ตำรวจไซเบอร์ทลายขบวนการรับจ้างถอนเงินสดให้แก๊งสแกมเมอร์ได้ผู้ต้องหา 9 คน พบพฤติกรรมแยบยลลงโฆษณาผ่านเฟซบุ๊กรับเช่าบัญชี ใครสนใจติดต่อผ่านแอดมินแนะนำขั้นตอน ปรับแอปธนาคารให้ถ อนเงินต่อวันได้มากสุด ก่อนพาตระเวนไปเบิกเงินสดที่ธนาคารในห้างดัง กรุงเทพฯ หลังได้เงินรีบนำเข้าตู้ฝากโอนต่อไปอีกหลายบัญชี แล้วเปลี่ยนไปซื้อทองคำ นำทองไปขายแปรสภาพกลับเป็นเงินสดอีกรอบ ทำเบ็ดเสร็จจบในวันเดียวเพื่อหลบเลี่ยงเจ้าหน้าที่ทลายขบวนการรับจ้างถอนเงินเทาแก๊งสแกมเมอร์ คาห้างดัง เปิดเผยเมื่อวันที่ 16 ส.ค. พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ประจำ สนง.ผบ.ตร. ช่วยราชการ บช.สอท. พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2 พ.ต.อ.ปกรณ์กิตติ์ ธนวรินทร์กุล ผกก.3 บก.สอท.2 พ.ต.ท.เอนก ยอดหมวก รอง ผกก.3 บก.สอท.2 พ.ต.ท.สาริษฐ์ อักษร รอง ผกก.3 บก.สอท.2 และ พ.ต.ท.คำต้น ทำดี รอง ผกก.3 บก.สอท.2 ร่วมกันสอบสวนผู้ต้องหา 9 คน ขบวนการรับจ้างถอนเงินเทาให้แก๊งสแกมเมอร์ที่ธนาคารภายในห้าง 2 แห่งใน กทม.ประกอบด้วย นายณัฐวุฒิ แก้วละมูล อายุ 26 ปี ชาว จ.ศรีสะเกษ น.ส.มุทิตา สุวรรณ์ อายุ 41 ปี ชาว จ.อุทัยธานี น.ส.ธนกร สังขสุทโท อายุ 56 ปี ชาว จ.อุทัยธานี น.ส.สุชาดา รำพรรณ์ อายุ 46 ปี ชาว จ.ราชบุรี น.ส.สุกัญญา คงสวรรณ อายุ 50 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ นายพีระเดช รุจิเทศ อายุ 57 ปี ชาว จ.นครสวรรค์ และ น.ส.บังอร ดีมาก อายุ 43 ปี จ.นครราชสีมา ทั้งหมดจับกุมได้ หน้าธนาคารหลายแห่งในห้างซีคอนสแควร์ เขตประเวศ กรุงเทพฯ ยึดของกลางโทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง สมุด บัญชีธนาคาร 3 เล่ม และบัตรเอทีเอ็ม 6 ใบส่วนอีก 2 คน ที่เป็นผู้ต้องหาเครือข่ายเดียวกันทราบชื่อ น.ส.ณทิฌา ทองไชย อายุ 46 ปี ชาวจ.สมุทรปราการ และ น.ส.นัฐตยา ทองสิงห์ อายุ 35 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ ถูกเจ้าหน้าที่บุกจับกุม ได้บริเวณโซนหน้าธนาคารภายในห้างแฟชั่นไอส์แลนด์ ย่านรามอินทรา กรุงเทพฯ พร้อมของกลางเงินสด 337,500 บาท และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ทั้งหมดถูกจับกุมได้เมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา เบื้องต้นผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่ารับจ้างตระเวนถอนเงินสดจากธนาคารให้แก๊งสแกมเมอร์ ได้รับค่าตอบแทน 10 เปอร์เซ็นต์ จากยอดที่ถอนออกจากบัญชีในแต่ละครั้งพ.ต.อ.ปกรณ์กิตติ์ ธนวรินทร์กุล ผกก.3 บก.สอท.2 เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากตำรวจชุดสืบสวน กก.3 บก.