“ดราม่า” ใน “ดราม่า” ถึงแม้จะมีเจตนาและเป้าหมายดี ต้องการให้ประชาชนเห็นภัยอันตราย ต้องอยู่ห่างจาก “อาวุธปืน” แต่เพราะสไตล์ช่างจำนรรจา คำพูดเข้มแข็งห้าวหาญสไตล์ “นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล” ทั้งเพื่อปลุกอารมณ์ร่วม สร้างภาพลักษณ์และภาวะผู้นำ หลายครั้งถูกมองทางร้ายว่าโอเว่อร์แอ็กชันดราม่าโรงลิเก หลายครั้งย้อนมาทำผู้นำปวดหัวเองอย่างล่าสุดพูดเรื่องปืน ในห้วงที่มีการใช้อาวุธร้ายแรงก่อเหตุ ทั้งในสถานศึกษา สถานที่ราชการ ก่อเหตุความไม่สงบในสังคมเกิดขึ้นถี่ ด้วยเจตจำนงที่ดีของคนเป็นนายกฯ ก็ต้องการแก้ไขปัญหาให้บ้านเมืองอยู่ในภาวะสงบและสันติสุข ถึงได้พยายามอธิบายเน้นๆมาตรการเข้มข้นเฉพาะหน้า กวาดล้างปืน ดูแลควบคุมการขออนุญาต การซื้อขาย ครอบครอง และพกพาอาวุธปืน ไม่เว้นแม้แต่ปืนในครัวเรือน“ใช้ปืนก่อเหตุยิงยิงโจรขโมยก็ผิด”งานนี้เสียงวิพากษ์วิจารณ์การตีความกฎหมายของนายกฯกระหึ่มเมือง เต็มสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งที่ว่า นายกฯพูดแบบนี้ “โจรยิ้ม” คนธรรมดาปกป้องตัวเองไม่ได้แล้วจะมีปืนไว้ทำไม แต่ปล่อยอาชญากรใช้ปืนสะดวก ตีความกฎหมายแบบ “ไม่ฉลาด” ฯลฯคณะทัวร์ดราม่ามาเต็ม “อนุทิน” รับเละ แก้ต่างว่าพูดสั้นไป แถมต้องอธิบายความ เป้าหมายที่แท้จริงกันอีกยืดยาว แต่ก็ไม่วายยกคำพูดเปรียบเปรยเท่ๆถึงสถานการณ์การใช้ปืนในประเทศน่าเป็นห่วง“นี่มันเป็นแดนคาวบอยไปแล้ว”วาทศิลป์ผู้นำ “ปากเป็นเอก” ก็ต้องระวัง “ปากทำเรื่อง”เอาเฉพาะเรื่องการควบคุม กวาดล้างอาวุธปืน “นายกฯอนุทิน” ต้องเร่งผลักดันเจตนาดี หลังประกาศแล้วก็ไปตามจี้ในทางปฏิบัติ ปรับแก้กฎหมายจริงจัง เมื่องานคืบไปค่อยมาบอกกล่าว ไม่ต้องแอ็กชันรายวันเช่นเดียวกัน อีกหลายต่อหลายเรื่อง คำพูดนายกฯยังถูกตั้งคำถาม ประกาศิตผู้นำเข้มขลังจริงหรือไม่ อย่างคิว “โกงสอบท้องถิ่น” ที่จะจัดแบบ “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ไม่เกรงหน้าอินทร์ หน้าพรหมใดๆวันนี้ผลสอบปรากฏชัด ทั้งของคณะกรรมการของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กระทรวงมหาดไทย หรือที่นายกฯตั้ง “รองปกรณ์ นิลประพันธ์” รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ยาสามัญประจำรัฐบาล สรุปผลออกมา บี้ได้เฉพาะอธิบดี 1 ราย ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ผู้จัดสอบ เอเย่นต์ นายหน้า และคนซื้อคะแนนโกงทุกผลสอบทุบเฉพาะจุด แต่อธิบดีบิ๊ก ขรก.ตัวเอ้ที่เกี่ยวข้อง ตั้งเรื่อง จัดทำเงื่อนไข อธิบดีที่มาเดินเรื่องต่อมีข้อครหาว่า เอี่ยวแก๊งจัดโกงหรือไม่ ไม่มีชื่อหนำซ้ำผู้มีอำนาจฝ่ายนโยบาย นักการเมือง บิ๊กการเมือง ผู้บงการโกงตัวใหญ่ “ลอยนวล”เลือกปฏิบัติ “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ตัดตอนตัดจบหรือไม่ถ้ามองอย่างเข้าใจนายกฯในบริบทการเมือง และปัจจัยการบริหารอำนาจก็อาจหยวนๆได้ เพราะที่สุดพี่ๆน้องๆซัดกันพอเป็นน้ำจิ้ม วันนี้แค่พอได้หือต่อรองก็ดีแล้วแต่ยังไม่ถึงเวลาแตกหักให้พังยับกันไปข้างนั่นก็มองมุมเข้าใจผู้นำ แต่ที่ไม่เข้าใจ และยอมรับไม่ได้คือ เมื่อเกิดการ “โกงทุกหย่อมหญ้า” แบบนี้ ไม่มีบิ๊กเบิ้มชี้นิ้วบงการสั่งการ ข้าราชการจะทำได้หรือ และหากปล่อยไว้แบบนี้ ภาพผู้นำก็สลัดโกงไม่พ้นตัวแถมพานกระทบคิวบริหารระยะยาวอยู่ดีเช่นเดียวกันกับอีกหลายประเด็นโยงการทุจริตประพฤติมิชอบ หาช่องกินนิ่ม โกงแหลก ฮุบเรียบ และ “กินรวบ” ทั้งฮั้ว สว. ปมที่ดินเขากระโดง เอไอพาสปอร์ต ฯลฯพอมีเรื่องฉาวก็ใช้วิธีทุบ กลเม็ดปิดปาก แทรกแซง แทรกซึม แทรกซื้อ ปิดจบกลบของเหม็นแม้อำนาจรัฐบาลภูมิใจไทย ระบอบสีน้ำเงินมีตัวช่วยเสถียรภาพปึ้ก แต่ระยะยาวถ้าไม่แก้ปัญหาปล่อยโกงกัดกร่อนความเชื่อมั่น ศรัทธาร่อยหรอผุพังอาณาจักรอำนาจที่ว่าแข็งแกร่ง ก็จะอยู่ไม่ได้เช่นกัน.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม