“อนุทิน” ยกระดับมาตรการควบคุมปืน บ่นประชากร 6-7 คนต่อ 1 กระบอก “นี่มันแดนคาวบอย” สั่ง ปค.ยกเลิกประเพณีแจกปืนกำนัน-ผญบ.ไปให้อย่างอื่นแทน จับคู่จิ้น “ผู้ว่าฯ-ผู้การ” “นอภ.-ผกก.สภ.” คุมมั่นคงอยู่หมัด “นฤชา” เต้นสั่งสอบนอภ.เกาะพะงันให้เสร็จใน 7 วัน โยนแต่ละหน่วยไปแก้ปัญหา จนท.พกอาวุธปฏิบัติหน้าที่กันเอง ผวจ.สุราษฎร์ฯแจงแค่ทำเชิงสัญลักษณ์ ให้เงินสดไม่ได้แจกปืนจริง นอภ.เกาะพะงันโอดกระแสวิจารณ์ทำคนดีท้อแท้ “โรม” ชี้สส.มี 30-40 กระบอกเกินเหตุ ตร.สั่งตรวจเข้มผู้มีอิทธิพล-นักการเมือง “พริษฐ์” บี้ กกต.เคลียร์ 8.6 แสนโยงโกงเลือกตั้ง สส.อำนาจเจริญ เขต 1 มติ กกต.5ต่อ2 “แสวง”ไปต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ยกระดับมาตรการควบคุมอาวุธปืน หลัง พบข้อมูลเฉลี่ยประชากร 6-7 คนต่อปืน 1 กระบอก ระบุนี่มันแดนคาวบอยไปแล้ว ไม่ใช่บ้านเมืองที่สงบสุข พร้อมสั่งกรมการปกครอง ยกเลิกประเพณีแจกปืนสร้างขวัญกำลังใจกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน เปลี่ยนไปให้รางวัลอย่างอื่นแทน“หนู” จับคู่จิ้นผู้ว่าฯ–ผู้การคุมมั่นคงเมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 13 ส.ค.ที่ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาลในระดับพื้นที่ รุ่นที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2569 มีผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด พื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก 25 จังหวัด และผู้บริหารส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม นายอนุทินกล่าวมอบนโยบายว่า เมื่อเกิดเหตุใดๆ ก็ตามย่อมเป็นความรับผิดชอบของรัฐโดยตรง ทำงานด้านความมั่นคงมาหลายปี ลงพื้นที่พบปะชาวบ้านเป็นประจำได้พบกับผู้ว่าฯ ผู้บังคับการ และผู้กำกับอยู่ตลอด เชื่อมั่นว่าถ้าผู้ว่าฯจับมือกับผู้บังคับการ นายอำเภอจับมือกับผู้กำกับตำรวจภูธร ปัญหาพื้นฐานโดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้ มีคำว่าคู่จิ้นหรือคู่ดูโอ หากมีการเชื่อมได้แบบไร้รอยต่อเราจะมีข้อมูล ขอให้ทุกคนทำงานร่วมมือกันอย่างเต็มที่ต่อไปไทยกลายเป็นแดนคาวบอยไปแล้วนายอนุทินกล่าวอีกว่า ช่วงที่ผ่านมามีเรื่องอาวุธปืนที่เราต้องให้ความสำคัญ กรมการปกครอง (ปค.) สั่งการไปแล้วว่าช่วงนี้ปิดระบบการออกใบอนุญาต ป.3 การซื้อขายการครอบครองอาวุธปืนของบุคคลทั่วไปจึงไม่มี ปกติเราจะมอบปืนให้กำนันและผู้ใหญ่บ้าน ถ้าเราต้องการให้อาวุธปืนนี้ลดลงทั่วประเทศ ตอนนี้มีกว่า 10 ล้านกระบอกที่เห็นอยู่ ที่ไม่เห็นมีอีกเท่าไหร่ เท่ากับประชากร 6-7 คนมีอาวุธปืน 1 กระบอก ไม่ไหว นี่มันแดนคาวบอยไปแล้ว ถ้าตัดพวกเด็กและผู้สูงอายุออกไปเผลอๆเหลืออยู่แค่ประชากร 3-4 คนต่ออาวุธปืน 1 กระบอก ไม่ใช่บ้านเมืองที่สงบสุขได้ กรมการปกครองเสนอมาว่าต้องมีการพิจารณาของที่จะมอบรางวัลให้กับกำนันผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยมเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง ในส่วนของนายอำเภอขอให้ร่วมกันตั้งด่านตรวจค้นอาวุธปืนยาเสพติดเป็นหลัก กำลังมอบหมายให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี สังคายนายกร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยอาวุธปืนฉบับใหม่ขึ้นสั่งใครแอบอ้างเป่าคดีให้อัดคลิปไว้นายอนุทินกล่าวว่า ขอให้ทุกท่านมีความอิสระสูงสุดในการปฏิบัติหน้าที่ คือปิดชื่อถือพฤติกรรม ไม่ต้องสนใจใครจะโทรศัพท์เข้ามา “ถ้าใครโทรศัพท์เข้ามาบอกว่าน้อง นี่พี่หนูนะ นี่นายกฯนะ ขอให้มั่นใจได้เลยว่านั่นตัวปลอม คิดง่ายๆ แค่ท่านอัดเสียงผมก็ตายแล้ว ผมไม่รักคนอื่นมากกว่าตัวเองหรอก ถ้าโทร.ก็ขอให้อัดเทปไว้ แล้วส่งมาให้ตรวจสอบ ไม่ยาก ถ้าเป็นเสียงของคนใน ครม.นี้ พูดได้เลยว่านั่นคือวันสุดท้ายในการทำงานของเขา ที่ผ่านมาเป็นยังไงไม่รู้แต่จากนี้ไปถ้ารัฐบาลชุดนี้ยังมีนโยบายเช่นนี้อยู่ ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า นายกฯมีอาการเสียงแหบไอ และกระแอมอยู่ตลอดเวลาระหว่างมอบนโยบาย จนต้องจิบน้ำอุ่นเป็นระยะๆสั่ง ปค.ยกเลิกแจกปืนกำนัน–ผญบ.ต่อมานายอนุทินให้สัมภาษณ์กรณีมีการเผยแพร่ภาพกิจกรรมงานเลี้ยง 134 ปี กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี มีการจับรางวัลแจกปืนลูกซองยาวให้ผู้ร่วมงาน จะเป็นการสวนทางนโยบายห้ามพกปืนหรือไม่ว่า สั่งให้นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง (ปค.) ไปยกเลิกดำเนินการนโยบายนี้ เปลี่ยนไปให้รางวัลอื่น ขอให้ไปถามรายละเอียดที่อธิบดี ปค. เมื่อถามว่าการออกใบอนุญาตครอบครองอาวุธที่ต้องให้มีการประเมินสุขภาพจิตก่อน นายอนุทินตอบว่า เรากำลังแก้ไขที่โครงสร้าง ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่“นฤชา” ย้ำให้เปลี่ยนของรางวัลแทนนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวถึงการจัดงานเลี้ยงครบรอบ 134 ปี กำนันผู้ใหญ่บ้าน เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี มีการจับรางวัลแจกปืนลูกซองยาว 5 กระบอกว่า นโยบายตอนนี้เราควบคุมจำกัดปริมาณปืน เป็นนโยบายสำคัญที่นายกฯให้ระงับการออกใบอนุญาตซื้อขายใบ ป.3 เอาไว้ก่อน รางวัลกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จะมอบสิ่งอื่นที่มีมูลค่าเท่ากับอาวุธปืนให้แทน อาจเป็นเงินสดหรือของที่เป็นสัญลักษณ์ ต่อไปนี้นโยบายให้ปืนกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต้องระงับไปก่อน แม้ระเบียบยังมีอยู่ เมื่อถามว่า เมื่อวันที่ 12 ส.ค. คำสั่ง ปค.ระงับปืนสวัสดิการ มีเสียงสะท้อนว่าการมีปืนสวัสดิการเพื่อการเข้าถึงของเจ้าหน้าที่ปค. ได้หารือกับตำรวจบ้างหรือไม่ นายนฤชาตอบว่า ต้องทำความเข้าใจว่าปืนสวัสดิการเดิมมีไว้ให้เจ้าหน้าที่ ข้าราชการ ที่ทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย แต่วันนี้เป็นนโยบายเร่งด่วนที่ต้องจำกัดปริมาณอาวุธปืน ปืนสวัสดิการเองก็จำเป็นต้องระงับเช่นกันให้แต่ละหน่วยไปหาทางแก้ปัญหาผู้สื่อข่าวถามว่า มีเสียงสะท้อนจากตำรวจที่ต้องมีการพกอาวุธปืนในการปฏิบัติหน้าที่ หากต้องนำปืนไปเก็บไว้ที่ สน. หรือ สภ. หากมีเหตุฉุกเฉินเขาจะปกป้องตัวเองได้อย่างไร นายนฤชาตอบว่า เป็นเรื่องของแต่ละหน่วยปฏิบัติ แต่ในทางปฏิบัติอนุญาตให้เฉพาะเจ้าหน้าที่ที่อยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ต้องมีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาเป็นลายลักษณ์อักษร มอบหมายให้ไปปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย ทุก สน. ทุกหน่วยราชการ ต้องออกคำสั่งรองรับการนำปืนไปปฏิบัติหน้าที่ได้ปค.สั่งสอบ นอภ.ให้เสร็จภายใน 7 วันล่าสุดกรมการปกครองเผยแพร่เอกสารข่าวระบุว่า ปค.ได้มีหนังสือด่วนที่สุดถึง จ.สุราษฎร์ธานี ให้ระงับการมอบอาวุธปืนในงานดังกล่าว พร้อมให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยเฉพาะการดำเนินการของนายอำเภอ เจ้าหน้าที่หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจัดงาน และการนำอาวุธปืนมาใช้เป็นของรางวัล ให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน และรายงานผลการตรวจสอบให้ ปค.