พิษตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐลามหนัก กระทบนักเรียน สกร.แห่ลาออก หลังทำติดเงื่อนไขไม่ผ่านเกณฑ์ได้รับบัตรคนจน รมช.ศึกษาธิการเตรียมประสานแก้ปัญหาเร่งด่วน รัฐบาลเปิดช่องทางให้ยื่นอุทธรณ์ทบทวนสิทธิ 17-31 ก.ค. เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์จี้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ใหม่ ซัดข้อมูลในระบบคลาดเคลื่อนมากมาย พาคนเสียสิทธินับล้าน “นายกฯหนู” เยือนจีนวันที่สาม ขน 153 นักธุรกิจไทยเจรจาการลงทุน ปลุกนักลงทุนเชื่อมั่นศักยภาพประเทศไทย โชว์ความมั่นใจ ไฟขัดแย้งไทย-กัมพูชา ไม่ทำเสียโอกาสลงทุน ส่งสัญญาณอาจชะลอโครงการแลนด์บริดจ์ เล็งปรับแผนใหม่ ปรับปรุงท่าเรือ 2 ฝั่งภาคใต้ และเชื่อมต่อเส้นทางทางรถไฟ ถนน โยงทุกภูมิภาค “โรม” ฉุนอัยการจ้องตัดตอนคดียิง สส.ประชาชาติ ตัดจบไม่สาวไส้ถึงคนบงการหลังจากที่กระทรวงการคลังประกาศผลการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ปรากฏว่า มีประชาชนกว่า 9.3 ล้านคน ที่เคยได้สิทธิบัตรคนจนต้องเสียสิทธิในรอบดังกล่าว ทำให้รัฐบาลเตรียมเปิดทางให้ผู้เสียสิทธิยื่นอุทธรณ์ขอทบทวนสิทธิ และพร้อมที่จะแก้ไขหลักเกณฑ์ที่มีความเข้มงวด เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชน เปิดช่องยื่นทบทวนสิทธิคนจนเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 ก.ค. น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวทางการยื่นอุทธรณ์ของประชาชนที่ถูกตัดสิทธิจากโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่า รัฐบาลเปิดให้ผู้ลงทะเบียนโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ที่ไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติ สามารถยื่นขอทบทวนสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 17-31 ก.ค.เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูล แก้ไขข้อคลาดเคลื่อนและรักษาสิทธิของตนเอง โดยดำเนินการได้ผ่าน 4 ช่องทางที่รัฐบาลจัดเตรียมไว้ เพื่ออำนวยความสะดวก โดยผู้มีสิทธิยื่นทบทวนได้ผ่านหน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคาร อาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือผ่านเว็บไซต์โครงการสวัสดิการแห่งรัฐ เว็บไซต์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ผู้ที่ยื่นทบทวนสิทธิแล้ว หากได้รับแจ้งให้แก้ไขข้อมูลหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติม ต้องดำเนินการด้วยตนเองที่หน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องภายในวันที่ 16 ส.ค.มิฉะนั้นอาจส่งผลต่อการพิจารณาสิทธิลามกระทบ นร.สกร.แห่ลาออกนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีมีนักเรียนในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) หรือการศึกษานอกระบบ (กศน.) เดิม บางส่วนทยอยลาออกจากสถานศึกษา หลังไม่ผ่านเกณฑ์ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่า กระทรวงศึกษาธิการรับทราบปัญหาดังกล่าว ไม่ได้นิ่งนอนใจ เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางแก้ไขเร่งด่วน เรื่องนี้ไม่ควรมีใครต้องเลือกระหว่างการเรียนกับสิทธิที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ขอให้นักเรียนทุกคนสบายใจ อย่าเพิ่งตัดสินใจลาออกจากโรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการกำลังเร่งแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน ตั้งแต่ทราบข่าวรู้สึกไม่สบายใจ ไม่อยากเห็นน้องๆคนไหนตัดสินใจลาออก เพราะกังวลเรื่องสิทธิหรือภาระครอบครัว หน้าที่น้องๆคือเรียนหนังสือ รักษาความฝันไว้ ส่วนหน้าที่แก้ปัญหาเป็นหน้าที่ของเรา อย่าเพิ่งลาออก กระทรวงศึกษาธิการจะไม่ปล่อยให้สู้ปัญหาเพียงลำพังจะอยู่เคียงข้างและเร่งประสานทุกหน่วยงานหาทางออกดีที่สุดให้ทุกคนได้เรียนต่อโดยไม่สะดุด ปัญหาเกิดจากเงื่อนไขหรือขั้นตอนใดเป็นอุปสรรค จะเร่งหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางออก อย่าเพิ่งหมดหวังพท.กังวลคนเสียสิทธินับล้านนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีประชาชนจำนวนมากไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ พบว่า มีหลายกรณีที่ข้อมูลไม่สอดคล้องข้อเท็จจริง ทำให้ผู้สมควรได้รับสิทธิเสียโอกาส ขอวิงวอนรัฐบาลเร่งทบทวนหลักเกณฑ์ ปรับปรุงฐานข้อมูล และอำนวยความสะดวกการอุทธรณ์ ให้การช่วยเหลือเข้าถึงผู้เดือดร้อนอย่างเป็นธรรมทั่วถึง โดยเฉพาะปัญหาถือครองยานพาหนะ บางรายไม่มีรถยนต์ รถจักรยานยนต์อยู่ในครอบครองแล้ว แต่ข้อมูลยังแสดงว่ามีกรรมสิทธิ์ และมีประชาชนบางส่วนไม่ผ่านเกณฑ์กรณีบุตรนำชื่อไปใช้ลดหย่อนภาษี ทั้งที่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นผู้เลี้ยงดู หากรัฐบาลไม่ทบทวนหลักเกณฑ์ กังวลว่าอาจมีผู้สมควรได้รับสิทธิถึงระดับล้านราย พลาดโอกาสเข้าถึงการช่วยเหลือของรัฐ วันนี้ยังมีเวลาให้รัฐบาลทบทวนหลักเกณฑ์ ปรับปรุงฐานข้อมูล ไม่ให้ผู้เดือดร้อนเสียสิทธิปชป.โวยข้อมูลคลาดเคลื่อนเพียบนายณัฐกานต์ ชูชนะ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้รับร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากที่หลุดจากสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น รายหนึ่งเป็นเจ้าของจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 125 ซีซี แต่ในระบบของรัฐระบุว่า เป็นเจ้าของจักรยานยนต์ 300 ซีซี และอีกหลายรายที่ระบบแสดงว่า มีภาระหนี้สินจากสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อการพาณิชย์ สินเชื่อค้ำประกัน ทั้งที่เจ้าตัวไม่ทราบที่มาหนี้ดังกล่าวทำให้ถูกตัดสิทธิ ฝากถึงรัฐบาลให้เร่งตรวจสอบ ทบทวนข้อมูลผู้ถูกตัดสิทธิให้การพิจารณามีความถูกต้อง เป็นธรรม แก้ปัญหาความคลาดเคลื่อนของฐานข้อมูล พัฒนาระบบคัดกรองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ให้สวัสดิการรัฐเข้าถึงผู้สมควรได้รับอย่างแท้จริง ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจแก่ประชาชนอย่างเเท้จริงสั่งยกเว้นค่าภาษีค้างชำระรถที่ จ.ศรีสะเกษ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ให้สัมภาษณ์กรณีประชาชนจำนวนมากยื่นอุทธรณ์การถูกตัดสิทธิโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เนื่องจากมีชื่อเป็นผู้ครอบครองรถ แม้จะโอนกรรมสิทธิ์ไปแล้วว่า ได้รับรายงานจากอธิบดีกรมการขนส่งทางบกว่า มีประชาชนจำนวนมากเดินทางไปสำนักงานขนส่งหลายจังหวัด เพื่อขอตรวจสอบข้อมูลกรรมสิทธิ์รถจักรยานยนต์ หลังมีหลักเกณฑ์พิจารณาสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ถือครองจักรยานยนต์ไม่เกิน 1 คัน เกณฑ์ดังกล่าวเมื่อนำมาใช้จริงพบว่ามีบางประเด็นไม่สอดคล้องข้อเท็จจริง โดยเฉพาะประชาชนที่โอนลอยจักรยานยนต์ให้ผู้อื่นไปแล้ว แต่ชื่อผู้ครอบครองยังเป็นเจ้าของเดิม หรือบางคันจอดทิ้งไว้ไม่ได้ใช้งานนาน แต่ไม่แจ้งยกเลิกทะเบียน เนื่องจากต้องชำระภาษีและค่าธรรมเนียมค้างชำระก่อน กรมการขนส่งทางบกจึงมีหนังสือแจ้งสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมทุกประเภทแก่ประชาชนที่มาตรวจสอบข้อมูลถือครองรถ เพื่อใช้ตรวจสอบสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พร้อมเปิดรับเรื่องร้องเรียนเป็นรายกรณีขนส่งยื่นมือช่วยอุทธรณ์เต็มที่นายสิริพงศ์กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมยังทำหนังสือถึงกระทรวงการคลัง ขอทบทวนหลักเกณฑ์ 2 ประเด็น ได้แก่ การพิจารณากรณีถือครองรถจักรยานยนต์มากกว่า 1 คัน แต่เป็นรถที่มีอายุถือครองเกิน 10-15 ปี และไม่มีการต่อทะเบียนมาเป็นเวลานาน สะท้อนว่าไม่ได้ใช้งานแล้ว สำนักงานขนส่งจะช่วยยืนยันข้อมูลประกอบการอุทธรณ์ อีกกรณีคือ ผู้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้วไม่ได้รับสิทธิ สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งแอปพลิเคชันทางรัฐ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) รวมถึงสำนักงานขนส่งจังหวัด ให้เป็นอีกช่องทางยืนยันข้อมูลถือครองรถจักรยานยนต์หรือรถยนต์ อธิบดีกรมขนส่งทางบกส่งหนังสือถึงกระทรวงการคลัง เพื่อเสนอแนวทางดังกล่าวแล้ว และหารือกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เห็นตรงกันว่า หลักเกณฑ์ใดไม่สอดคล้องวิถีชีวิตประชาชน ให้อุทธรณ์ได้ทันที กำหนดเวลาอุทธรณ์ 2 สัปดาห์ หากดำเนินการได้เร็วกว่านั้น จะเป็นผลดีต่อประชาชน ขณะนี้มีผู้ยื่นอุทธรณ์จำนวนมาก ขออภัยผู้ได้รับผลกระทบ หลักเกณฑ์ใดเข้มงวดไม่สอดคล้องข้อเท็จจริง กระทรวงการคลังพร้อมนำไปพิจารณาปรับปรุงเพิ่มเติมกำแพงเพชรแห่ต่อคิวอุทธรณ์ขณะที่บรรยากาศการยื่นทบทวนสิทธิของผู้ที่ถูกตัดสิทธิออกจากโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในหลายจังหวัด มีผู้เสียสิทธิเดินทางมายื่นขอทบทวนสิทธิ เช่น ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาชากังราว จ.กำแพงเพชร ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 18 ก.ค. มีประชาชนจำนวนมากเข้าแถวต่อคิว เพื่อยื่นอุทธรณ์ในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยปัญหาที่พบมากที่สุดคือ กลุ่มที่ไม่ผ่านเกณฑ์ เนื่องจากระบบแจ้งว่ามีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ แต่ผู้เสียสิทธิยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่เคยมีรถยนต์ตามที่ระบบกล่าวอ้าง บางคนเคยมีรถยนต์แต่ขายไปแล้ว ทำให้ต้องเดินทางมาขอยื่นเรื่องอุทธรณ์เพื่อรักษาสิทธิของตนเอง ประชาชนส่วนใหญ่สะท้อนความเห็นว่า อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนรับผิดชอบเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง และปรับปรุงฐานข้อมูลให้ถูกต้อง แม่นยำ ไม่ให้ประชาชนที่มีฐานะยากจน หรือผู้เดือดร้อนจริงๆต้องเสียสิทธิ เสียเวลา เดินทางมาติดต่อราชการเช่นนี้“อนุทิน” พาบิ๊กซีอีโอลุยตลาดจีนสำหรับภารกิจการเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐ ประชาชนจีน เป็นวันที่สาม ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 18 ก.ค. นายอนุทินพร้อมคณะ เดินทางมาที่ศูนย์การประชุมนานาชาติ Tianfu Interna tional Convention Center นครเฉิงตู มณฑลเสฉวน เข้าร่วมกิจกรรม “Prime Minister-Thai Private Sector Luncheon” ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน แลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้แทนภาคเอกชนไทยระดับบิ๊กเนม นายอนุทินกล่าวว่า การมีนักธุรกิจไทยเดินทางมาร่วมที่จีนกว่า 150 ราย เพื่อแสวงหาโอกาสทางธุรกิจและพันธมิตร ปัจจุบันโครงการ Thailand FastPass ของบีโอไอ ช่วยลดขั้นตอนต่างๆลงได้มาก ส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนไหลเข้าสู่ประเทศไทย ตั้งแต่ช่วงต้นปีเติบโตขึ้นแตะระดับ 1 ล้านล้านบาท นำประเทศ ไทยกลับเข้าสู่จอเรดาร์การลงทุนของประชาคมโลก นักธุรกิจเหล่านี้มองเห็นโอกาสและช่องทางเติบโต หากไม่มีประโยชน์คงไม่เสียเวลาเดินทางมา แสดงให้เห็นความพร้อม ความแข็งแกร่งการแสวงหาพันธมิตรและเจรจาจับคู่ธุรกิจ มี ครม.และรัฐบาลยืนเป็นกำแพงคอยสนับสนุน อำนวยความสะดวกทุกอย่างภายใต้กฎหมายที่มีอยู่ สร้างโอกาสใหม่ๆให้นักลงทุนเต็มที่นำความเห็นเอกชนคุยนายกฯจีนผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาคเอกชนไทยที่เดินทางร่วมคณะมาเจรจาธุรกิจที่นครเฉิงตูกับนายกฯ มี 153 คน จาก 48 บริษัท โดยได้เข้าร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับนายกรัฐมนตรี 110 คน นักธุรกิจที่ร่วมโต๊ะเดียวกับนายกฯ อาทิ นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานหอการค้าไทย-จีน นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ นายสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจ TCP น.ส.ศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการเดอะมอลล์ กรุ๊ป นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอมตะ นายวิชัย กุลสมภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกรรมการบริหารเครือสหพัฒน์ นายโยธิน ดำเนินชาญวนิชย์ ประธานสวนอุตสาหกรรม 304 นายชญาว์ จันทวสุ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานกลยุทธ์องค์กร ปตท. นางมนูญศรี โชติเทวัญ ประธานกรรมการบริหาร สหฟาร์ม นายกฯจะรับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะภาคเอกชนไทยไปหารือกับรัฐบาลจีน โดยวันที่ 20 ก.ค. มีกำหนดพบนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีนเปิดประตูบีโอไอชวนจีนลงทุนต่อมาเวลา 14.00 น. นายอนุทินเป็นประธานพิธีเปิดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ณ นครเฉิงตู อย่างเป็นทางการ พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ “Thailand-China Investment and Economic Forum 2026” ว่า การจัดตั้งสำนักงานบีโอไอแห่งนี้ เป็นก้าวสำคัญว่ารัฐบาลไทยมุ่งเน้นยกระดับความสัมพันธ์ทางการค้า การลงทุนกับจีนในระดับท้องถิ่นให้เข้มข้นยิ่งขึ้น มณฑลเสฉวนเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 6 ของจีน มีประชากรกว่า 80 ล้านคน ศักยภาพใกล้เคียงกับประเทศไทย นโยบายเศรษฐกิจเฉิงตู-ฉงชิ่ง จะทำให้พื้นที่แห่งนี้เป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญระหว่างจีนตะวันตก เอเชียใต้ และอาเซียน มีประเทศไทยทำหน้าที่เป็นประตูหลักของภูมิภาค ขณะที่การค้าไทย-เสฉวน ปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 112 สะท้อนความเชื่อมั่นนักลงทุนต่อโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสะอาดและซัพพลายเชนที่เข้มแข็งของไทย ยืนยันว่า การตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนจีนในประเทศไทยจะได้รับโอกาสเติบโตที่มั่นคง ยั่งยืน ก่อนกล่าวเป็น ภาษาจีนว่า “ไท่กั๋ว เจียโหยว จงกั๋ว เจียโหยว เสฉวนเจียโหยว เห่าเผิงโหย่ว เจียโหยว” แปลว่า “ประเทศไทยสู้ๆ! ประเทศจีนสู้ๆ! เสฉวนสู้ๆ! พวกเราผองเพื่อนสู้ๆ!”หนุนราชการไม่แหยงคุยเอกชนจากนั้นนายอนุทินกล่าวในการร่วมกิจกรรม “Prime Minister-Thai Private Sector Luncheon” ระหว่างรับประทานอาหารกลางวัน แลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้บริหารภาคเอกชนไทยกว่า 150 ราย ว่า การพบนายกฯจีน วันที่ 20 ก.ค. น่าจะมีผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย การเปิดสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่เฉิงตู ทำให้เห็นความพร้อมของไทย ต้องยอมรับ 10-20 ปีที่ผ่านมา ราชการต้องมีความระมัดระวังไปทานข้าว ไปสนิทสนมกับใครก็ถูกเฟกนิวส์ ใส่ร้ายป้ายสี ฝ่ายราชการจึงค่อนข้างระวังตัวเป็นพิเศษ นั่นเป็นความคิดเลวร้าย โง่เขลา รัฐบาลมีหน้าที่ต้องแสวงหาความร่วมมือ ทำงานกับภาคเอกชน เพื่อสร้างเศรษฐกิจ ภาคเอกชนคือผู้หารายได้ 80% ให้รัฐบาล เงินลงทุนภาครัฐ งบประมาณมาจากภาคเอกชนที่จ่ายภาษี จึงต้องทำงานร่วมกัน สนับสนุนกันและกัน ยึดหลักธรรมาภิบาลให้คนมาตรวจสอบ ได้บอกทีมงานเศรษฐกิจให้เปิดกว้างรับฟัง สมัยก่อนไปไหนก็กลัวจะนั่งทานข้าวถ่ายรูปกับนายวิกรม กรมดิษฐ์ นายศุภชัย เจียรวนนท์ เดี๋ยวจะหาว่าเข้าข้าง แต่ตอนนี้ไม่กลัวแล้ว ไม่มีท่าน รัฐบาลก็ตาย อยู่ไม่ได้ ท่านทั้งหลายที่อยู่ในห้องนี้ ล้วนสร้างรายได้ให้ประเทศ ให้ไทยเป็นที่มั่นใจของต่างชาติส่งสัญญาณถอยแลนด์บริดจ์นายอนุทินกล่าวว่า ตอนนี้ทั้งโลกสู้รบกัน แบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย เหลืออาเซียนที่เดียวไม่มีปัญหา เรามีปัญหากับเพื่อนบ้านถือว่าเล็กน้อยมาก จะไม่นำปัญหานั้นมาทำให้ประเทศไทยเสียโอกาส รับรองว่าเอาอยู่ ไม่ต้องห่วง ท่านลงทุนแล้วไม่ต้องคิด ปัญหาเรากับเพื่อนบ้าน มีร้อยใส่สองร้อยเลย ไม่ต้องกั๊ก 60-70 รอดูก่อน ดูแลตัวเองได้ พูดไปอีกฝ่ายจะหาว่าขี้โม้ อย่าเอาปัญหาเพื่อนบ้านมาทำให้คิดว่าเป็นอุปสรรคต่อการลงทุน ไม่มีที่ไหนพร้อมเท่าประเทศไทย เราอยู่ตรงกลางของอาเซียน จะขึ้นเหนือ ลงใต้ ไปซ้ายหรือขวาได้หมด เราจะทำแลนด์บริจด์บอกอย่าเพิ่งทำ จะเอาเงินที่ไหน วันก่อนประชุมกับประธานสภาอุตสาหกรรม ประธานสภาหอการค้า ประธานสมาคมธนาคารไทย ท่านบอกยังไม่ต้องทำแลนด์บริจด์ก็ได้ ขอให้เชื่อมต่อเส้นทางตรงที่ยังขาดช่วงอยู่ ให้ต่อทางรถไฟไปตะวันตกและตะวันออกของไทยให้ครบ เพื่อเชื่อมทางรถไฟสายหลักจากเหนือมาใต้ แค่นี้ก็ปรับปรุงท่าเรือสองฝั่งภาคใต้ของไทย เพียงพอต่อบริบทการลงทุนของประเทศ ในช่วง 5-10 ปี รัฐบาลรับฟังและเป็นทางออก ถ้าทำแลนด์บริจด์กว่าจะเริ่ม ต่อให้ไม่มีใครต่อต้าน ก็อีก 3-5 ปี ถ้าปรับปรุงท่าเรือ เชื่อมต่อทางรถไฟ ถนนที่ขาด เราทำได้เลย นี่คือสิ่งที่รับฟังจากเอกชนมาว่า แค่นี้พอ ไปพูดคุยประเทศต่างๆ เขามองไทยมีสาธารณูปโภคพร้อม ขอให้เชื่อมั่นว่า รัฐบาลชุดนี้จะทำทุกอย่าง ไม่ใช่แค่อำนวยความสะดวก แต่เป็นลู่ทางให้ท่านไปถึงจุดหมาย ขยายกิจการไปสู่ระดับสูงสุด ไม่เป็นสองรองใครรับบทหัวหมู่ทะลวงฟันช่วยเอกชนนายอนุทินกล่าวว่า ความพร้อมและความเข้มแข็งของภาคเอกชนจะเป็นแรงสนับสนุนสำคัญให้รัฐบาลเดินหน้าเจรจาและขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ รัฐบาลพร้อมทำหน้าที่หัวหมู่ทะลวงฟัน เปิดประตูและขจัดอุปสรรค ส่วนภาคเอกชนทำหน้าที่เป็นกองหน้าขยายธุรกิจ สร้างรายได้ให้ประเทศ หากภาครัฐและภาคเอกชนร่วมมือกันเต็มที่ประเทศ ไทยจะก้าวไปสู่ความมั่งคั่งตามที่ประชาชนคาดหวัง รัฐบาลให้ความสำคัญรับฟังข้อเสนอภาคเอกชนด้านเศรษฐกิจ พร้อมทำงานรับใช้ภาคธุรกิจอย่างเต็มกำลังโอ่นักลงทุนเชื่อมั่นประเทศไทยนายอนุทินให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือนักลงทุนจีนว่า นักลงทุนจีนเชื่อมั่นศักยภาพประเทศไทย โดยเฉพาะความพร้อมด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานที่รองรับการลงทุนได้จริง ระบบคมนาคม การขนส่งสินค้าเป็นมูลเหตุสำคัญให้นักลงทุนเลือกไทยเป็นฐานการผลิต ในสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ปัจจุบัน ไทยมีความโดดเด่นอยู่ในแถวหน้าฐานการผลิตทางอุตสาหกรรม ส่วนนโยบายด้านความโปร่งใส รัฐบาลไม่ยอมให้มีค่าน้ำร้อนน้ำชา การทุจริตเด็ดขาด เพราะเป็นอุปสรรคบั่นทอนความเชื่อมั่นนักลงทุน เมื่อถามถึงโครงการแลนด์บริดจ์ นายอนุทินตอบว่า โครงการดังกล่าวยังเป็นแนวทางนโยบายรัฐบาลที่จะศึกษาโครงการต่อไป แต่สิ่งสำคัญตอนนี้คือ ต้องเร่งเชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐานทางบกในจุดที่ยังไม่เชื่อมต่อ รวมทั้งระบบรางเนื่องจากประเทศไทยอยู่ใจกลางอาเซียน เป็นประเทศเดียวที่ติดต่อกับประเทศอื่นๆได้ทั้งทางบก ทางน้ำ เมื่อถามว่ารัฐบาลจะดำเนินการฝั่งท่าเรือฝั่งตะวันตกก่อนหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า เริ่มจากการปรับปรุงท่าเรือน้ำลึก ฝั่งตะวันตกที่ จ.ระนอง ก่อน ให้เชื่อมโยง จ.ชุมพรและระบบโลจิสติกส์ทางบกเชื่อมโยงกับประเทศอื่นๆได้ กระทรวงคมนาคมกำลังศึกษาโครงการอย่างต่อเนื่องแบบคู่ขนาน พิจารณาความคุ้มค่า เงื่อนเวลาลงทุนที่เหมาะสม พัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศเดินหน้าคุย 6 ภาคเอกชนชั้นนำต่อมาช่วงเย็นนายอนุทินหารือรูปแบบตัวต่อตัวกับผู้บริหารบริษัทชั้นนำของจีน 6 ราย ได้แก่ 1.Xiaomi Corporation ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีและสมาร์ทโฟนระดับโลก 2.ChangAn Automobile ผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่ของจีนที่มีฐานการผลิตในไทย 3.InnoLight Technology ผู้นำด้านนวัตกรรมอุปกรณ์ออปโตอิเล็กทรอนิกส์ 4.Eoptolink Technology ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบส่งสัญญาณแสงและความเร็วสูง 5.China Sichuan Airlines กลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ 6. Meituan แพลตฟอร์มบริการไลฟ์สไตล์และอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของจีน และเวลา 18.30 น. นายหวัง เสี่ยวฮุย เลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลเสฉวน เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน หารือข้อราชการและกระชับความสัมพันธ์ในระดับภูมิภาค เป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำแก่นายกรัฐมนตรีและคณะผู้แทนไทย“กรวีร์” ขอฝ่ายค้านอย่าตั้งธงอคติวันเดียวกัน นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ประธานกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล)โพสต์เฟซบุ๊ก “ฝ่ายค้านพูดว่า รัฐบาลทำถูกได้ไหม” ว่า การเมืองบ้านเรา การเป็นฝ่ายค้านคงเหนื่อยน่าดู ต่อให้รัฐบาลทำเรื่องดี จะพูดว่าดีได้ไหม หรือหน้าที่ฝ่ายค้านคือ มองทุกเรื่องผ่านแว่นที่เคลือบด้วยอคติว่า ผิด เลว โกง ล้มเหลว ไม่ดีไว้ก่อน การที่ฝ่ายค้านตรวจสอบเข้มข้นทำให้รัฐบาลทำงานระมัดระวังมากขึ้น หลายครั้งฝ่ายค้านท้วงติง รัฐบาลก็กลับไปแก้ไขโครงการดีขึ้น จุดอ่อนน้อยลง ประเทศได้ประโยชน์จากการตรวจสอบ นั่นคือความสำเร็จของฝ่ายค้าน การเมืองไม่ควรแข่งขันว่า ใครพูดแรงกว่า โจมตีเก่งกว่า สร้างวาทกรรมดีกว่ารัฐบาลไม่กลัวการตรวจสอบ อยากเห็นการตรวจสอบเข้มข้น จริงจัง ไม่ใช่เริ่มต้นจากอคติตั้งธงไว้ก่อน เมื่ออคตินำหน้าข้อเท็จจริง ประชาชนจะเหลือเพียงการเมืองที่เอาชนะกัน แทนที่ช่วยแก้ปัญหา ยืนบนหลักข้อเท็จจริง ไม่ใช่บนความเกลียดชัง หวังผลประโยชน์การเมืองโอ่รัฐบาลยังแกร่งล้มไม่ลงนายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน มองรัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ อยู่ได้ไม่นานว่า นายณัฐพงษ์ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่ารัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ มองว่า หากทุกกระทรวงยังร่วมมือทำงาน ผลักดันนโยบายต่างๆเข้าถึงประชาชนอย่างแท้จริง เช่น โครงการไทยช่วยไทยพลัส รัฐบาลจะอยู่ในใจประชาชนไปอีกนาน อยากให้ฝ่ายค้านกลับไปคุยกันเองในพรรคให้ตกผลึกก่อน จะเอายังไงกันแน่ เดี๋ยวบอกไม่มีผลงาน เดี๋ยวบอกส่อทุจริต สะเปะสะปะ ไม่อยากให้มองแค่ว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเรื่องต้องทำทุกปี หวังได้คะแนนเสียงจากประชาชนเท่านั้น ถ้าไม่มีประเด็นจริงๆ ควรปล่อยให้รัฐบาลบริหารประเทศแก้ปัญหาให้ประชาชนดีกว่า หากข้องใจก็ใช้ช่องทางตรวจสอบอื่นๆที่กฎหมายกำหนด มั่นใจว่าเสียงรัฐบาลยังเหนียวแน่น ล้มรัฐบาลไม่ลงแน่นอนตัดจบปมขัดแย้ง “ไอซ์–ภาวุธ”นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณี น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กใช้ถ้อยคำรุนแรงใส่นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่แสดงความเห็นทำนองสนับสนุนโครงการ TH-AI Passport จนถูกมองเป็นความขัดแย้งภายในพรรคว่า ไม่ได้มองเป็นความขัดแย้ง ขอไม่ขยายความเพิ่มเติม นอกเหนือจากที่นายภาวุธโพสต์ข้อความขอโทษไป เชื่อว่านายภาวุธ หรือ สส.พรรคประชาชนที่ติดตามเรื่องนี้ อยากเห็นการใช้จ่ายงบประมาณรัฐมีความโปร่งใสที่สุด การจัดซื้อจัดจ้างไม่ล็อกสเปกตอบแทนกลุ่มทุน ปัญหาการสื่อสารที่ผ่านมา ขอไม่ออกความเห็นเพิ่มเติม“วรชัย” เสียดายเมินฝีมือ “ทักษิณ”นายวรชัย เหมะ อดีต สส.สมุทรปราการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางพบผู้นำหลายประเทศใน อาเซียน อาทิ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ว่านายทักษิณเดินทางพบผู้นำเหล่านี้ตามคำเชิญ ไม่ได้ไปขอเข้าพบ การเชิญไปพบเช่นนี้สร้างประโยชน์ให้ประเทศที่ไปพบ โดยเฉพาะประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เชิญนายทักษิณเป็นที่ปรึกษา เพราะเห็นความรู้ประสบ การณ์นายทักษิณจะช่วยพัฒนาประเทศได้ ต่างจากประเทศไทย นายทักษิณเป็นอดีตนายกฯ ได้รับยกย่องเป็นอดีตนายกฯเก่งสุดคนหนึ่ง แก้วิกฤติเศรษฐกิจ ทำให้จีดีพีประเทศขยับจาก 1% เป็น 5%ใน 2 ปี ต่างจากหลังการยึดอำนาจนายทักษิณ การเติบโตเศรษฐกิจไทยเตี้ยลงเรื่อยๆ จนจีดีพีเพื่อนบ้านแซงไปหมด ประเทศไทยประสบปัญหาคนดีคนเก่ง ถูกกีดกันไม่ให้ทำงานแก้ปัญหาประเทศ จนถูกประเทศอื่นดึงตัวไปใช้งาน โดยที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากความสามารถเหล่านั้น ในวันที่ 26 ก.ค. เป็นวันเกิดนายทักษิณ ครบ 77 ปี เพื่อให้กำลังใจนายทักษิณ คนเสื้อแดงที่รักนายทักษิณ จะรวมตัวจัดงานวันคล้ายวันเกิดให้นายทักษิณ ที่ร้านจุ่มดาด ซอยรามอินทรา 40 เวลา 11.00 น. ใครอยากมาร่วมส่งกำลังใจให้นายทักษิณ ขอให้มารวมตัวกันได้อย่างเป็นกันเอง“ยศชนัน” ผนึก พม.ลงพื้นที่แก้จนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมนายนิกร โสมกลาง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดปฏิบัติการแผนขจัดความยากจน และยกระดับฐานะทางสังคม 5 ด้าน ด้วย อววน. (แผนแก้จน 5 ด้าน) ในรูปแบบ Sandbox นำร่องพื้นที่จริง ใช้องค์ความรู้วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นเครื่องมือแก้ปัญหาความยากจนอย่างแม่นยำถึงระดับครัวเรือน นายยศชนันกล่าวว่า หัวใจของ Sandbox ครั้งนี้คือ ลงมือปฏิบัติจริงในพื้นที่ โดยใช้แพลตฟอร์มขจัดความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ ระดับจังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยในพื้นที่เป็นแกนกลาง โดย จ.ร้อยเอ็ด เป็นพื้นที่ Sandbox มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดค้นหาและสอบทานครัวเรือนยากจนแล้ว 53,795 คน ดำเนินโครงการเด่น อย่างโมเดลผลิตผักปลอดภัยด้วยเกษตรแม่นยำ นำระบบเซ็นเซอร์ ระบบน้ำหยดอัตโนมัติ และการตลาดดิจิทัลมาช่วยเกษตรกร มีครัวเรือนได้ประโยชน์ 514 ครัวเรือน รายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3,414 บาทต่อเดือนต่อครัวเรือน เกษตรกรร้อยละ 27.4 เริ่มมีเงินออมเป็นครั้งแรก ร้อยละ 44.5 มีภาระหนี้สินลดลง โดยแผนแก้จน 5 ด้าน ครอบคลุม เศรษฐกิจ มาตรฐานความเป็นอยู่ สุขภาพ การศึกษาและการคุ้มครองทางสังคม“ณัฐพงษ์” ลงพื้นที่ตามคดีบึ้มปั๊มพีทีเมื่อเวลา 09.00 น. ที่ปั๊มน้ำมันพีทีสายบุรี จ.