หากใช้กล้องส่องพระซูมดูอักขระตัวขอมที่ตอกเรียงรายอยู่บนใบมีดหมอหลวงพ่อเดิมจะพบคาถาหัวใจสำคัญชุดหนึ่งที่ขาดไม่ได้ นั่นคือ “หัวใจเทพศาสตรา” หรือ “คาถาอาวุธห้าประการ” วิ่งตามแนวสันมีดด้วยอักษรย่อว่า...“สัก กะ สะ วะ ชิ รัง...ปะ ฬายัน ติ”เมื่อถอดรหัสจากภาษาขอมโบราณ แปลความได้ถึงอานุภาพแห่งอาวุธมหาเวททั้ง 5 ประการที่สถิตอยู่ในมีดเล่มเดียว... “สักกัสสะ วะชิราวุธัง” สายฟ้าของพระอินทร์ (สยบยักษ์และอสูร)...“ยะมะนัสสะ นัยนาวุธัง” ดวงตาของพญายมราช (ส่องที่ใด พลังงานลบและภูตผีปีศาจลุกเป็นไฟ)“อาฬะวะกัสสะ ทุสาวุธัง” ผ้าแดงของอาฬวกยักษ์ (ผ้าพัดไปที่ใด แผ่นดินจะถล่ม วินาศ)...“เวสสุวัณณัสสะ คะทาวุธัง” กระบองของท้าวเวสสุวรรณ (ทุบทำลายล้างพวกภูตผี ปีศาจและสัมภเวสีชั้นต่ำ) และ...“พะราหะณัสสะ จักราวุธัง” จักรของพระนารายณ์ (ตัดทำลายสิ่งชั่วร้ายและสิ่งอัปมงคลให้ขาดกระเจิง) ท้ายคาถาจะลงด้วยคำว่า “ปะฬายันติ” แปลว่า “วินาศสันตะโรหรือหนีหายไปกู่ไม่กลับ”ถอดรหัสอักขระขอม “พระคาถาอาวุธห้าประการ”นี่จึงเป็นเหตุผลว่า...ทำไมคนโบราณแค่นำมีดหมอหลวงพ่อเดิมออกจากฝัก สิ่งลี้ลับที่มองไม่เห็น จึงต้องยอมสยบศิโรราบนั่นเองอาจจะกล่าวได้ว่า ...ลายตอกอักขระบนใบมีดหมอหลวงพ่อเดิม ไม่ใช่แค่เรื่องของไสย ศาสตร์ความลี้ลับที่พิสูจน์ไม่ได้ แต่หากมองมุมกลับนี่คือ “พุทธศิลป์ชั้นสูงและจดหมายเหตุทางประวัติศาสตร์” ที่สลักลงบนแผ่นเหล็ก เป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีว่า อาวุธที่ทรงพลังที่สุดไม่ใช่ตัวมีดแต่คือ “พระธรรมและสติ” ที่สลักแน่นอยู่ในใจมนุษย์ต่างหากเหนือฟ้า...ยังมีฟ้า เหนืออาวุธทั้งหลาย... ยังมี “ธรรม” คนไทยรู้จัก “พระคาถาอาวุธห้าประการ” มายาวนาน บ้างเรียกว่า “คาถาอาวุธ 5 ประการ” บ้างเรียกว่า “พระคาถาหลวงพ่อปาน” หรือเชื่อมโยงกับครูบาอาจารย์สายพุทธาคมหลายสำนัก จนเกิดเรื่องเล่ามากมายว่า...“ผู้สวดด้วยจิตบริสุทธิ์จะอยู่ยง คงกระพัน แคล้วคลาดจากภัยพิบัติ ปลอดภัยจากศัตรูและอันตรายทั้งปวง” เรื่องเล่าลักษณะนี้ ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมความเชื่อของสังคมไทย แต่เมื่อย้อนกลับไปมองแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา จะพบว่า...พระพุทธองค์ไม่เคยทรงสอนให้มนุษย์ฝากชีวิตไว้กับ “อิทธิฤทธิ์” พระองค์ทรงสอนให้ฝากชีวิตไว้กับ “กรรมดี” เพราะไม่มีคาถาใดจะคุ้มครองคนที่ประมาทได้ตลอดกาล...ไม่มีวัตถุมงคลใดจะป้องกันผู้ที่ใช้ชีวิตด้วยความโลภ ความโกรธ และความหลงหากแต่ “ศีล สมาธิ ปัญญา” ต่างหาก คือเกราะป้องกันที่แท้จริงคำว่า “อาวุธห้าประการ” ในอีกมุมหนึ่ง จึงอาจตีความได้ว่า ไม่ใช่อาวุธที่ใช้ทำร้าย ผู้อื่น แต่คืออาวุธสำหรับต่อสู้กับกิเลสภายในใจ อาวุธข้อแรก คือ “สติ”...เมื่อมีสติ ความผิดพลาดย่อมลดลง อาวุธข้อที่สอง คือ “ศีล”...เมื่อรักษาศีล ชีวิตย่อมมีหลักยึด อาวุธข้อที่สาม คือ “สมาธิ”...เมื่อใจมั่นคง ความหวาดกลัวย่อมเบาบาง อาวุธข้อที่สี่ คือ “ปัญญา”...เมื่อรู้เท่าทันเหตุและผล ก็ไม่ตกเป็นเหยื่อของความหลง และอาวุธข้อสุดท้าย คือ “เมตตา”...เพราะผู้มีเมตตา ย่อมลดศัตรูลงได้มากกว่าผู้ถือดาบนี่คืออาวุธที่ไม่มีวันเป็นสนิม ไม่มีวันหมดอานุภาพ และไม่มีผู้ใดช่วงชิงไปได้ในสังคมปัจจุบันผู้คนจำนวนไม่น้อยแสวงหาความปลอดภัยจากภายนอก ทั้งเครื่องราง ของขลัง หรือคาถาอาคม ซึ่งล้วนเป็นสิทธิในความเชื่อส่วนบุคคล หากไม่ก่อให้เกิดการหลอกลวงหรือความเสียหายแก่ผู้อื่น แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือการเชื่อจนละเลยเหตุผล เชื่อจนไม่รักษาสุขภาพ เชื่อจนขับรถโดยประมาทเชื่อ...จนกล้าทำผิดกฎหมาย หรือเชื่อว่าคาถาจะลบล้าง ผลแห่งกรรมได้ทว่าความเชื่อลักษณะนั้น ไม่ใช่ศรัทธา... แต่คือความประมาทครูบาอาจารย์ผู้ทรงธรรมหลายรูปมักกล่าวตรงกันว่า “คาถาจะศักดิ์สิทธิ์ได้ ผู้สวดต้องมีศีล” เพราะศีลคือรากฐานของพุทธาคม หากไร้ศีลต่อให้ท่องจำได้เป็นพันบท ก็เป็นเพียงถ้อยคำที่ผ่านริมฝีปาก แต่ไม่เคยผ่านเข้าสู่หัวใจ แท้จริงแล้ว “พระคาถาอาวุธห้าประการ” จึงอาจไม่ใช่เพียงบทสวดเพื่อคุ้มครองชีวิตหากเป็นเครื่องเตือนใจให้มนุษย์รู้ว่า การป้องกันภัยที่ดีที่สุดคือการไม่สร้างเหตุแห่งภัย การเอาชนะศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการเอาชนะใจตนเอง และอานุภาพที่แท้จริงมิได้อยู่ที่เสียงสวด แต่อยู่ที่การลงมือปฏิบัติ... “เหนือฟ้า...ยังมีฟ้า เหนือคาถา...ยังมีกรรม เหนืออาวุธทั้งปวง...ยังมีธรรม เพราะเมื่อธรรมคุ้มครองใจ อันตรายภายนอกแม้อาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ทั้งหมด แต่ใจที่ตั้งมั่นย่อมไม่หวั่นไหวต่อทุกพายุของชีวิต” โบราณว่าไว้ ของดีจะศักดิ์สิทธิ์ได้ ต้องอยู่ที่ “คนใช้” การสวดพระคาถาอาวุธ 5 ประการ มิใช่การสร้างความเหิมเกริมเพื่อไปท้าทายใคร แต่คือการตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรม หากจิตใจผู้ภาวนาคิดแต่เรื่องเบียดเบียน อาวุธทิพย์เหล่านี้ก็ไร้ผล การภาวนาอาวุธ 5 ประการ จึงเป็นการสร้าง “เกราะคุ้มครองทางจิต”ทำให้เรามีสติ มีความระลึกได้เมื่อเจอเหตุการณ์คับขัน ความกลัวที่เคยมีจะถูกแทนที่ด้วยความกล้าหาญจากพลังแห่งศรัทธา ขอให้จำไว้เพียงว่า...“สติคือเกราะที่แข็งแกร่งที่สุด” อาวุธ 5 ประการในมือพระพุทธเจ้าก็สู้ไม่ได้กับ “ใจที่บริสุทธิ์” ของตัวเราเอง “ศรัทธา”...นำมาซึ่งปาฏิหาริย์? เชื่อไม่เชื่อโปรดอย่าได้...“ลบหลู่”.รัก-ยมคลิกอ่านคอลัมน์ “เหนือฟ้าใต้บาดาล” เพิ่มเติม