โดยเร็ว หากพบว่ามีการกระทำใดไม่เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ หรือคำสั่งทางราชการ จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และลงโทษอย่างเด็ดขาดต่อไปผวจ.สุราษฎร์ฯแจงทำเชิงสัญลักษณ์ด้านนายจุมพฏ วรรณฉัตรศิริ ผวจ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า การจัดงานวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.เกาะพะงัน เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 10 ส.ค. ทราบว่าในช่วงเช้ามีกิจกรรมกันตามปกติ ส่วนภาคค่ำมีงานเลี้ยงเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่ช่วยเหลืองานราชการ แต่การจัดงานทั้งหมดทั้งค่าใช้จ่ายและกิจกรรม ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.เกาะพะงัน เป็นผู้ดำเนินการสอบถามไปยังนายไพสิฐ ทองเจิม นายอำเภอเกาะพะงัน ทราบว่ามีการมอบเงินรางวัล เป็นขวัญกำลังใจให้ ก่อนหน้านี้มีการตกลงจะมอบรางวัลเป็นอาวุธปืนให้กับผู้ที่จับสลากได้ในงานเลี้ยง แต่ไม่เคยมีการส่งมอบอาวุธปืนจริงให้กัน เป็นการให้เงินสดแทน ส่วนผู้ที่ได้รับรางวัลจะนำไปจัดซื้ออาวุธปืนหรือไม่เป็นดุลพินิจของบุคคลนั้น เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์ว่าเป็นรางวัลอาวุธปืน ทั้งนี้ได้กำชับไปยังนายอำเภอเกาะพะงันให้เข้มงวดเรื่องการขอใบอนุญาตซื้อปืนหรือครอบครอง ให้เป็นตามข้อสั่งนายกฯอย่างเคร่งครัดนอภ.เกาะพะงันโอดทำให้คนดีท้อแท้นายไพสิฐ ทองเจิม นายอำเภอเกาะพะงัน กล่าวว่า การมอบรางวัลเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่มีมายาวนานแล้ว โดยการ สนับสนุนเงินรางวัลจากภาคธุรกิจและประชาชนทั่วไป และมีสัญลักษณ์ว่าเป็นอาวุธปืน เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ที่ได้รับรางวัลกำนันแหนบทอง กรมการปกครองก็มอบรางวัลเป็นอาวุธปืนพกสั้นหรือปืนลูกซองประจำตำแหน่ง ปฏิบัติแบบนี้มาตลอด ในส่วนชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านได้มอบให้เป็นเงินสดมีมูลค่าตั้งแต่ 15,000-20,000 บาท ที่ผ่านมาทราบว่ามีกำนันผู้ใหญ่บ้านนำเงินรางวัลเหล่านั้นไปจัดหาอาวุธปืนประจำกายบ้าง แต่การขออนุญาตเป็นไปตามระเบียบราชการ ไม่มีข้อยกเว้น บางครั้งการวิพากษ์วิจารณ์ทางสื่อโซเชียลส่งผลต่อกำลังใจของผู้ที่ปฏิบัติงาน ผู้ช่วยเหลืองานราชการ และอาจทำให้คนดีท้อแท้ได้“โรม” ชี้เกินเหตุ สส.มี 30-40 กระบอกนายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวว่า ยังไม่เห็นความชัดเจนเรื่องมาตรการความปลอดภัยในชีวิตประชาชนจากการใช้อาวุธปืน นอกจากคำพูดนายกฯที่ห้ามการพก เมื่อถามว่ากลุ่มที่โดนพุ่งเป้าคือนักการเมืองที่มีปืนไว้ในครอบครองจำนวนมาก นายรังสิมันต์ตอบว่า อาจเริ่มต้นว่านักการเมือง ตำรวจ ทหาร นักปกครอง ต่างมีปืน คำถามคือความจำเป็นของอาวุธปืนมีหรือไม่ ไม่ต้องอะไรมากอย่างตนก็ไม่มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะสามารถให้ความปลอดภัยได้ เผลอๆน่ากลัวกว่าโจรก็คือเจ้าหน้าที่รัฐนี่แหละ ถ้านักการเมืองจะต้องมีปืน อาจไม่ทุกคน ควรพิจารณาบนข้อเท็จจริง ย้ำว่าไม่ใช่ทุกคนที่ถูกคุกคาม ต้องดูว่ามีความจำเป็นอะไร บางคนมี 30-40 กระบอก อาจเกินกว่าความจำเป็นในการป้องกันตัว ยังมองในจุดยืนว่าอาวุธปืนควรถูกใช้เพื่อป้องกันตัวเองตร.เผยยึดปืนจากคดีจับยามากสุดพล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบงานด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม กล่าวว่า ตามข้อสั่งการนายกฯให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติยกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมเข้มงวดทุกมิติ กรณีมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้อาวุธของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยืนยันว่าต้องเป็นไปตามยุทธวิธีจากเบาไปหาหนัก และอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย เพื่อการป้องกันตนเองหรือบุคคลที่สาม เพื่อยุติสถานการณ์ความรุนแรงให้เร็วที่สุด สถิติการจับกุมอาวุธปืนตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-13 ส.ค. พบว่าอาวุธปืนส่วนใหญ่ที่เจ้าหน้าที่ยึดได้มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับคดียาเสพติด จึงเน้นการตรวจค้นจับกุมกวาดล้างอาวุธปืนควบคู่ไปกับการปราบปรามยาเสพติด ส่วนการปราบปรามอาวุธปืนบนโลกออนไลน์ ได้ประสานความร่วมมือกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และสื่อสังคมออนไลน์ นำ AI มาช่วยตรวจจับ ปิดกั้น และป้องกันการลงประกาศขายอาวุธปืน สิ่งเทียมอาวุธปืน หรืออุปกรณ์ดัดแปลงตั้งแต่ต้นทางสั่งตรวจเข้มผู้มีอิทธิพล-นักการเมืองพล.ต.อ.ธัชชัยกล่าวอีกว่า รวมถึงการสืบสวนดำเนินคดีกับกลุ่มผู้มีอิทธิพล นักการเมืองท้องถิ่น หรือบุคคลที่พกพาอาวุธปืนโดยผิดกฎหมาย ตามคำสั่ง ผบ.ตร.อย่างไม่มีการละเว้น ขณะเดียวกันได้กำชับเรื่องการพกพาอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เน้นย้ำว่าเฉพาะผู้ปฏิบัติหน้าที่สืบสวนหรือป้องกันปราบปรามเท่านั้นที่มีอำนาจพกพาตามยุทธวิธี หากข้าราชการตำรวจพกพาอาวุธปืนไปใช้ในยามวิกาล ดื่มสุรา หรือนอกเหนือการปฏิบัติหน้าที่ จะถูกดำเนินคดีทั้งทางอาญาและวินัยอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อเว้นเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป ส่วนตำรวจนอกเครื่องแบบ (สายสืบ) ที่พกพาอาวุธปืนไปปฏิบัติหน้าที่ ยังสามารถทําได้ แต่หากพกไปที่สาธารณะหรือร้านอาหาร ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลที่ต้องยอมรับ หากตรวจพบก็จะเข้าข่ายมีความผิดตามกฎหมาย สำหรับนักการเมืองที่มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองจำนวนมาก ต้องตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายทั้งหมด ต้องบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาดและเท่าเทียมกัน ตร.จะเพิ่มความกวดขันและผลักดันการเพิ่มโทษกรณีการก่อเหตุด้วยอาวุธปืนกระทุ้ง สถ.ส่ง 5,925 ชื่อตามเอ็มโอยูที่รัฐสภา นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ป.ป.ช.) กล่าวถึงการทุจริตการสอบท้องถิ่นที่มีการเร่งให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ส่งสำนวนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ยังไม่เห็น สถ.ส่งรายชื่อ 5,925 ชื่อ ให้ 5 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ดำเนินการตามหน้าที่ อยากถามคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) จะส่งรายชื่อเมื่อใด ขณะนี้ สถ.ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบ 5,925 รายชื่อแล้ว ไม่มีเหตุผลต้องประวิงเวลา อย่าลืมว่าทำเอ็มโอยู 5 หน่วยงานไว้ ในเมื่อไม่ทำตามเอ็มโอยูก็ต้องกระทุ้งกันหน่อยท้าพิสูจน์แชตโยง สจ.สตูลนายหน้านายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีเพจเฟซบุ๊กชมรม STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย โพสต์แชตข้อความอ้างว่าเป็นแชตของเอเย่นต์หรือนายหน้าที่ช่วยในการทุจริตสอบท้องถิ่น ระบุว่าเป็น สจ.คนหนึ่งใน จ.สตูล ว่า เรื่องนี้พิสูจน์กันได้อยู่แล้ว ถ้าเจอก็ต้องจัดการ จริงๆมันมีเครือข่ายอยู่หลายเครือข่ายกระจายกันไปทั่ว ต้องไปว่ากันตามข้อเท็จจริงตรวจสอบฟันอาญา 5,925 รายต่อ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนอธิบดี สถ. กล่าวถึงกรณีผู้มีรายชื่อถูกเพิกถอนเข้าข่ายมีความผิดทางอาญาว่า 5,925 รายชื่อตอนนี้อยู่ที่ ป.ป.ช. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากประมวลเรียบร้อยและตรวจสอบความถูกต้องแล้ว สถ.จะแจ้งรายชื่อทั้ง 5,925 ชื่อ ไปยัง 5 หน่วยงานที่ทำเอ็มโอยูตรวจสอบความผิดต่อไปบี้ กกต.เคลียร์โกงอำนาจเจริญเขต 1วันเดียวกัน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า มีคำถามเพิ่มเติมต่อ กกต. สำนวนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส. ที่เจ้าหน้าที่กกต.ผู้รับโอนเงิน 860,000 บาท รับผิดชอบอยู่ใน ห้วงรับโอนเงิน (เม.ย.-ก.ค.2567) เกี่ยวข้องหรือไม่ กับข้อร้องเรียนเรื่องการทุจริตเลือกตั้งใน จ.อำนาจเจริญ เขต 1 และข้อกล่าวหาต่อนางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย ที่ กกต.มีมติยกคำร้องเมื่อเดือน พ.ค.2567 วันก่อน กกต.ระบุในแถลงการณ์ว่า เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวรับผิดชอบการไต่สวนสำนวนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส. ในห้วงเวลาที่มีการโอนเงิน คำถามต่อ กกต. คือ 1.ในแถลงการณ์ กกต. สำนวนที่ว่านี้คือสำนวนเกี่ยวกับข้อร้องเรียนเรื่องการทุจริตเลือกตั้ง สส.อำนาจเจริญ เขต 1 เป็นการกล่าวหานางสุขสมรวย วันทนียกุล ใช่หรือไม่ 2.กกต.ได้สอบสวนจนสิ้นข้อสงสัยแล้วหรือไม่ ว่าเส้นเงินดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องใดๆกับผลการวินิจฉัยเลือกตั้งที่ 78/2567 ที่มีมติยกคำร้องข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส.อำนาจเจริญ เขต 1 และนางสุขสมรวย 3.กกต.พร้อมเปิดเผยผลการสอบสวนและไต่สวนในทุกระดับหรือไม่ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสว่าผู้ที่รับผิดชอบเป็นใคร และมีความเห็นอย่างไร“อนุทิน”ถกร่วมมือกลาโหมสหรัฐฯช่วงบ่ายที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ให้การต้อนรับนายเอลบริดจ์ โคลบี ปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาฝ่ายนโยบาย เข้าเยี่ยมคารวะโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลังการหารือว่า นายอนุทินแสดงความยินดีต่อพัฒนาการเชิงบวกของความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ ยืนยันจุดยืนรัฐบาลไทยว่าความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างไทยกับสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในเสาหลักของความสัมพันธ์ ไทยไม่มีนโยบายนำความร่วมมือด้านกลาโหมมาเป็นเงื่อนไข หรือเครื่องมือต่อรองในการเจรจาการค้า พร้อมย้ำว่าไทยให้ความสำคัญกับความเป็นพันธมิตรและหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์กับสหรัฐฯมาต่อเนื่อง ด้านนายเอลบริดจ์ระบุว่า ไทยเป็นพันธมิตรที่สำคัญของสหรัฐฯ ที่ให้ความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อภูมิภาค และการทำงานร่วมกับประเทศที่มีหลักการและเป้าหมายร่วมกันในการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาค ยืนยันความมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงกับไทย ตลอดจนต่อยอดความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศระหว่างกันปชป.แฉดองเบี้ยเลี้ยง ตชด.ภาค 1ขณะที่นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้รับการร้องเรียนจากกำลังพลตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 (ตชด.ภาค 1) ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่กำลังเผชิญวิกฤติจากการถูกค้างเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายวันละ 240 บาท มาตั้งแต่เดือน มี.ค.จนถึงปัจจุบัน รวม 5 เดือนเต็ม ได้รับคำชี้แจงจากต้นสังกัดว่ารัฐบาลยังไม่อนุมัติงบประมาณให้ กระทบต่อขวัญกำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ คำว่า “ยามศึกเรารบ ยามสงบเราถูกลืม” สะท้อนความจริงได้ตรงที่สุด ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของกำลังพลและสมาชิกในครอบครัวเบี้ยเลี้ยงเดือนละ 7,200 บาท ถือเป็นเงินหมุนเวียนสำคัญค่าใช้จ่ายในบ้าน ค่าเทอมลูก และค่าครองชีพ เมื่อ เงินส่วนนี้หายไปนานถึง 5 เดือนย่อมทำให้กำลังพลตชด.ภาค 1 และครอบครัวได้รับความเดือดร้อนหนัก รัฐบาลต้องไม่ปล่อยให้คำว่าเสียสละกลายเป็นข้ออ้างในการละเลยสวัสดิการ และอย่าให้เกิดวาทกรรมเสร็จศึกทิ้งขุนพลเกิดซ้ำ“ทักษิณ”อาลัย “จู หรงจี” อสัญกรรมอีกเรื่อง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กเป็นภาษาอังกฤษระบุว่า “ขอร่วมกับประชาชนชาวจีน ไว้อาลัยต่อการถึงแก่ อสัญกรรมของนายจู หรงจี อดีตนายกรัฐมนตรีจีน บุคคลสำคัญที่ผมให้ความเคารพนับถืออย่างยิ่ง แม้หลังจากวางมือจากตำแหน่งและใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบแล้ว แต่โลกยังคงจดจำในฐานะขุนพลเศรษฐกิจ ผู้มีบทบาทสำคัญยิ่งในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของจีน จนก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกในปัจจุบัน มีโอกาสสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือบนพื้นฐานวิสัยทัศน์ร่วมกัน เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของเอเชีย ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน มุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ที่จะสานต่อความสัมพันธ์ไทย-จีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของท่าน และประชาชนชาวจีนต่อการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่นี้”มติ กกต. 5 ต่อ 2 “แสวง บุญมี”ไปต่อผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า กกต.มีการประชุมลับเพื่อ พิจารณาการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2568 ของนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. มีมติ 5 ต่อ 2 ให้นายแสวงผ่านการประเมิน มีผลให้นายแสวงดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กกต.ต่อไปจนครบสัญญาจ้างในวันที่ 31 มี.ค.2570 ผลการประเมินดังกล่าวสืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ที่ประชุม กกต.ชุดปัจจุบันมีมติยกเลิกมติการประเมินผลการปฏิบัติงานของนายแสวงประจำปีงบประมาณ 2568 ชุดนายอิทธิพร บุญประคอง เป็นประธาน ประเมินให้คะแนนผลการปฏิบัติงานของนายแสวง ต่ำกว่าเกณฑ์ประเมินร้อยละ 60 ถ้า กกต.ชุดปัจจุบันมีมติยืนตาม กกต.ชุดที่นายอิทธิพรมีมติไว้ จะทำให้นายแสวงต้องพ้นจากตำแหน่งตามเงื่อนไขสัญญาจ้างอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่