอยภูคา กระแสน้ำไหลบ่าทะลักลงหมู่บ้านจมมิดเกือบ ถึงชั้นสอง เสียหายยับ 12 ตำบล 107 หมู่บ้าน สังเวยแล้ว 2 ศพเป็นผู้ป่วยติดเตียงชาว อ.ปัว กับหนุ่มใหญ่ ชาว อ.ท่าวังผา จมน้ำดับสลดคาบ้าน นายกฯ สั่งการด่วนข้ามประเทศให้ทุกภาคส่วนบูรณาการลงพื้นที่ เร่งช่วยผู้ประสบภัยเต็มกำลัง จังหวัดประกาศเขตภัยพิบัติตั้งศูนย์พักพิงดูแลประชาชน ปภ.จัดกำลังพลพร้อมเครื่องมืออุปกรณ์กู้ภัยเต็มพิกัดทั้งเจ็ตสกีไปถึงเฮลิคอปเตอร์เตรียมพร้อมติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดตลอด 24 ชม. “ยศชนัน” สั่งการ 3 จังหวัด “น่าน- พะเยา-ลำพูน” เตรียมรับมืออุทกภัย กำหนด 8 มาตรการสำคัญเร่งดำเนินการสถานการณ์น้ำท่วม จ.น่าน วิกฤติหนัก หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดคืนจนถึงช่วงเช้าวันที่ 19 ส.ค. ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ อ.ปัว เป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำ ปริมาณน้ำฝนบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยภูคาวัดได้มากกว่า 110 มม. ทำให้มวลน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำไหลลงสู่พื้นที่ด้านล่างอย่างรวดเร็ว พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักคือที่บ้านร้อง ต.ปัว เกิดกระแสน้ำป่าสีแดงขุ่นไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนในหมู่บ้านอย่างรุนแรง ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วบางจุดเกือบถึงชั้นสองของตัวบ้าน ชาวบ้านต้องรีบขนย้ายข้าวของหนีขึ้นไปอยู่ชั้นบนกันจ้าละหวั่น เจ้าหน้าที่ระดมกำลังลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเร่งด่วน ส่วนที่บ้านนาแล เส้นทางขึ้นอุทยานแห่งชาติดอยภูคา และเส้นทางเชื่อมต่อไปยัง อ.บ่อเกลือ ถูกกระแสน้ำป่าซัดจนสะพานขาด ไม่สามารถสัญจรผ่านได้ สถานศึกษาที่ประกาศหยุดเรียนเพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากร ได้แก่ โรงเรียนป่าแลวหลวงวิทยา โรงเรียนดูพงษ์ โรงเรียนบ้านศรีบุญเรือง โรงเรียนบ้านโป่งคำ และโรงเรียนบ้านปางช้างนอกจากนี้ยังมีอีกหลายพื้นที่ใน อ.ปัว ที่ได้รับผลกระทบ อาทิ ต.อวน หมู่ 2, 8 และ 10 ต.วรนคร หมู่ 3, 6 และ 7 ต.ศิลาแลง หมู่ 1 และ 5 ต.ไชยวัฒนา หมู่ 2 และ ต.ปัว หมู่ 1, 4, 7 และ 8 มีทั้งน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือน ถนนหนทางไม่สามารถสัญจรได้ และเกิดดินสไลด์ในพื้นที่หมู่ 10 ต.อวน ส่วนพื้นที่ อ.ภูเพียง มีน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนหมู่ 11 ต.ฝายแก้ว และหมู่ 4 ต.เมืองจัง จุดละ 5 หลังคาเรือน ขณะที่ อ.สันติสุข มีน้ำท่วมพื้นที่หมู่ 1 ต.พงษ์ บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 5 หลังคาเรือน เจ้าหน้าที่เร่งให้ความช่วยเหลืออพยพประชาชนจากจุดเสี่ยงแล้วนายบรรจง ขุนเพชร รอง ผวจ.น่าน ผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มจังหวัดน่าน เรียกประชุมติดตามสถานการณ์ ได้รับรายงานว่าเฉพาะพื้นที่ อ.ปัว ได้รับผลกระทบ 12 ตำบล 107 หมู่บ้าน ขณะที่ อ.ท่าวังผา อ.สันติสุข และอ.แม่จริม ก็ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำหลากเช่นกัน ด้านการจราจร ทางหลวงหมายเลข 101 ช่วงก่อนถึงสะพานบ้านร้อง ทางหลวงหมายเลข 1371 และ 1081 มีน้ำท่วมผิวทางและสะพานได้รับความเสียหายหลายจุด ขณะที่เส้นทางปัว-เชียงกลาง ไม่สามารถสัญจรได้ ส่วนเส้นทางปัว-ดอยภูคา-บ่อเกลือ ขอให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 1081 แทน สะพานขาด 2 แห่งคือสะพานบ้านมอน และสะพานบ้านฝาย ต.ศิลาแลง ประชาชนควรหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมสูงหรือมีกระแสน้ำเชี่ยวขณะที่หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยกู้ภัย และภาคส่วนต่างๆ ระดมกำลังลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน เร่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่วิกฤติ ให้ความสำคัญกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก จัดตั้งศูนย์พักพิง 7 แห่งในพื้นที่ อ.ปัว ระดมอุปกรณ์กู้ภัยทั้งเรือยาง เรือท้องแบน เสื้อชูชีพ และเจ็ตสกี รวมถึงกำลังพลเข้าช่วยเหลือประชาชน กระทรวงมหาดไทยสั่งการให้เตรียมเฮลิคอปเตอร์ 1 ลำสแตนด์ บายในพื้นที่และสนับสนุนถุงยังชีพ ด้านสมาคมกีฬาเจ็ตสกีแห่งประเทศไทยส่งนักกีฬาเจ็ตสกีจิตอาสา พร้อมเรือเจ็ตสกี 10 ลำจากกรุงเทพฯเข้าสนับสนุนภารกิจกู้ภัยจ.น่าน ประกาศเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดไปถึงวันที่ 21 ส.ค. พร้อมประสานหน่วยงานให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม และพื้นที่ลุ่มต่ำ ติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยทันทีหากสถานการณ์ทวีความรุนแรงพล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบช.ตชด. สั่งการให้ ตชด.ภาค 3 พร้อมกำลังพลตำรวจจิตอาสา เร่งเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ จ.น่าน พร้อมจัดกำลังเฝ้าระวังตลอด 24 ชม. หากต้องมีการอพยพก็สามารถดำเนินการได้ทันทีด้วยความปลอดภัย ทั้งนี้ได้รับรายงานจากร้อย. ตชด.325 ว่าได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากนายอุดม จิตอารี นายก อบต.สถาน อ.ปัว ว่ามีชาวบ้าน 3 คนติดอยู่ในบ้านที่ถูกกระแสน้ำป่าซัดถล่ม เจ้าหน้าที่รีบลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือตามยุทธวิธี ต้องใช้เชือกผูกโยงข้ามกระแสน้ำป่าที่ไหลเชี่ยวกรากเข้าไปช่วยอพยพชาวบ้านทั้ง 3 คน เป็นชาย 1 คน หญิง 1 คน และเด็กหญิง 1 คน ออกจากบ้านมาได้อย่างปลอดภัยผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระแสน้ำป่าที่ไหลบ่าซัดถล่มพื้นที่ อ.ปัว จ.น่าน สร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง หลังมวลน้ำก้อนใหญ่ผ่านพ้นไปทิ้งร่องรอยเสียหายย่อยยับในพื้นที่ บ้านเรือนเต็มไปด้วยเศษขยะดินโคลน บางหลังพังทรุด รถยนต์ถูกกระแสน้ำซัดกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง ถนนแตกหลุดล่อน เศษซากกิ่งไม้ต้นไม้หักโค่นกองพะเนินเต็มหมู่บ้าน ขณะที่มวลน้ำไหลต่อลงพื้นที่ อ.เมืองน่าน ทุกหน่วยงานระดมกำลังป้องกันเต็มพิกัดแล้วช่วงบ่ายวันเดียวกัน มีรายงานพบผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำป่าซัดถล่ม จ.น่าน แล้ว 2 ศพ ศพแรกขณะเจ้าหน้าที่กู้ภัยทีมตอบโต้ภัยพิบัติ มูลนิธิเพชรเกษม ปฏิบัติภารกิจอพยพชาวบ้านหนีน้ำป่าที่ไหลบ่าท่วมสูงในพื้นที่หมู่ 1 บ้านฝายมูล ต.ป่าคา อ.ท่าวังผา พบร่างผู้เสียชีวิตทราบชื่อภายหลังคือนายสุรสิทธิ์ อ๊อดลาว อายุ 45 ปี จมน้ำเสียชีวิตอยู่ข้างรั้วบ้าน นำศพออกมาส่งไปชันสูตรตามขั้นตอน ส่วนอีกศพชื่อนายสินธ์ชัย กางขัด อายุ 51 ปี ผู้ป่วยติดเตียง อยู่บ้านเลขที่ 83 หมู่ 8 ต.ศิลาเพชร อ.ปัว ถูกกระแสน้ำป่าพัดถล่มบ้านจมน้ำเสียชีวิตเช่นกันส่วน จ.พะเยา ฝนตกหนักตลอดคืนที่ผ่านมาทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน เรือกสวนไร่นา ถนน และโรงเรียนในพื้นที่เทศบาลตำบลงิม อ.ปง ลำห้วยสาขาต่างๆมีน้ำป่าไหลสมทบทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ หน่วยงานต่างๆระดมกำลังลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูงและอพยพกลุ่มเปราะบางไปอยู่ในที่ปลอดภัย สั่งปิดโรงเรียน 2 แห่งที่ถูกน้ำท่วมคือโรงเรียนบ้านควรเก้าเงาและโรงเรียนบ้านแบ่ง ต้องรีบพานักเรียนกลับบ้าน นางกัญญาณัฐ สุทธวงค์ นายกเทศมนตรีตำบลงิม กล่าวว่า เขตพื้นที่เทศบาลมีทั้งหมด 19 หมู่บ้าน ล่าสุดถูกน้ำท่วมขังแล้ว 9 หมู่บ้าน สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือชาวบ้านพร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกอย่างต่อเนื่องด้าน จ.นครพนม ถึงแม้ระดับน้ำโขงจะลดลงต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ที่ 11.20 เมตร ห่างจากจุดวิกฤติเฝ้าระวังเตือนภัย 80 ซม. แต่ยังต้องเตรียมพร้อมเฝ้าระวังเพราะยังมีความเสี่ยงหากฝนตกหนักต่อเนื่องจะส่งผลให้น้ำโขงหนุนสูงอีกรอบ นอกจากนี้ยังมีมวลน้ำจากลำน้ำสาขาสายหลักไหลมาสมทบ ทั้งลำน้ำอูน ลำน้ำสงคราม ลำน้ำก่ำ ลำน้ำบัง ยังมีปริมาณเกินความจุทุกสาย เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรนาข้าวทั้งจังหวัดได้รับผลกระทบแล้วกว่า 60,000 ไร่ หนักสุดพื้นที่ติดลำน้ำอูน ลำน้ำสงคราม ใน อ.นาหว้า และ อ.ศรีสงคราม พื้นที่นาข้าวได้รับผลกระทบกว่า 30,000 ไร่ที่กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำท่วม จ.น่าน ว่า สั่งการให้ทีมช่วยเหลือจากทุกส่วนราชการลงพื้นที่เต็มที่และมอบหมายให้รองนายกฯที่รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่กำกับดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ภาคเหนือมีนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รับผิดชอบ กำลังลงไปบัญชาการด้วยเช่นกัน การทำงานจะเป็นไปในรูปแบบการสั่งการแบบบูรณาการ นายยศชนันสามารถสั่งการในนามคณะรัฐมนตรีได้ทันที เพื่อให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติตามข้อสั่งการช่วยเหลือน้ำท่วมอย่างเป็นเอกภาพ ขณะที่ ผวจ.น่าน ที่ไปราชการนอกพื้นที่ เร่งเดินทางกลับไปบัญชาการเหตุการณ์ที่จังหวัดแล้วเมื่อถามถึงการให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ นายอนุทินกล่าวว่า ได้พูดคุยโทรศัพท์กับรอง ผวจ.น่าน ทราบว่ามีการประกาศให้จังหวัดน่านเป็นพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว สามารถให้ความช่วยเหลือและเบิกจ่ายงบประมาณในพื้นที่ได้ทันทีไม่ต้องรอผ่านส่วนกลาง และยังจัดตั้งศูนย์พักพิง เน้นย้ำให้ดูแลพี่น้องประชาชนเต็มที่ ทั้งเรื่องอาหารการกิน เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน บอกเลยว่าไม่เอาเหมือนตอนหาดใหญ่ ที่ข้าวเต็มกล่องแต่มีปีกไก่ชิ้นเล็กๆ อยู่ 2 ชิ้น ขอส่งกำลังใจจากออสเตรเลียไปยังพี่น้องชาวน่านทุกคน ขณะนี้ทั้งทางกองทัพและทุกภาคส่วนระดมกำลังเข้าไปช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ ส่วนเรื่องการเยียวยาเป็นไปตามระเบียบราชการ หากน้ำท่วมติดต่อกัน 3 วันจะจ่ายค่าเยียวยาให้แก่ครอบครัวผู้ประสบภัย และหากบ้านเรือนได้รับความเสียหาย รัฐบาลจะมีงบประมาณเข้าไปดูแลซ่อมแซมให้เป็นรายหลังคาเรือน ให้เชื่อมั่นว่าสถานการณ์ทุกอย่างจะสามารถควบคุมได้น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยพร้อมจัดเจ้าหน้าที่ลงไปช่วยเหลือกลุ่มเสี่ยงออกจากพื้นที่ต่อเนื่อง กำชับเจ้าหน้าที่ให้ติดตามช่องทางสื่อโซเชียลมีเดียทั้งหมดที่มีประชาชนโพสต์ขอความช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย สั่งการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วย ปภ.ภาคเหนือตอนล่าง เร่งนำเรือเจ็ตสกี เรือท้องแบนทั้งหมดไป จ.น่าน โดยด่วน พร้อมสั่งการเฮลิคอปเตอร์ KA-32 ไปคอยสแตนด์บายช่วยเหลือ และให้ประสานทางหลวง ตำรวจ อาสาสมัครในพื้นที่ จัดรถนำทาง ยานพาหนะ เครื่องมืออุปกรณ์เข้าพื้นที่ด่วน โดยเฉพาะรถผลิตน้ำดื่ม โรงครัว เครื่องไม้เครื่องมือ อุปกรณ์กำลังพล หาก จ.น่าน ต้องการรับการสนับสนุนสิ่งใดเพิ่มเติมขอให้รีบประสานเพื่อขนย้ายจัดส่งโดยด่วน และให้ ปภ.ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชม.ด้านนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ ลงนามในหนังสือด่วนที่สุด ที่ มท 0608/ว 14555 ส่งถึง ผวจ.น่าน พะเยา และลำพูน ให้เตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือครอบคลุมทุกมิติ หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์สภาพอากาศในเดือน ส.ค.ว่าจะมีฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนักบางแห่ง และคลื่นลมแรง อาจส่งผลให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ทางคณะกรรมการฯจึงกำหนด 8 มาตรการสำคัญ ให้ทั้ง 3 จังหวัดเร่งดำเนินการทันทีคือ เฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์ใกล้ชิด ยกระดับระบบแจ้งเตือนภัยรวดเร็วแม่นยำ เตรียมพร้อมกำลังพล-เครื่องจักรกล-เฮลิคอปเตอร์ KA-32 พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชม. จัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง ตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ เร่งช่วยกลุ่มเปราะบาง เร่งรัดการฟื้นฟูเยียวยา สำรวจและทำบัญชีความเสียหาย เพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือตามนโยบายรัฐบาล และผนึกกำลังกระทรวง อว. ประจำจังหวัด ประสานหน่วยงานในพื้นที่สนับสนุนการรับมืออุทกภัย ขนย้ายสิ่งของ และทำความสะอาดฟื้นฟูหลังน้ำลดตลอด 24 ชม.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่