สอท.2 ตรวจพบเพจเฟซบุ๊กบัญชีหนึ่งลงโฆษณารับเช่าบัญชีธนาคาร ก่อนส่งสายลับแฝงตัวเพื่อหาข้อมูลของกลุ่มขบวนการดังกล่าวมีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างเป็นระบบในลักษณะองค์กรอาชญากรรม ผู้สนใจจะให้แอดไลน์กับผู้ประสานงาน (แอดมิน) ก่อนที่แอดมินจะแจ้งรายละเอียดให้เจ้าของบัญชีหรือผู้ให้เช่า ในวงการเรียกว่าลูกค้าส่งภาพหน้าตรง ภาพบัตรประชาชน ภาพถ่ายหน้าสมุดบัญชีธนาคาร หมายเลขโทรศัพท์ที่ผูกกับบัญชีให้กับแอดมิน ผกก.3 บก.สอท.2 กล่าวอีกว่า เมื่อตรวจสอบแล้ว หากบัญชีใช้งานได้ แอดมินจะนัดหมายให้ไปพบผู้ที่ จะพาไปถอนเงินธนาคารตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ หลายแห่ง ขบวนการดังกล่าวจะนัดผู้รับจ้างถอนเงิน พร้อมกันหลายคน หลายธนาคารเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการถอนเงิน แอดมินจะเป็นผู้ประสานกับ เซลส์ให้มารอรับกลุ่มผู้ให้เช่าบัญชี เพื่อตรวจเช็กบัญชีอีกรอบว่าใช้งานได้หรือไม่ มีการปรับแอป พลิเคชันธนาคารให้ทำรายการถอนเงินต่อวันได้มากที่สุดพร้อมแนะนำขั้นตอนปฏิบัติทุกอย่าง เมื่อบัญชีพร้อมใช้งานเซลส์จะประสานไปที่แอดมิน และลูกค้าแต่ละคนจะได้รับแจ้งว่าอยู่คิวที่เท่าใด (คิวเงิน โอนเข้า) เซลส์ 1 คนจะประกบลูกค้าครั้งละ 1-2 คนเท่านั้น จากนั้นจะนั่งรอหน้าธนาคารพ.ต.อ.ปกรณ์กิตติ์กล่าวต่อว่า เมื่อเซลส์รับแจ้ง จากแอดมินว่าเงินเข้าบัญชีลูกค้าแล้วก็จะพาเข้าไปถอนเงินสดที่เคาน์เตอร์ธนาคารทันที จากนั้นมอบ เงินให้กับเซลส์ในทันที เมื่อเซลส์รับเงินจะรีบฝากเข้าตู้ฝากเงินไปยังบัญชีธนาคารที่แอดมินแจ้งมา บัญชี ปลายทางจะมีหลายบัญชีเปลี่ยนไปเรื่อยๆหรือนำไปซื้อ เป็นทองคำภายในวันเดียวกัน แล้วนำไปขายที่ร้านทอง อีกร้านทันที ก่อนนำเงินสดไป เพื่อเป็นการหลบเลี่ยง การตรวจสอบเส้นทางการเงินจากเจ้าหน้าที่ในลักษณะ ของการฟอกเงินจากขบวนการสแกมเมอร์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวมทั้งเงินผิดกฎหมายในหลายรูปแบบเบื้องต้นตำรวจดำเนินคดีผู้ต้องหาทั้งหมดในความผิดฐาน “เป็นอั้งยี่ หรือซ่องโจร และเปิด หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็ก ทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมิได้เจตนาใช้เพื่อตนหรือบริการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรจะได้รู้ว่าจะนำไปใช้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่นใด” ก่อนควบคุมตัวนำส่งท้องที่ สน.ประเวศ และ สน.บางชันอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่