กว่า 3 ปี “องค์กรตำรวจ” อยู่ในสภาพไม่ต่างจากคน ป่วยหนัก อาการปางตาย ความศรัทธาเสื่อมถดถอยลงกับ “คนนอก” เปิดโปง “บิ๊กตำรวจ” พัวพันผลประโยชน์ผิดกฎหมาย และขัดแย้งภายในองค์กรตำรวจเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นต้นตอความขัดแย้งมาจาก “ระบบแต่งตั้ง” ใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม เอื้อประโยชน์เกินควร เกิดภาพ “ตำรวจมากบารมี” ทำให้เกิดระบบวิ่งเต้นจ่าย “ส่วย” รวมศูนย์อำนาจที่เบ็ดเสร็จ ชนวนร้าวลึกเกมชิงอำนาจสีกากีเป็นที่มา “วังวน” ตำรวจสายวิ่งเต้นทำทุกทางได้ขยับขึ้นมาสู่ตำแหน่งสูงสุด ให้เป็นที่ “เกรงใจ” เหล่าตำรวจ และ “เกรงกลัว” กลุ่มผู้ประกอบการผิดกฎหมาย เพื่อได้รับผลประโยชน์สูงสุด สุดท้าย “แผลแตก”เรื่องราว “ส่วย” ถูกขุดขึ้นมาเปิดประจาน ตัวละครที่ถูกเปิดออกมา สังคมไทย ตำรวจรู้ดีใครตัวจริง แต่ไม่เคยได้รับโทษและความไม่ชัดเจนเนื้อหา พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ 2565 การแต่งตั้งโยกย้ายเสนอชื่อ ผบ.ตร.ทำให้ตำรวจขัดแย้งปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในวงการสีกากี “ฆ่าน้อง ฟ้องนาย ขายเพื่อน” ต่อยอดมาจากระบบการแต่งตั้งยังไม่เป็นธรรม เปิดทางให้ได้ “ตำรวจนอกแถว” รับผลประโยชน์สีเทาอยู่ได้ดีในสังคมตำรวจบั่นทอนกำลังใจ ตำรวจน้ำดี คนทำงาน “ผลงาน” ไม่ได้ทำให้เติบโต นายชอบเรียกใช้คนทำงาน แต่นิยมเสนอแต่งตั้งคนที่ “ปากดี–มือหนัก” ทำให้ตำรวจต่างวิ่งเข้าหานักการเมือง ผู้มากบารมีที่ช่วยให้ได้ตำแหน่งที่ดีการเสนอชื่อ ผบ.ตร. ผู้นำสูงสุดขององค์กรตำรวจ เป็นสิ่งที่สังคม ตำรวจทั่วประเทศ จับตา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และประธาน ก.ตร. ผู้ที่มีอำนาจสิทธิ์ขาดเสนอชื่อ ผบ.ตร.คนที่ 16ไม่ใช่แค่อาวุโส ขอให้ได้คนที่ดี ลูกน้องรับได้ ประชาชนเชื่อถือ “บทเรียน” กัดกร่อนความเชื่อมั่นและศรัทธาประชาชนหนักช่วงที่ผ่านมากับระบบ “แต่งตั้ง” ที่ไม่เป็นธรรม และรับผลประโยชน์นอกระบบเกินพอนายกฯต้องรับผิดชอบหากเกิดปัญหาตามมา.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.th คลิกอ่านคอลัมน์ “เลขที่1 วิภาวดีฯ” เพิ่มเติม