นราธิวาส นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าสถานการณ์บริเวณปั๊มน้ำมันที่ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบในพื้นที่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กองอำนวยการรักษา ความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ปัตตานี และ ผกก.สภ.สายบุรี ร่วมลงพื้นที่ โดยเจ้าของปั๊มเล่าเหตุการณ์วันเกิดเหตุ 28 มิ.ย. เวลา 23.00 น. ว่า ได้รับโทรศัพท์จากหมายเลขที่ไม่รู้จัก หลังจากนั้นมีเสียงระเบิดดังสนั่น เนื่องจากผู้ก่อความไม่สงบนำน้ำมันมาราด และเผาปั๊ม ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานงานกับบริษัทประกัน จึงมีข้อกังวลการเยียวยาและการประเมินเหตุการณ์ของประกันขณะที่ฝ่าย กอ.รมน.รายงานว่า เป็นการก่อเหตุของฝ่ายบีอาร์เอ็นแน่นอน การจุดระเบิดเป็นแบบคอนโทรล มีการราดน้ำมันร่วมด้วย ทำให้เหตุลุกลาม เป้าหมายการก่อเหตุไม่ได้เจาะจงชัด ขึ้นอยู่กับผู้สั่งการ จากการพิสูจน์ผู้ก่อเหตุทราบว่า ทำมาแล้ว 6 ครั้ง เจ้าหน้าที่มีหมายจับแล้ว โดยนายณัฐพงษ์กล่าวว่า ฝ่ายค้านพร้อมสนับสนุนการจัดหาอุปกรณ์ที่จำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่จับกุมคนร้าย เรารู้ตัวคนก่อเหตุแล้วย้ำดับไฟขัดแย้งจบที่โต๊ะเจรจาจากนั้นนายณัฐพงษ์ให้สัมภาษณ์กรณีการเจรจาพูดคุยของคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ในเร็วๆนี้ หลังหยุดชะงักไป 2 ปีว่า ติดตามความคืบหน้าเรื่องดังกล่าว ต้องเน้นย้ำว่าสถานการณ์เฉพาะหน้าเรื่องการดูแลความสงบสุขเรียบร้อย ความปกติสุขของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญที่สุด แต่สุดท้ายกระบวนการจะเดินไปสู่ปลายทาง ความขัดแย้งทุกอย่างต้องมาจบที่โต๊ะ ฉะนั้นกระบวนการเดินหน้าการพูดคุยเฉพาะหน้าถึงการหยุดยิง ทดลองนำร่อง 40 วัน อยากเห็นกระบวนการเช่นนี้เดินหน้า ไม่อยากให้ฝั่งรัฐเลือกใช้กำลังอย่างเดียว อยากให้เดินหน้าทั้งสองส่วนไปด้วยกัน ส่วนข้อเสนอให้ยุบ กอ.รมน.นั้น เป็นข้อเสนอที่เคยพูดมาแล้วในอดีตว่า กองทัพทำหน้าที่ป้องกันประเทศ แต่ช่วงเปลี่ยนผ่าน เราเข้าใจดีว่า แต่ละหน่วยงานมีความจำเป็น บางอย่างอาจยังต้องคงอยู่ แต่ต้องมีช่วงเปลี่ยนผ่าน ปลายทางที่เราอยากเห็นคือ ไม่ให้หน่วยงานความมั่นคงมายุ่งเกี่ยวการเมือง ฝ่ายความมั่นคงทำหน้าที่ป้องกันประเทศ ไม่ได้ทำหน้าที่ทับซ้อนกับหน่วยงานที่ดูแลความมั่นคงภายในประเทศ กองทัพควรทำหน้าที่ตัวเองให้ถูกต้อง อันนั้นคือภาพปลายทางฉุนอัยการตัดจบคดียิง “กมลศักดิ์”ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติว่า ผู้ต้องหาบางคนอัยการสั่งไม่ฟ้อง เป็นเรื่องน่าผิดหวังในสำนวนคดีและการเร่งรีบวินิจฉัย ในวันที่ 24 ก.ค. จะลงพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ดูการทำลายปืน 39 กระบอก เพื่อดูว่ามีการทำลายจริงหรือไม่ และจะเชิญ ผวจ.นราธิวาส ไปให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร หลังจากเชิญมาหลายครั้ง แต่ไม่มา จากนั้นวันที่ 11-12 ส.ค. จะลงพื้นที่ จ.นราธิวาส อีกครั้ง เพื่อพูดคุยรายละเอียดเรื่องนี้ เพราะการลอบยิงนายกมลศักดิ์เป็นเรื่องสำคัญ แต่ กอ.รมน. อ้างไม่ใช่คดีความมั่นคง แต่เรายืนยันคดีนี้เป็นคดีความมั่นคงที่สำคัญ ส่งผลต่อการคลี่คลายความขัดแย้งในพื้นที่ อาจทำให้ความเชื่อมั่นรัฐหายไป คนยิงคือคนของรัฐ รถของรัฐ ปืนของรัฐ อาจนำไปสู่การทำลายหลักฐานเพราะคนของรัฐมีส่วนรู้เห็นเรื่องต่างๆ จะตัดตอนจบแค่ 4 คน ไม่รวมถึงผู้สั่งการ เป็นเรื่องไม่สามารถยอมรับ ได้จริงๆอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่