กสถ.มีมติส่ง 5,814 รายชื่อ ผู้สอบบรรจุ ข้าราชการท้องถิ่นได้ให้ ก.กลางเพิกถอน 23 ก.ค.นี้ หลังพบเงื่อนงำคะแนนดิบจากกระดาษคำตอบกับคะแนนประกาศผลไม่ตรงกัน นายกฯ “อนุทิน” ชี้หากทุจริตตั้งแต่ต้นควรยกเลิกการบรรจุผู้สอบผ่านที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ด้านตำรวจกองปราบฯคุมตัว “ดร.วิน” กับ “จ่าพิชิต” สองผู้ต้องหาตัวการใหญ่แก้ไขข้อมูลในไฟล์กระดาษคำตอบฝากขังศาลอาญาก่อนส่งเข้าเรือนจำ ขณะที่ทั้งคู่ยังยืนกรานปฏิเสธยังคงเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจ กรณีตำรวจกองปราบปรามกระชากหน้ากากขบวนการทุจริตโกงสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ได้ผู้ต้องหาตัวการใหญ่ 3 คน ประกอบด้วยนายวิน ธนพชรโภคิน หรือ ดร.อัศวิน โชติพนัง อายุ 40 ปี ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ น.ส.ศตพร ธนพชรโภคิน อายุ 30 ปี น้องสาวนายวิน และ จ.ส.ต.ดร.พิชิต ทั้งพรม หรือ จ่าพิชิต ผอ.กองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ตามแนวทางสืบสวนสอบสวนพบว่า ผู้ต้องหาแก้ไขไฟล์กระดาษคำตอบ เป็นผู้วางแผนรวบรวมข้าราชการท้องถิ่นมาแก้ไขไฟล์ที่บริษัทของจ่าพิชิตใน จ.นนทบุรี อยู่ระหว่างขยายผลผู้บงการและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดความคืบหน้าเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 15 ก.ค. ที่ห้องประชุมชั้น 2 บก.ป. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย พร้อมนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทยเข้าร่วมประชุมติดตามคดีโกงสอบเข้าราชการท้องถิ่น มี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. ตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เข้าร่วมพล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. เปิดเผยว่า ขณะนี้พยานหลักฐานเชื่อมโยงผู้ต้องหา 3 คนประกอบด้วย 1.นายวิน ธนพชรโภคิน หรือวิน นายอัศวิน โชติพนัง 2.น.ส.ศตพร ธนพชรโภคิน น้องสาวนายวิน และ 3.จ.ส.ต.ดร.พิชิต ทั้งพรม หรือจ่าพิชิต ทั้งหมดมีบทบาทปลอมแปลงข้อมูลเข้าสู่ระบบคอม พิวเตอร์ และแก้ไขผลการสอบ ผู้ต้องหา 3 คนยังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลถึงผู้บงการและผู้ร่วมขบวนการรายอื่น จากการสอบปากคำ 1 ในผู้ต้องหาให้การว่าเคยเข้าพบบุคลากรมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ย้ำว่าเรื่องนี้เป็นเพียงคำให้การผู้ต้องหา ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะกล่าวหาบุคคลดังกล่าว และยังไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงถึงเจ้าหน้าที่รัฐ แต่หากพบผู้ใดเกี่ยวข้องจะดำเนินคดีส่งสำนวนให้ ป.ป.ช.ใ นส่วนคดีทุจริตทันทีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้ทักท้วงคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) และขอให้ชะลอการรายงานตัวของผู้สอบผ่านออกไปก่อน เพื่อรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่เมื่อเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการแล้วทุกอย่างต้องดำเนินไปตามกฎหมายและอำนาจของคณะกรรมการ ตนไม่สามารถใช้อำนาจฝ่ายบริหารสั่งระงับได้ อย่างไรก็ตาม ในความเห็นส่วนตัวหากพิสูจน์ได้ว่าการสอบมีการทุจริตตั้งแต่ต้น ควรจะเพิกถอนหรือยกเลิกการบรรจุผู้สอบผ่านที่เกี่ยวข้องทั้งหมดด้านนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ผลการตรวจสอบผู้ผ่านการคัดเลือกพบว่ามีผู้รายงานตัวแล้ว 14,988 คน จากผู้สอบผ่านทั้งหมด 15,520 คน เมื่อนำคะแนนดิบจากกระดาษคำตอบมาเปรียบเทียบกับคะแนนที่ประกาศผลพบคะแนนไม่ตรงกัน 5,814 คน แบ่งเป็น 3 กลุ่มได้แก่ 3,621 คน เป็นผู้ที่ควรสอบตกแต่ถูกแก้ไขคะแนนจนสอบผ่าน 1,713 คนเป็นผู้สอบผ่านอยู่แล้วแต่คะแนนถูกเพิ่มเพื่อเลื่อนลำดับ และอีก 480 คน เป็นกรณีคะแนนคลาดเคลื่อนจากการสแกน ต้องตรวจสอบกับกระดาษคำตอบที่ ป.ป.ช.อายัดไว้เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าวอีกว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วน ท้องถิ่น หรือ กสถ. เห็นควรส่งรายชื่อทั้ง 5,814 ราย ให้คณะกรรมการกลางข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ ก.กลาง ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจตามกฎหมายเป็นผู้พิจารณาว่าจะเพิกถอนการบรรจุ หรือไม่ต่อไปในวันที่ 23 ก.ค. ก.กลาง เป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจในเรื่องนี้ วันนั้นจะมีประชุม 3 ก. ประกอบด้วย ก.อบจ. ก.เทศบาล และ ก.อบต.ว่าจะมีมติเพิกถอนเลยหรือไม่ และขั้นตอนสุดท้ายคนที่จะต้องเซ็นคือนายก อปท.นั้นๆที่มีข้าราชการท้องถิ่นไปบรรจุ ทั้งนี้ หากต้องยกเลิกการบรรจุ 5,814 คน ก็ต้องนับคะแนนใหม่และนำคน คะแนนผ่านเกณฑ์มาบรรจุ ขณะนี้คะแนนและกระดาษ คำตอบอยู่ที่ ป.ป.ช. กระทรวงมหาดไทยแจ้งกับ ป.ป.ช.ไปแล้วเมื่อถามว่า กรณีคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงข้าราชการ สถ. ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องทุจริตสอบท้องถิ่นนั้น โดย 1 ใน 9 คณะกรรมการคือ นายอัธยา นวลอุทัย ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย ถูก ป.ป.ช.เรียกไต่สวนจนถูกสังคมตั้งคำถามถึงความเหมาะสมนั้น นายอรรษิษฐ์กล่าวว่า เป็นการแต่งตั้งก่อนที่นายอัธยาจะเป็น 1 ในรายชื่อที่จะถูก ป.ป.ช.เรียกไต่สวน แต่ได้มีการถอนตัวจากคณะกรรมการดังกล่าวทันทีตั้งแต่วันที่ปรากฏรายชื่อเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และจะไม่มีส่วนในการเกี่ยวข้องกับกระบวนการสอบวินัยร้ายแรงอีกต่อไปนายสุชาติ กรวยกิตานนท์ รองเลขาฯ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ ป.ป.ช.จะนำเรื่องเข้าคณะไต่สวน เพื่อประกอบข้อเท็จจริง ผลเป็นอย่างไรจะได้เร่งรัดประสานงานกระทรวงมหาดไทย กระดาษคำตอบ 800,000 แผ่น อยู่ในช่วงที่ ป.ป.ช.ตรวจสอบ หากมีปัญหาขึ้นก็จะเป็นประเด็นเพิ่มเติมขึ้น แต่ตอนนี้ต้องเร่งตรวจสอบประเด็นนี้ก่อน เนื่องจากมีผลกระทบบางส่วนได้บรรจุไปแล้ว เมื่อถามว่ากลุ่มที่รอบรรจุเร็วที่สุดจะบรรจุได้เมื่อไหร่ นายสุชาติกล่าวว่า ในที่ประชุมเสนอแนะเลื่อนบรรจุออกไปก่อน เพราะเรื่องนี้กำลังสืบสวนสอบสวนอยู่ การที่ท้องถิ่นจะบรรจุในลอตต่อไป ก็ต้องคำนึงถึงข้อกังขาให้มีความชัดเจนก่อน หากผู้รอบรรจุใช้กระบวนการทางศาล เพื่อขอคำสั่งคุ้มครองก็สามารถทำได้ เชื่อว่าศาลจะให้ความเป็นธรรมกับกลุ่มบุคคลดังกล่าว เพราะเรื่องนี้ส่งผลกระเพื่อมใหญ่ คนสอบมีหลักแสนคน ต่อมาเวลา 14.20 น. พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป.พร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษ “หนุมานกองปราบฯ” คุมตัว จ.ส.ต.ดร.พิชิต และนายวิน หรือ ดร.อัศวิน ผู้ต้องหา ไปฝากขังศาลอาญารัชดาฯ ข้อหา “ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันเป็นซ่องโจร, ร่วมกันเอาไปเสียซึ่งเอกสารใดของผู้อื่นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน, ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ, ร่วมกันเปิดผนึกหรือเอาจดหมาย โทรเลขหรือเอกสารใดๆ ซึ่งปิดผนึกของผู้อื่นไป เพื่อล่วงรู้ข้อความ เพื่อนำข้อความหรือเอกสารเช่นนั้นออกเปิดเผย และโดยทุจริตร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” ทั้งคู่ยังยืนกรานปฏิเสธ ขณะที่พนักงานสอบสวนขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว ศาลอนุญาต ก่อนส่งตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ เวลา 08.30น. นายมนัส สุวรรณรินทร์ รอง ผวจ.นครราชสีมา ที่เป็นผู้ที่ร่างทีโออาร์สอบข้าราชการท้องถิ่น ได้ปรากฏตัวที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ทันทีที่เห็นสื่อมวลชนรีบตัดบทว่า “ช่วงนี้ปิดวาจา” ก่อนจะเปิดเผยว่า วันนี้มาให้ข้อมูลคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ที่รัฐสภา ขอสื่อไปเอาข้อมูลจากกรรมาธิการ ตนขอให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เท่านั้น จะชี้แจงในส่วนที่ทำคือร่างทีโออาร์ เมื่อถามว่ายืนยันได้หรือไม่ว่าทีโออาร์ไม่มีช่องโหว่ นายมนัสร้อง “โอ้โห ทีโออาร์แอดวานซ์จากของเดิม”ส่วนที่รัฐสภา เวลา 09.30 น. มีการประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร มีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ.กฎหมายฯ ทำหน้าที่ประธานพิจารณาวาระการทุจริตสอบเข้าท้องถิ่น โดยเชิญนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะ รมว.มหาดไทย มาให้ข้อมูล รวมถึงอธิบดีกรมปกครอง และผู้ที่เกี่ยวข้องกับทีโออาร์ในการจัดสอบ แต่นายอนุทินไม่ได้มามอบให้ น.ส.กาญจน์ชนิษฐา เอกแสงศรี ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย มาชี้แจงแทน ขณะที่นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ส่งหนังสือแจ้งว่าติดภารกิจสำคัญไม่สามารถมาชี้แจงได้ภายหลังประชุม นายรังสิมันต์ โรม แถลงว่า กมธ.ตั้งข้อสังเกตต่อการกำหนดทีโออาร์มีปัญหา ไม่รัดกุม มองว่านายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ และข้าราชการของกระทรวงมหาดไทย 5 คน ที่ถูกตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงไม่พบว่าถูกแจ้งข้อกล่าวหา ขณะที่การตรวจสอบในส่วนของ ปปง. เบื้องต้นยังไม่พบข้อมูลที่เกี่ยวกับเส้นเงิน แต่ ปปง.รับว่าจะตรวจสอบต่อไป กมธ.จะติดตามเรื่องดังกล่าวต่อไป ทั้งนี้ มีประเด็นที่คิดว่าไม่สามารถยอมรับได้ คือกรณีที่กระทรวงมหาดไทยตั้งคนของตัวเองขึ้นมาตรวจสอบคนกันเอง ท้ายสุดอาจได้แค่แพะอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่