ศาลอาญาพิพากษายกฟ้องดาราสาว “พิ้งกี้ สาวิกา” พร้อมแม่และพี่ชาย ในคดีแชร์ Forex3D ชี้ไม่มีเจตนาหลอกลวงและมีการลงทุนจริง ส่วน “อภิรักษ์” กับพวก 5 คน โดนคุกอ่วมคนละ 49,110 ปี โดยจำคุกสูงสุด 20 ปี ตามกฎหมาย สั่งปรับและชดใช้คืนเงินแก่ผู้เสียหายทั้ง 9,822 คน ตามจำนวนที่ถูกฉ้อโกงและกู้ยืมไป พร้อมอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปียกฟ้องพิ้งกี้ คดี Forex3D เมื่อเวลา 10.30น. วันที่ 13 ส.ค. ที่ห้องพิจารณา 806 ศาลอาญา ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีฉ้อโกงแชร์ Forex3D ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ฟ้องนายอภิรักษ์ โกฎธิ ผู้บริหาร รวมทั้ง น.ส.สาวิกา ไชยเดช หรือพิ้งกี้ นักแสดงชื่อดัง นางสรินยา ไชยเดช มารดา นายกิตติเชษฐ์ หรือสรายุทธ ไชยเดช พี่ชายกับพวกรวม 24 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯโจทก์ฟ้องว่า ระหว่างวันที่ 24 พ.ย.58-8 ก.ย.63 พวกจำเลยร่วมกันหลอกลวงประชาชน โดยโฆษณาชักชวนบุคคลทั่วไปให้มาร่วมลงทุนซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศทางออนไลน์ในช่องทางเว็บไซต์และเฟซบุ๊กชื่อ “ฟอร์เร็กซ์ 3 ดี” (www.Forex-3D.com) และใช้ชื่อกองทุน “ฟอร์เร็กซ์ 30” โดย บ.อาร์เอ็มเอส แฟมิเลีย จำเลยที่ 2 และ บ.มีดีเพย์ จำเลยที่ 3 ที่มีจำเลยที่ 1 ดำเนินการอ้างว่า มีทีมงานมืออาชีพเป็นผู้ทำการลงทุนแทน โดยผู้ลงทุนสามารถลงทุนเริ่มต้นอยู่ที่ 500 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 15,000 บาท ต่อมามีการเพิ่มการลงทุนขั้นต่ำเป็น 2,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 50,000 บาท โดยไม่ต้องมีความรู้เกี่ยวกับการซื้อขายหรือเทรดเงินตราต่างประเทศ เพียงแต่ขอให้ผู้เข้าร่วมลงทุนฝากเงินเข้ามาก็สามารถที่จะรอรับเงินกำไรปันผลได้เลย มีการประกันเงินต้น 100% ไม่มีการขาดทุน ทำให้มีผู้หลงเชื่อ 9,822 รายนำเงินมาร่วมลงทุนกับพวกจำเลยกว่า 2,473ล้านบาท ทั้งที่ความจริงพวกจำเลยไม่ได้มีการนำเงินไปลงทุน และไม่มีการประกอบกิจการซื้อขายหรือเทรดเงินตราต่างประเทศกันจริงตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด ขอให้จำเลยร่วมกันชดใช้เงินจำนวน 2,489 ล้านบาทคืนแก่ผู้เสียหายด้วย เหตุเกิดที่แขวงและเขตดินแดง กทม. และท้องที่อื่นๆทั่วราชอาณาจักรเกี่ยวพันกัน จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การเทรด Forex3D คดีนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย.58-วันที่ 8 ก.ย.63 เป็นการลงทุนกับความผันผวนของสกุลเงินของโลก มีผู้เสียหายมาดำเนินคดีในคดีดังกล่าว 9,822 คน มูลค่าความเสียหายอยู่ที่กว่า 2,473 ล้านบาท จำเลยที่ 1 เป็นผู้บริหารบริษัทจำเลยที่ 2, บริษัทจำเลยที่ 3 ได้โฆษณาชักชวนและแนะนำผ่านสื่อสังคมออนไลน์ สนใจให้บุคคลที่สนใจมาร่วมลงทุน และจะนำกำไรมาแบ่งจ่าย รับประกันไม่มีขาดทุน ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ ทั้งนี้พยานจากธนาคารแห่งประเทศไทยได้ตรวจสอบ และพบบริษัท Forex3D จำเลยที่ 1-3 ไม่เคยขออนุญาต และไม่พบธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศ และการทำธุรกิจ Forex3D ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำได้ในประเทศไทย และจำเลยที่ 2 ได้รับอนุญาตเพียงแค่แลกเปลี่ยนเงินตราเพียงเท่านั้น จำเลยที่ 1 มีบัญชีม้าจำนวนมากในการโอนเงินไปให้ผู้เสียหายแสดงถึงความไม่สุจริต หลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อปกปิดเส้นทางการเงิน หลีกเลี่ยงภาษีศาลเห็นว่า โจทก์มีผู้เสียหายเป็นพยานเบิกความสอดคล้องกัน ยืนยันรายละเอียดในเรื่องรายละเอียดลำดับเหตุการณ์ได้อย่างถูกต้อง ยากที่จะแต่งเรื่องเท็จไปปรักปรำ เชื่อว่าเบิกความตามความจริง เชื่อได้ว่าจำเลยที่ 1-3 ได้หลอกลงทุนเทรด Forex3D เป็นกลอุบายล่อลวงให้คนนำเงินมาลงทุนลักษณะเป็นแชร์ลูกโซ่ จำเลยที่ 1-3 จึงกระทำความผิดตามฟ้องส่วนนายสรายุทธ หรือกิตติเชษฐ์ ไชยเดช พี่ชายพิ้งกี้ จำเลยที่ 6, น.ส.สาวิกา ไชยเดช หรือพิ้งกี้ อดีตนักแสดงชื่อดัง จำเลยที่ 7 และนางสรินยา ไชยเดช แม่พิ้งกี้ จำเลยที่ 8 เห็นว่า จำเลยที่ 6-8 อาจไม่ทราบว่าธุรกิจ Forex3D เป็นการหลอกลวง เพราะถ้าหากรู้คงไม่โอนเงินลงทุนกลับไปยังจำเลยที่ 3 เพราะมีความเสี่ยงที่จะสูญเงิน อีกทั้งจำเลยที่ 7 เป็นนักแสดงมีชื่อเสียง คาดว่าเงินจำนวนดังกล่าวไม่ได้มากกว่าการทำมาหาได้ของจำเลยที่ 7 และเงินลงทุนมากพอๆกับที่ได้รับ บ่งชี้ได้ว่ามีการลงทุนจริง ไม่ได้แสร้งทำพอร์ตปลอมมาหลอกประชาชน ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้กับจำเลย 6-8 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สิ้นเสียงคำพิพากษาในส่วนนี้ พิ้งกี้กับมารดาและพี่ชายถึงกับร่ำไห้ด้วยความดีใจสำหรับนายสุภิญโญ มีสมปราชญ์ จำเลยที่ 5 ผู้เขียนโปรแกรมให้กับเว็บไซต์ Forex3D, นายณัฐธีร์ พีระชัยรมย์ จำเลยที่ 9 เป็นเลขาฯส่วนตัวของจำเลยที่ 1, นายธรรศิวรรฒ จันทานุกูล จำเลยที่ 11 ฝ่ายเอกสารของบริษัท และ น.ส.ภคมน สีลุน จำเลยที่ 21 เป็นอดีตภรรยาของนายอภิรักษ์ ศาลเห็นว่า มีพยานหลักฐานบ่งชี้ชัดเจนว่าเป็นตัวการร่วมกับจำเลยที่ 1 ในการกระทำความผิด พิพากษาว่า ลงโทษ จำเลยที่ 1, 5, 9, 11, 21 ฐาน ร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน เป็นโทษบทหนักสุด ให้จำคุกจำเลยที่ 1, 5, 9, 11, 21 กระทงละ 5 ปี รวม 9,822 กระทง รวมจำคุกจำเลยคนละ 49,110 ปี โดยโทษจำคุกตามกฎหมายให้จำคุกได้สูงสุดคนละ 20 ปี และร่วมกันคืนเงินแก่ผู้เสียหายทั้ง 9,822 คน ตามจำนวนที่ถูกฉ้อโกงและกู้ยืมไป พร้อมอัตราดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี พร้อมสั่งปรับ บ.อาร์เอ็มเอส แฟมิเลีย จำเลยที่ 2 และ บ.มีดีเพย์ จำเลยที่ 3 รายละ 500,000 บาท รวม 9,822 กระทง ทั้งหมดเป็นค่าปรับรายละ 4,911 ล้านบาท ส่วนจำเลยที่ 4, 6-8, 10, 12-20 และ 22-24 มี น.ส.สาวิกา หรือพิ้งกี้ พี่ชาย และแม่ พิพากษายกฟ้องภายหลังอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น พิ้งกี้กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่หน้าห้องพิจารณาคดีเพียงว่า ขออนุญาตไม่ให้สัมภาษณ์ที่บริเวณหน้าศาลอาญา กำลังเตรียมไปทำกระบวนการปล่อยตัวแม่ออกจากทัณฑสถานหญิงกลางในช่วงค่ำวันเดียวกัน และรู้สึกดีใจมากที่ศาลพิพากษายกฟ้องตนพี่ชายและมารดาอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่