หัวข้อที่ 3 ในข้อเขียนเรื่อง “แก้บน” (นักเล่านิทาน และเรื่องอื่นๆ สวนเงินมีมา พิมพ์ พ.ศ.2562) นิพัทธ์พร เพ็งแก้วเล่าเรื่อง การขี้ทิ้งขี้ขว้าง ของนักย่องเบาไว้ว่า มีนัยสำคัญทางคติชนวิทยาอย่างน่าสนใจนี่เป็นเรื่อง “วิชาการ” เชียวนะ ไม่ใช่เรื่องขี้ๆเพราะการขี้ทิ้งไว้ของหัวขโมยนั้น อยู่ภายใต้ข้อกำกับของคติคุณไสยประจำวิชาชีพ ชาวบ้านสมัยก่อนเรียกคตินี้ว่า “ปรอง” ความหมายของ “ปรอง” ก็คือกระบวนการทำลายกำลัง ทำลายวิชา ทำลายขวัญกำลังใจฝ่ายตรงกันข้ามและช่วยทำลายคุณไสยของฝ่ายตรงข้ามที่จะเข้ามาสู่ตนนอกจากนี้ ยังช่วยทำลายความผิดติดตัวต่างๆให้หมดสิ้น ไร้ร่องรอยที่จะตาม “กลิ่น” ได้“ปรอง” มีหลายลักษณะ การให้ผู้หญิงมีประจำเดือนข้ามอาหารที่ถูกเสน่ห์ก็เป็น “ปรอง” เพราะช่วยล้างอาถรรพณ์ต่างๆ การขี้ทิ้ง ก็เป็น “ปรอง” เพราะเชื่อว่าจะทำให้เจ้าทรัพย์ตามจับไม่ได้แต่ละครู แต่ละสำนัก จะมีกระบวนวิธีการ “ปรอง” ต่างกัน ดังนั้นใครทำแบบไหนก็มักจะทำแบบเดิมการใช้วิชา “ปรอง” ใช่ว่าจะทำง่ายๆ มีรายละเอียดบางประการกำกับ ต้องถือธรรมะบางข้อเคร่งครัด ถือเป็นข้อห้ามประจำวิชาชีพ มีทั้งข้อห้ามตาม “ศีลขาว” และ “ศีลดำ”ดังเช่น ห้ามด่าแม่คนอื่น ห้ามกินมะละกอ ห้ามมองท้องฟ้า ห้ามเดินลอดบันได ห้ามเดินใต้เงาสมอพิเภก ฯลฯข้อห้ามเหล่านี้ ยังมีอีกสารพัด แต่ละสำนักเชื่อต่างๆ หากทั้งหมดล้วนมีนัยอยู่ที่การเจริญสติ ฝึกความรู้ตัวทั่วพร้อม ให้อินทรีประสาทอ่อนไหวแม่นยำต่อสิ่งกระทบ ให้เกิดการตื่นของทุกสัมผัสอันจะส่งผลให้มีพลังจิต พลังสมาธิที่กล้าแข็งด้วยเหตุนี้ คนที่จะใช้ “ปรอง” ได้ ต้องเคร่งครัดกับข้อห้ามที่ยึดถืออย่างสุดตัวสุดใจ ปรองที่นำมาใช้จึงจะขลังดังนั้น กว่าจะไปนั่งขี้อยู่กลางบ้านเจ้าทรัพย์ นอกจากจะต้องกลั้นขี้เอาไว้ชนิดตัวแข็งตัวเกร็งตลอดเวลาขนทรัพย์แล้ว พวกหัวขโมยยังต้องใช้เวลาพอสมควร กับการฝึกฝนบังคับตนให้ปฏิบัติตามข้อห้ามที่ยึดถือจึงจะทำให้ “ขี้” มีพลานุภาพเพียงพอจะกลายเป็น “คุณไสย” ช่วยสกัดฝ่ายตรงข้ามให้สติแตกลงไปได้นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว จบเรื่องขี้ของฝากจากตีนแมวแค่นี้ แต่เธอยังมีเรื่องเล่าระดับสะแห่วแห้วแถม...คือเรื่อง “รำคดรัด” ของโจรพัทลุงเรื่องเกิดต้นรัชกาลที่ 6 ในฤดูดอกโดนบานสะพรั่ง สาวใหญ่กลุ่มหนึ่งชวนกันไปเก็บดอกโดนมากินกับน้ำชุบและแกงพุงปลาระหว่างเดินก็หัวเราะสรวลเสกันเต็มเสียง จนเพื่อนอีกคนเตือน เดี๋ยวโจรได้ยินจะเดือดร้อน สาวปล้องแม่ผู้ใหญ่อิน ก็สวนทันควัน “เจอโจร กลัวทำไม เข้ามาซี่ กูจะเอาแตดจิ้มฟันให้”เรื่องก็ช่างบังเอิญ โจรซุ่มอยู่พอดีได้ยิน โจรก็โผล่ออกมา ไม่ได้ปล้น แต่จับสาวปลิ้น สั่งให้ทุกคนแก้ผ้า บิดด้ามพร้าให้หลุดจากมีด แล้วบังคับสาวใหญ่อ้าขาหนีบ ให้ยักย้ายส่ายเอวรำตามจังหวะเพลงโดยมีกติกา ห้ามด้ามพร้าร่วงหลุดตกพื้นเด็ดขาดเรื่องเล่าเรื่องนี้จริงจัง ถึงขนาดมีคนจำเนื้อเพลงรำคดรัดได้ “มาทำไม มาเก็บดอกโดน พบพ่อขุนโจร ให้รำคดรัด ต่อแล่ด ต่อแล่ด...”อ่านเรื่องนี้แล้วย้อนไปอ่านเรื่องโจรสุพรรณ จ้างลิเกเมืองเพชรไปแก้ผ้าเล่นลิเกแก้บน แท้จริงก็เป็นเคล็ดวิชา “ปรอง” วิชาเดียวกับตีนแมวขี้ทิ้งเป็นของฝากในบ้านผมกำลังคิดว่าโจรผู้ร้ายโบราณ ที่ใช้เคล็ดวิชาสัปดน ถูกปราบถอนรากถอนโคนจนน่าจะหมดไปนานส่วนโจรที่ยังเห็นตำตากันวันนี้ ผมได้ยินคำว่าโจรปล้นเมืองมาสี่ห้าเดือน กำลังงงๆว่า แล้วจะปราบกันอีท่าไหน เพราะฝ่ายคนดีๆแทบจะไม่มีอาวุธอะไรที่จะไปต่อกรกับพวกผู้ร้าย.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม