ศัพท์ที่ 10 ในภาษาสรรวรรณศัพท์ (สถาพรบุ๊ค พิมพ์ พ.ศ.2566) อาจารย์ ปรัชญา ปานเกตุ แจกแจงความซับซ้อนของสีเขียว โดยตั้งชื่อหัวข้อว่า หม้อเขียว...สีน้ำเงินหลายๆคนคงเหมือนผม แก่จนปูนนี้ไม่เคยแน่ใจเรื่องสีเลย...อยากจะรู้ “สี” ไหน...ตั้งใจอ่าน“สีเขียว” โดยทั่วไปหมายถึงสีใบไม้สด ตัวอย่างจาก ปาจิตกุมารกลอนอ่าน... “ฤาหนึ่งพฤกษ์เทวาศักดาเดช จำแลงเพศอยู่ที่ใต้พระไทรเขียว...”มีคำขยาย เขียวแก่ เขียวขาบ เขียวขำ เขียวขุ่น เขียวเข้ม เขียวชอุ่ม เขียวตุ่น เขียวนวล เขียวปั้ด เขียวปี๋ เขียวปื๋อ เขียวป๋อ เขียวมอ เขียวอ่อน เขียวอื๋อ เขียวหม่นมีหลายวรรณะ เช่น สีกะเลียว สีก้านตอง สีก้านมะลิ สีขี้ม้าสีเขียวไข่กา สีเขียวขจี สีเขียวใบข้าว สีเขียวใบแค สีเขียวฝรั่งสีเขียวหัวเป็ด สีตองอ่อน สีเขียวตะพุ่น สีเขียวไพล สีนกกะลิง สีปีกแมลงทับ สีมรกต สีมหาดไทยตัวอย่างจากบทละครนอก เรื่องสังข์ทอง “บ้างขึ้นทรงรถคชสาร ขี่ม้าผ่านขาวเขียวกะเลียวเหลือง”ใช้บ่งชี้ลักษณะสิ่งของต่างๆด้วย เช่น งูเขียว ถั่วเขียว นกเขาเขียว น้ำมันเขียว ปลาหลังเขียว ฟักเขียว มะม่วงเขียวเสวย ยาเขียว ส้มเขียวหวานข้อน่าสนใจ คือโบราณเรียกสิ่งปัจจุบันเห็นเป็นสีอื่น ว่ามี “สีเขียว”สีม่วง สีน้ำเงิน...ดังตัวอย่างจากไตรภูมิพระร่วง “พระรัศมีอันหนึ่งแลมีพรรณเขียวงาม ดังดอกอัญชันแลดังดอกนิลอุบล แลดอกผักตบดังแววนกยูง และปีกแมลงภู่...”สีเขียวคราม...ตัวอย่างจากบทละครเรื่องรามเกียรติ์ รัชกาลที่ 1“สีเขียวดั่งนิลมณี มีกายปรากฏเป็นสี่กร...”สีเมฆฝน...ตัวอย่างจากโคลงพระราชพิธีทวาทศมาส “เย็นเมฆตั้งเขียวปื้อ ตกบ้างปรอยปรอย...”พจนานุกรมเก่า อักขราภิธานศรับท์ ให้นิยาม “เขียว” ว่า“เขียว” เป็นศีอย่างหนึ่ง ศีเหมือนใบไม้สดทั้งปวง ฤาเหมือนอย่างสีคราม เป็นต้น ใช้ได้สองอย่างเช่นนั้นส่วน “คราม” ให้นิยามว่า “คราม” คือต้นผักกาดอย่างหนึ่ง ปลูกไว้สำหรับย้อมผ้า ให้สีเขียวเหมือนดอกผักตบดังนี้ “เขียว” จึงรวมถึงสิ่ง “สีคราม” และ “คราม” ก็อยู่ในหมู่ “สีเขียว” ด้วยสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ มีพระวินิจฉัยในทำนองเดียวกันว่า “เบญจรงค์” คือ สีขาว เหลือง แดง เขียว (คราม) กับดำ คำว่า “เขียว” นั้น หมายถึงสีคราม อาจเห็นได้อยู่ที่คำ “สุดหล้าฟ้าเขียว” และ “เขียวคราม”ที่มาเข้าใจกันเดี๋ยวนี้ว่า “เขียว”เป็นสีใบไม้นั้นเคลื่อนคลาดไป สีใบไม้เป็นสีผสม คือเหลืองกับคราม หาใช่แม่สีไม่แสดงว่า “เขียว” ในความรับรู้ของคนรุ่นก่อนไม่ได้เรียกแต่สิ่งที่มีสีอย่างใบไม้ แต่ใช้หมายถึงของที่ทุกวันนี้ ว่ามีสีน้ำเงิน สีคราม สีเขียวคราม สีม่วง และสีเมฆฝนด้วยตาของคนปัจจุบันนั้นเห็น “หม้ออวย” หรือหม้อสังกะสีเคลือบว่ามี “สีน้ำเงิน” เป็น “สีน้ำเงิน” ตามคำเรียกของคนยุคที่ “แยก” สีน้ำเงินออกจากสีเขียว แต่คนรุ่นปู่ย่า ร่วมสมัยกับนวัตกรรมใหม่ที่มาแทนที่หม้อดินเรียกว่า “หม้อเขียว”เป็น “สีเขียว” ตามคำเรียกของคนที่ “รวม” สีเขียวกับสีน้ำเงินไว้ด้วยกันดังนั้น เมื่อถูกใช้ให้ไปหยิบ “หม้อเขียว” ขอให้หมายรู้ว่า “สีเขียว” เท่ากับ “สีน้ำเงิน” และ “สีน้ำเงิน” คือ “สีเขียว” เวลาถูกใช้ให้ไปหยิบหม้อ จะได้ไม่เก้กังเกาหัว เพราะในครัวมีแต่ “หม้อสีน้ำเงิน”ผมอ่านเรื่องหม้อเขียว สีน้ำเงินจบ...ก็เกาหัว...สรุปเองว่า ยังสับสนเรื่องสีเท่าเก่าสับสนเท่าๆกับรู้จักพรรคสีน้ำเงิน...กระแสเรื่องโกงข้อสอบ...ตอนนี้ มีเค้า หัวหน้าพรรคจะไปทาง คนในพรรคจะไปอีกทาง มีเค้าทางสีกะเลียว สีนี้ แบบไหนผมยังนึกไม่ออก แต่เดาเอาไปเขียวๆเหลืองๆ กระดำกระด่างอ่านจากข่าวการสอบสวน มีเค้า มันสุมหัวกันโกงตั้งแต่หัวยันหาง...จนมีเสียงวิจารณ์ ถ้าท่านหัวหน้าไม่ใจแข็งเป็นสีน้ำเงินเข้มจริงจัง...ไม่ใช่แค่พรรคจะพัง รัฐบาลก็จะพัง.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม