คดีสะเทือนขวัญ กรณีคนร้ายก่อเหตุฆาตกรรม 2 พี่น้องชาวรัสเซีย และนำศพไปฝังอำพราง ที่บริเวณเขาชีจรรย์ ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยเจ้าหน้าที่ ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุ ได้ 2 คน คือ นายป๋องและนายธง ซึ่งให้การรับสารภาพว่า ร่วมกันฆ่า และขุดหลุมฝัง 2 พี่น้อง ชิงรถจักรยานยนต์ของผู้ตายเมื่อตำรวจไปตรวจสอบพื้นที่ใกล้เคียงกับจุดที่ผู้ต้องหาฝังศพ 2 พี่น้องชาวรัสเซีย ยังได้ขุดพบศพพ่อ แม่ ลูก ชาวไทย 3 ศพ ที่ถูกนายป๋อง และพวก ฆ่าชิงทรัพย์ หลังจากเพิ่งพ้นโทษจำคุกในคดีพยายามฆ่า คดีอาวุธปืน และยาเสพติด เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา และร่วมกับนายธง ที่เคยติดคุกคดียาเสพติด ก่อเหตุซ้ำฆ่าชิงทรัพย์ 2 พี่น้องชาวรัสเซียจากพฤติการณ์ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุเหี้ยมโหดต่อเนื่อง ทำให้มีเสียงเรียกร้องจากญาติผู้ตาย และสังคม ให้ลงโทษคนร้ายในคดีนี้อย่างเด็ดขาด ด้วยการประหารชีวิตสถานเดียว เพื่อไม่ให้เป็นภัยร้ายแรงต่อสังคม เพราะผู้ต้องหาเคยก่อคดีถูกศาลตัดสินจำคุกมาแล้ว แต่เมื่อพ้นโทษก็ยังมาก่อคดีร้ายแรงซ้ำ ถือว่ามีความชั่วร้ายในสันดานขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ให้ความสำคัญกับคดีนี้ โดยระบุว่า ทำให้ประเทศไทยเสื่อม เสียชื่อเสียง ไม่ได้แค่ฆ่าชาวต่างชาติ หรือ ฆ่าคนไทยด้วยกันเอง 3 ศพ แต่มันฆ่าคนไทยทั้งประเทศ ทำให้สิ่งที่เราจะสร้างความไว้วางใจกับต่างชาติถูกทำลาย โดยคนที่เพิ่งออกจากคุก ติดยา และก่อคดีแล้วก่อคดีอีกคนที่ทำลายประเทศได้ขนาดนี้ต้องรับโทษสถานหนัก ให้สาสมกับเวรกรรมที่ก่อไว้กับผู้เคราะห์ร้าย ให้ได้รับโทษสถานหนักโดยเร็ว ส่วนที่มีการเรียกร้องให้ประหาร ผู้ต้องหา เรามีกระบวนการทางกฎหมายกับผู้ที่ก่อความผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก และจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด โดยกำชับให้ทำสำนวนให้รัดกุม เพื่อให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษสูงสุดด้านกรมราชทัณฑ์ได้ชี้แจงเรื่อง การปล่อยตัวผู้กระทำผิดคดีร้ายแรงจนมาก่อคดีซ้ำว่า อดีตผู้ต้องขังทั้ง 2 ราย ถูกคุมขัง จนพ้นโทษตามกำหนด และได้เสนอให้ใช้มาตรการเฝ้าระวังหลังพ้นโทษ แต่ยังไปก่อคดี จึงพร้อมประสานข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดและอุดช่องว่างเพื่อความปลอดภัยของประชาชนอย่างสูงสุดแน่นอน ภายใต้กระบวนการยุติธรรม การตัดสินคดีต้องยึดพยานหลักฐาน ให้ความยุติธรรมทั้งฝ่ายผู้ต้องหา และฝ่ายผู้เสียหาย ผู้เสียชีวิต โดยไม่อิงตามกระแส แต่กรณีคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ที่คนร้ายกระทำผิดซ้ำซากเป็นภัยร้ายแรงต่อประชาชน พฤติการณ์แห่งคดีจึงสมควรแก่เหตุที่จะลงโทษประหารชีวิต เพื่อปกป้องสังคมให้ปลอดภัย.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม