ตำรวจลุยสอบปากคำพนักงาน เหยื่อ และผู้เชี่ยวชาญด้านอาคารและระบบไฟฟ้า คลี่ปมเพลิงนรกโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว พฐ.ส่งภาพวงจรปิดในร้านที่กู้มาได้ เห็นชัดต้นเพลิงมาจากฝ้าเพดานเหนือเวที ก่อนลุกลามเป็นไฟนรก แคชเชียร์ร้านยัน เจ้าของร้านวิ่งไปหยิบถังดับเพลิงมาดับไฟจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และไม่มีการเรียกเก็บเงินก่อนให้ลูกค้าออกจากร้าน เพราะเห็นกลุ่มควันปุ๊บวิ่งหนีออกมาเลยยังแทบไม่รอด แต่ยอมรับร้านเปิดเกินเวลา ไล่เก็บเงินลูกค้าประมาณเที่ยงคืนครึ่ง ร้านปิดประมาณตี 2 ด้านประธานสาขาวิศวกรรมป้องกันอัคคีภัย วสท.เข้าตรวจที่เกิดเหตุอีกครั้ง เปิดฝ้าเพดานพบสิ่งที่น่าตกใจ มี โฟมฉนวนกันความร้อนฉีดไว้ตามฝ้าเพดานหนาตั้งแต่ 3 นิ้วขึ้นไป คาดกลายเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี หลังความร้อนสูงเกินกว่าจะรับไหว แถมสร้างควันพิษทำเหยื่อสำลักควัน ผู้การนิติเวชเผย ผู้เสียชีวิตรวม 32 ศพ พิสูจน์อัตลักษณ์หมดแล้ว เร่งส่งมอบร่างให้ญาติภายในวันนี้ ล่าสุด “ดิน” นักร้องวงทศกัณฐ์ ที่บาดเจ็บสาหัสรักษาตัวอยู่ รพ.ราชวิถี เสียชีวิตเป็นรายที่ 33 ส่วนร่าง “บรีส” นักร้อง “จ่ากวาง” มือคีย์บอร์ด วงเดียวกัน ถูกส่งกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดแล้ว ด้านปลัด มท.เด้งรับคำสั่งนายกฯหนู รื้อกฎหมายสถานบริการให้ทันสมัยขึ้นกรณีโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้สถานบันเทิง โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ช่วงกลางดึกวันที่ 12-13 ก.ค. ทำให้มีผู้เสียชีวิต 31 คน บาดเจ็บ 75 คน เจ้าหน้าที่ต้องกระจายส่งรักษาตัวตามโรงพยาบาลต่างๆทั่วกรุงเทพมหานคร เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เร่งตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อหาสาเหตุเกิดเพลิงไหม้ที่คร่าชีวิตนักเที่ยวเป็นจำนวนมากกู้ไฟล์ภาพเห็นจุดต้นเพลิงความคืบหน้าเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 15 ก.ค. พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 เรียกประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังสอบปากคำพยานไปแล้ว 52 ปาก แบ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบการ 1 ราย พนักงาน 16 ราย กลุ่มญาติและผู้บาดเจ็บ 33 ราย และเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจที่เกิดเหตุอีก 2 ราย หลังประชุมจะจัดพนักงานสอบสวนแยกย้ายไปสอบปากคำพยานกลุ่มผู้เชี่ยวชาญการตรวจสอบอาคารและระบบไฟฟ้า อีกชุดไปสอบปากคำผู้บาดเจ็บตามโรงพยาบาล นอกจากนี้จะเร่งวิเคราะห์ภาพเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิด 16 ตัวในร้าน ทั้งก่อนและขณะเกิดเหตุ หลัง พฐ.กู้ไฟล์ภาพส่งกลับมาแล้ว มีรายงานว่าภาพวงจรปิดภายในร้านเห็นจังหวะไฟลุกไหม้บริเวณบนเพดานเวทีประมาณ 20 วินาที ก่อนไฟลุกลามจนเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมากผู้บาดเจ็บแฉนาทีไฟไหม้เวลาเดียวกัน นายนัฏฐพงศ์ ละคร อายุ 25 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บ เข้าแจ้งความ พ.ต.ต.จิรายุ ปิตุรักษ์วงศ์ สว. (สอบสวน) สน.พหลโยธิน ว่า คืนเกิดเหตุมาถึงสถานบันเทิงเวลา 22.30 น. นั่งโต๊ะหน้าเวทีฝั่งประตู ทางเข้า ช่วงแรกไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ใกล้เที่ยงคืนเห็นกลุ่มควันสีขาวพุ่งออกมาจากเพดานหน้าเวทีฝั่งประตูทางเข้า แต่ไม่ได้เอะใจ คิดว่าเป็นเอฟเฟกต์การแสดงเพราะเพลงเริ่มพอดี หลังจากนั้นไม่นานเห็นประกายไฟและกลิ่นไหม้ รีบวิ่งหนีออกทางประตูหลังฝั่งลานจอดรถ ระหว่างหลบหนีมีนักท่องเที่ยวแตกตื่นตกใจ ตนถูกดึงขาแต่สลัดหลุดวิ่งออกมาได้เพื่อนตายในที่เกิดเหตุ“ผมไม่ได้ยินสัญญาณเตือนไฟไหม้ ได้ยินแต่เสียงคนในร้านตะโกนบอกว่าไฟไหม้ และไม่เห็นระบบสปริงเกอร์ทำงาน ระหว่างหลบหนีพบการ์ดรักษาความปลอดภัย 2 คน ถือไฟฉายคอยชี้นำผู้คนไปยังประตูทางออกด้านหลัง ก่อนพบทั้ง 2 คนอีกครั้งบริเวณลานจอดรถ วันเกิดเหตุมาใช้บริการที่นี่เป็นครั้งแรก ไม่ได้สังเกตตำแหน่งทางหนีไฟมากับเพื่อนทั้งหมด 4 คน แต่มี 1 คนคือนายสิทธิพงษ์ ไชโย เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ รู้สึกเสียใจอย่างมาก พร้อมมอบคลิปเหตุการณ์ก่อนเกิดเหตุประมาณครึ่งชั่วโมง ในคลิปยังไม่มีกลุ่มควันหรือสิ่งผิดปกติ ส่วนตัวได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าผากและหูทั้งสองข้าง รักษาโดยใช้สิทธิประกันสังคมที่ รพ.เพชรเวช เข้าแจ้งความวันนี้เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการดำเนินคดีของพนักงานสอบสวน” ผู้รอดชีวิตกล่าวให้พนักงานร้านติดต่อรับเยียวยานอกจากนี้ตัวแทนสำนักงานประกันสังคม (ไม่เปิดเผยนาม) มาติดตามความคืบหน้าที่ สน.พหลโยธิน ขอรายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวเพื่อติดตามให้ความช่วยเหลือ เผยว่า ถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือญาติผู้เสียชีวิตติดต่อเข้ามาขอรับสิทธิ์เยียวยา รวมถึงเบิกค่ารักษาพยาบาล ขอประชาสัมพันธ์ให้พนักงานร้านเกิดเหตุทุกคนติดต่อมาที่สำนักงานประกันสังคมเพื่อขอค่าเยียวยา โดยเฉพาะผู้เสียหายชาวลาวหรือประเทศอื่น แม้ว่านายจ้างไม่ได้ลงทะเบียนในระบบ ประกันสังคมยินดีให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นลูกสาวมารับทรัพย์สินแม่ต่อมา น.ส.กันธิชา สิงห์ขร อายุ 24 ปี ลูกสาว นางภานิชา สิงห์ขร อายุ 48 ปี ผู้เสียชีวิต มาติดต่อขอรับทรัพย์สินจากตำรวจ สน.พหลโยธิน มีทั้งกระเป๋าและทรัพย์สินมีค่าอย่างกำไรคาเทียร์ ทอง รวมถึงกระเป๋าของเพื่อนแม่ที่เสียชีวิตพร้อมกัน เพราะเพื่อนแม่ที่เสียชีวิตเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวไม่มีญาติ หลังจากเมื่อวานรับโทรศัพท์มือถือไปแล้ว น.ส.กันธิชาเผยว่า วันนี้มารับของให้แม่และเพื่อนสนิทแม่ที่เสียชีวิตที่เดียวกัน ตัดสินใจทำศพด้วยกันเพราะสนิทกันมาก ตอนเปิดโทรศัพท์แม่เห็นถ่ายภาพคู่กันตอน 23.23 นาทีก่อนเกิดเหตุ ส่วนทรัพย์สินอื่นยังอยู่ครบอยากให้ร้านรับผิดชอบมากกว่านี้น.ส.กันธิชากล่าวต่อว่า ยังไม่ได้เจอทนายของร้าน และไม่ได้รับการติดต่อเรื่องการช่วยเหลือเยียวยา มองว่าที่ร้านจะช่วยเหลือค่าทำศพ 10,000 บาทอาจยังไม่พอ เพราะตนต้องไปกู้ยืมเงินมาเพื่อเป็นค่าทำศพแม่ ตอนนี้มีเพียงมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งช่วยเหลือค่าทำศพมา 20,000 บาทเท่านั้น ตอนนี้ยังไม่ได้เข้าไปทำเรื่องเงิน อยากจัดการศพให้เสร็จก่อน ยอมรับว่ากังวลอาจไม่ได้รับการเยียวยาอย่างทั่วถึง และรู้สึกแปลกใจว่าทำไมทางร้านหรือทนายไม่ติดต่อญาติผู้เสียชีวิตโดยตรง ต้องให้ญาติมาติดต่อตำรวจที่โรงพัก เพราะหลายคนกลับบ้านต่างจังหวัดหมดแล้ว อยากให้มีความรับผิดชอบมากกว่านี้ อยากให้มาเยียวยาให้เร็วที่สุดแคชเชียร์เห็นเจ้าของฉีดดับเพลิงต่อมาเวลา 13.00 น. นายต้อม ถนอมวงศ์ อายุ 32 ปี พนักงานแคชเชียร์ร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ทำงานมา 1 ปี เข้าให้ปากคำรวมถึงรับทรัพย์สินคืน เผยว่า วันเกิดเหตุตนประจำอยู่ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ หลังเพิ่งออกจากห้องน้ำกลับมาทำงาน ก่อนได้ยินพนักงานตะโกนบอกว่า ไฟไหม้ เงยหน้าเห็นประกายไฟลุกอยู่บริเวณเพดานโซนหน้าเวที กลุ่มควันจำนวนมาก ทำให้ตนและพนักงานอื่นรีบวิ่งหนีออกจากร้าน ใช้เส้นทางประตูครัวหรือประตูที่ 3 หลังร้าน ระหว่างเกิดเหตุไม่มีประกาศหรือสัญญาณแจ้งเตือนใดๆ ขณะวิ่งหนีเห็นนายสุวิชา ไศลบาท หรือพี่นาย เจ้าของร้านวิ่งไปหยิบถังดับเพลิงมาระงับเหตุ แต่เนื่องจากไฟลุกลามอย่างรวดเร็วไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ทุกคนต้องรีบอพยพออกจากร้าน หลังออกมานอกร้านแล้วทราบว่า เจ้าของร้านถูกไฟคลอกสาหัสไล่เก็บเงินหลังเที่ยงคืนปิดตี 2ถามถึงถังดับเพลิงภายในร้าน นายต้อมตอบว่า ไม่ทราบว่ามีกี่ถัง อยู่ตำแหน่งใดบ้าง แต่เห็นได้ชัดเจน ส่วนตำแหน่งที่แน่นอนตนไม่ทราบ เพราะเป็นหน้าที่พนักงานเสิร์ฟ ส่วนกระแสข่าวที่ว่า แคชเชียร์ตามเก็บเงินลูกค้าก่อนถึงออกจากร้านได้ นายต้อมยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เมื่อเห็นไฟไหม้ ตนรีบวิ่งหนีออกจากร้านทันทีเพื่อเอาชีวิตรอด ส่วนขั้นตอนการให้บริการของร้านตามปกติ เริ่มไล่เช็กบิลลูกค้าทุกโต๊ะตั้งแต่เวลาประมาณ 00.30 น. แม้ว่าร้านจะปิดให้บริการจริงเวลาประมาณ 02.00 น.ระบุตัวเหยื่อได้หมดแล้วที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ พล.ต.ต.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตรวม 32 ราย แบ่งเป็นผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 27 ราย และเสียชีวิตขณะรักษาตัวที่โรงพยาบาล 5 ราย ส่วนการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลสามารถพิสูจน์ทราบชื่อและระบุตัวตนผู้เสียชีวิตได้ครบทั้ง 32 รายแล้ว การส่งมอบร่างคืนให้ครอบครัวแล้ว 28 ราย เหลืออีก 4 ราย (รวมถึงผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมเมื่อคืนนี้ที่ตรวจพิสูจน์ช่วงเช้า) รอญาติมาติดต่อ คาดว่าสามารถรับร่างกลับไปได้ทั้งหมดภายในวันนี้ สำหรับผลการชันสูตรเบื้องต้นพบว่า สาเหตุการเสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดจากสำลักควัน นอกจากนี้ผู้เสียชีวิตบางส่วนมีบาดแผลถูกไฟไหม้ตามร่างกายเด่นชัด ในกลุ่มผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นมา 5 รายเดิมทีถูกจัดอยู่ในกลุ่มผู้ป่วยวิกฤติ (เคสสีแดง) ก่อนเสียชีวิต (เคสสีดำ)เหยื่อดับเพิ่มเป็นรายที่ 32มีรายงานยอดผู้เสียชีวิตเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว จากสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ เมื่อเวลา 08.00 น. มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 32 คน (เคสเปลี่ยนจากแดงเป็นดำ 5 ราย) ญาติมาเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอแล้ว 30 ราย และมีญาติรับศพไปแล้ว 28 ราย ส่วนผลการติดตามผู้บาดเจ็บประจำวันที่ 15 ก.ค. เวลา 10.00 น. มีผู้บาดเจ็บ 79 คน รักษาตัวใน รพ.รวม 30 คน อยู่ในห้องไอซียู 15 คน เสียชีวิตใน รพ. 5 ราย 1.รพ.พญาไท พหลโยธิน นายณัฐพรรษ ธรรมนิทา 2.รพ.พระราม 9 (ย้ายไป รพ.ชลบุรี) น.ส.เวียงพอน จินดาวง ชาวลาว 3.รพ.ลาดพร้าว นายสมพงศ์ ศรีผ่อง 4.รพ.เปาโล เกษตร น.ส.สุดารัตน์ พุ่มทรัพย์ (เพิ่ม) และ 5.รพ.นพรัตนราชธานี นายจตุพร วงศ์ศิริวิบูลย์ (เพิ่ม) ให้กลับบ้านได้รวม 45 ราย (ผู้บาดเจ็บจริง 44 รายเนื่องจากมีซ้ำ 1 คน) เพิ่มจากเมื่อวาน 3 ราย“ดิน” วงทศกัณฐ์เป็นศพที่ 33ล่าสุดเวลา 18.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก “วงทศกัณฐ์” โพสต์ข่าวร้ายจากโรงพยาบาลราชวิถีข้อความระบุว่า “ตอนนี้น้องดิน (ฐิติวัฒน์ แก้วกัณหา) ได้จากไปอย่างสงบแล้วครับ ส่วนร่างจะนำไปบำเพ็ญกุศลที่ไหนรออัปเดตอีกทีนะครับ เสียใจกับครอบครัวน้องด้วยครับ อาลัยรักจากพี่ๆ ทศกัณฐ์”เจอต้นตอฉนวนกันความร้อนที่ร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว น.ส.บุษกร แสนสุข ประธานสาขาวิศวกรรมป้องกันอัคคีภัย ภายใต้วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เผยหลังเข้าตรวจร้านว่า ตั้งแต่วันแรกทีมวิศวกรตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดเพลิงจึงลุกไหม้อย่างรุนแรงและมีเชื้อเพลิงจำนวนมาก ตอนแรกมองว่าเกิดจากเชื้อเพลิงบนฝ้าเพดานที่เป็นแผ่นซับเสียงหรือวัสดุตกแต่ง แต่พอมาดูไม่ได้หนาหรือมากเกินไป จนไปเจอว่า เหนือฝ้าเพดานเป็นโครงสร้างเหล็ก พ่นโฟมฉนวนกันความร้อนหนาประมาณ 3 นิ้ว เปิดฝ้าเพดานตรวจสอบพบว่า ด้านในเกิดการลุกไหม้เป็นวงกว้าง ทำให้เกิดการสะสมของความร้อนและแรงดัน โฟมฉนวนกันความร้อนภายในฝ้าลุกไหม้จนกลายเป็นเชื้อเพลิง ส่งผลให้เกิดก๊าซจากการเผาไหม้สะสมในอาคาร สอดคล้องกับคำบอกเล่าของผู้บาดเจ็บระบุว่า ได้กลิ่นฉุนจนแสบจมูกเชื้อเพลิงทำให้เกิดควันพิษ“พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายรุนแรงที่สุดคือ บริเวณหน้าเวที เมื่อเกิดเหตุมีการเปิดประตู อากาศจากภายนอกไหลเข้าสู่อาคารอย่างรวดเร็ว ทำให้ก๊าซเชื้อเพลิงที่สะสมอยู่ได้รับออกซิเจนและติดไฟทันที ส่งผลให้เกิดเปลวไฟพุ่งออกมาอย่างรุนแรง สารโฟมที่เคลือบจะได้มาตรฐานหรือไม่ อยู่ที่การพิสูจน์ลักษณะการลุกไหม้ และพบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของร้านฉีดพ่นโฟมหนาประมาณ 3 นิ้ว แต่บริเวณหน้าเวทีและบาร์น้ำฉีดพ่นหนากว่า และเคลือบทั้งด้านบนเพดานและฝ้า” ประธานสาขาวิศวกรรมป้องกันอัคคีภัย วสท.กล่าวเตือนใช้โฟมกันไฟในอาคารน.ส.บุษกรกล่าวด้วยว่า ส่วนการผสมสารหน่วงไฟในโฟม แม้ช่วยชะลอการติดไฟระดับอุณหภูมิที่กำหนดในการทดสอบ หากเกิดเพลิงไหม้ที่อุณหภูมิสูงกว่าค่าดังกล่าว โฟมยังสามารถลุกไหม้กลายเป็นเชื้อเพลิงได้ ฝากเตือนไปยังผู้ประกอบการว่า บ้านเราอากาศค่อนข้างร้อน หากจะนำโฟมไปฉีดพ่นเสี่ยงเรื่องอัคคีภัย ต้องดูระบบไฟฟ้าร่วมด้วย เมื่อไหร่ก็ตามที่เพดานต่ำและมีการติดไฟที่เพดาน การแผ่รังสีความร้อนจะเร็วยิ่งขึ้น การเคลื่อนที่ของไฟจะเร็วขึ้น อาคารลักษณะนี้มีเชื้อเพลิงจำนวนมาก ควรติดตั้งระบบระบายควันหรือพัดลมระบายควันตามมาตรฐาน เพื่อช่วยลดการสะสมของควันและความร้อน เพิ่มโอกาสอพยพ และลดการกระทบต่อโครงสร้างอาคารไม่ให้ถล่มตามมาคนยังแห่ไว้อาลัยจุดเกิดเหตุบรรยากาศบริเวณหน้าโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ยังมีญาติและครอบครัวผู้เสียชีวิต รวมทั้งประชาชนทั่วไปเดินทางนำดอกไม้ พวงมาลัย อาหาร ผลไม้ และน้ำดื่ม มาวางไว้หน้าประตูหน้าและประตูหลัง เพื่อแสดงความอาลัยต่อผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ นอกจากนี้ ยังจุดธูปปักลงถ้วยข้าว 32 ถ้วยตามจำนวนผู้เสียชีวิต พร้อมจุดเทียน และนำพวงมาลัยไปวางบนผ้าบังสุกุล แม้วันนี้เข้าสู่วันที่ 3 แต่ยังมีกลิ่นไหม้หลงเหลืออยู่ นอกจากนี้มีนายมหาโภคัย ขำกระแสร์ พ่อน้องปูอัด เหยื่อรถบัสนักเรียนไฟไหม้บนถนนวิภาวดีรังสิตปี 68 มีเหยื่อกว่า 30 คนมาร่วมวางดอกไม้แสดงความอาลัย เผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนไม่กล้าแม้แต่จะดูข่าว เพราะเหตุการณ์มันเหมือนกับครั้งที่ลูกชายเสียชีวิต ครั้งนั้นประตูทางออกฉุกเฉินรถบัสไม่สามารถเปิดได้ ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตตรงหน้าประตูฉุกเฉินจำนวนมาก อยากให้หน่วยงานทุกภาคส่วน รวมถึงผู้ประกอบการมีมาตรการเข้มงวดกว่านี้ปลัด มท.รับลูกรื้อ ก.ม.สถานบันเทิงที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล สั่งปรับกฎหมายสถานบันเทิงว่า นายอนุทินตระหนักถึงเรื่องนี้ เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนกฎหมายล้าสมัย การกำหนดโซนนิงต้องพิจารณาจากผู้มีอำนาจในกรุงเทพฯ ผบช.น.เป็นผู้เสนอมหาดไทยพิจารณา ต่างจังหวัดเป็นหน้าที่ ผวจ. นายกฯมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการเสนอโดยเร็ว ถามว่า จะตรวจสอบสถานบันเทิงเข้มข้นขึ้นหรือไม่ เพราะหลายแห่งฝ่าฝืนกฎหมาย นายอรรษิษฐ์กล่าวว่า หลายแห่งจดทะเบียนเป็นร้านอาหาร แต่เมื่อจำหน่ายแอลกอฮอล์และมีการเต้นรำจะเข้าข่ายสถานบริการ หากไม่ได้จดทะเบียน ถือว่าผิด ต้องทบทวนกฎหมายและมาตรการ มท.เตรียมเรียกประชุมด่วน มอบหมายให้รองปลัดฯฝ่ายความมั่นคงประชุมผอ.เขตแจงเงินช่วยเหลือ นายประสาท โพธิ์ศรีมาตย์ ผอ.เขตจตุจักร กล่าวว่า สำนักงานเขตจตุจักรจะออกหนังสือรับรองผู้ประสบภัย เพื่อเป็นเอกสารตั้งต้นสำหรับผู้ประสบภัยขอรับเงินช่วยเหลือเยียวยาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรุงเทพมหานครหรือส่วนราชการต่างๆตามสิทธิ์ กรณีเสียชีวิตรับเงินช่วยเหลือรายละ 29,700 บาท บาดเจ็บนอนโรงพยาบาลจะได้รับความช่วยเหลือรายละไม่เกิน 4,000 บาท ส่วนคนที่บาดเจ็บเล็กน้อยได้รับการช่วยเหลือตามส่วนที่เหมาะสมรวมถึงค่าปลอบขวัญรายละ 2,300 บาท จะพิจารณาตามราย บุคคล นอกจากนี้ผู้เป็นลูกจ้างตามสถานประกอบการต่างๆมีสิทธิ์ได้รับค่าช่วยเหลือจากกรมสวัสดิการแรงงาน หรือเจ้าของกิจการ รวมทั้งอาจจะได้รับสิทธิ์จากประกันรูปแบบต่างๆด้วยอาลัย “บรีส” นักร้องวงทศกัณฑ์ส่วนบรรยากาศงานศพเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เป็นไปอย่างเศร้าสลด ที่ศาลาวัดเอี่ยมประชามิตร (วัดแหลมฟ้าผ่า) หมู่ 6 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ญาติ น.ส.ณหทัย สัจจะเลิศ หรือน้องบรีส อายุ 33 ปี นักร้องนำวงทศกัณฐ์ที่เสียชีวิตนำร่างมาตั้งบำเพ็ญกุศลตั้งแต่คืนวันที่ 14 ก.ค. มีญาติเดินทางมาจาก จ.ร้อยเอ็ด และสมาชิกวงทศกัณฐ์มาร่วมไว้อาลัย โดยเฉพาะนายอธิภัทร หรือไอซ์ วิจารณ์ แฟนผู้ตาย หัวหน้าวงทศกัณฐ์ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ร่ำไห้ด้วยความเสียใจครอบครัวจ่ามือคีย์บอร์ดสุดเศร้าศพ พ.อ.อ.พฤฒิพงษ์ พุดมอญ หรือจ่ากวาง มือคีย์บอร์ดวงทศกัณฐ์ ญาติไปรับศพมาไว้ที่วัดแหลมคาง หมู่ 2 ต.แม่ลา อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี มี น.ส.ชัญญานุช พุดมอญ น้องสาว อุ้มรูปถ่ายพี่ชาย เผยว่า เสียใจ ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ แต่จะเสียใจไม่นาน พยายามตั้งสติตั้งหลัก เพราะจากนี้ต้องดูแลครอบครัวแทนพี่ชายที่เป็นเสาหลักของบ้านมาตลอด ที่ผ่านมาพี่ดูแลพ่อแม่และน้องเป็นอย่างดี เป็นคนรักครอบครัว พี่ชายเป็นคนแรกที่เห็นไฟไหม้บอกให้ทุกคนหนี อยากให้ทุกคนปลอดภัยก่อน คิดว่าตัวเองจะออกมาได้ ก่อนตายพี่เคยบอกว่า อยากกลับบ้านมาทำโรงเรือนปลูกผัก เพราะอาชีพนักดนตรีพักผ่อนน้อย ตั้งใจเล่นดนตรีเป็นเดือนสุดท้าย แต่สุดท้ายไม่ได้กลับมาพ่อเผยลางสังหรณ์–นอนไม่หลับพระรัตน์เจริญ สัจจะเลิศ อายุ 57 ปี พ่อ น.ส.ณหทัย ที่บวชอยู่ที่วัดแห่งนี้ เผยว่า บรีสเป็นลูกสาวคนที่ 2 ก่อนหน้านี้เป็นนักร้องทั่วไป กระทั่งมาคบกับหัวหน้าวงทศกัณฑ์เลยมาเป็นนักร้องประจำวงเมื่อปีที่แล้ว คืนเกิดเหตุขณะจำวัดมีลางสังหรณ์จู่ๆ รู้สึกร้อน กระวนกระวาย นอนไม่หลับ ทั้งที่นั่งสมาธิก่อน จนเวลา 01.10 น.วันที่ 13 ก.ค.มีเจ้าหน้าที่โทร.มาแจ้งข่าวร้ายว่า บรีสเสียชีวิต ศพลูกสาวจะสวดถึงวันที่ 17 ก.ค. ฌาปนกิจศพวันที่ 18 ก.ค.เวลา 17.00 น.รดน้ำศพสาวร้านเสริมความงามที่บ้านเลขที่ 144 หมู่ 3 บ้านทุ่งสนุ่นใต้ ต.ระหาน อ.บึงสามัคคี จ.กำแพงเพชร ที่ตั้งศพ น.ส.กนกทิพย์ หรือแอม ศรีสุข อายุ 31 ปี พนักงานสถานเสริมความงามเหยื่อเพลิงนรกโรงเบียร์ ครอบครัวเดินทางไปรับศพที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ กลับมาถึงบ้านค่ำวันที่ 14 ก.ค. เช้าวันรุ่งขึ้นมีพิธีรดน้ำศพ ช่วงค่ำกำหนดสวดอภิธรรม ฌาปนกิจวันที่ 17 ก.ค. สภาพศพของน้องแอมมีแผลรอยไหม้ที่แขน 2 ข้าง ใบหน้า และรอยช้ำจากการถูกเหยียบระหว่างวิ่งหนีสาวอดีตกู้ภัยกลับถึงบ้านเกิดที่วัดใหม่ไทยเจริญ ต.หูทำนบ อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ ญาติทำพิธีรดน้ำศพ น.ส.ญดากานต์ หรืออุ้ม ศรีบุตร อายุ 32 ปี เหยื่อเพลิงมรณะโรงเบียร์รายที่ 2 ของ จ.บุรีรัมย์ รายแรกชื่อ น.ส.มณีรัตน์ หรือจิ๊บ บ่มกลาง ชาว อ.ลำปลายมาศ ผลชันสูตรศพระบุเสียชีวิตจากขาดอากาศเพราะสำลักควัน นางบุญทรง ศรีบุตร อายุ 55 ปี แม่ น.ส.อุ้ม เผยทั้งน้ำตาว่า น.ส.ญดากานต์ ชอบช่วยเหลือคน เคยเป็นอาสากู้ภัยที่ จ.กาฬสินธุ์ และ จ.ขอนแก่น มีลูกชาย 1 คน อายุ 13 ปี ปกติลูกสาวจะรักงานอาสากู้ภัยมาก แต่ด้วยภาระค่าเลี้ยงดูลูก ต้องไปหางานทำกรุงเทพฯ ส่งเงินมาไม่ขาด ลูกสาวมีกำหนดกลับบ้านมาช่วยทำนาทุกปี พอรู้ข่าวใจหาย ทำใจไม่ได้อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่