โล่งไปอีกเปลาะ เส้นทาง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทได้ไปต่อ แรงแช่งไม่สัมฤทธิผล ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 การนำเงินกู้ 2 แสนล้านบาทไปแจกประชาชน เพื่อเยียวยาวิกฤติพลังงานโลก ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 172ขณะที่เงินกู้อีก 2 แสนล้านบาท ที่ใช้ลงทุนในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานประเทศ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 เช่นกันคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญผ่านฉลุย พ.ร.ก.กู้เงินได้ตราประทับความถูกต้อง กดปุ่มไฟเขียวเร่งขับเคลื่อนมาตรการทางเศรษฐกิจต่อเนื่อง ไม่ต้องคอยหวาดระแวงคำขู่ด้านข้อกฎหมายปลดล็อกกลไกนิติสงคราม ช่วยให้การทำงานมีความคล่องตัวมากขึ้นดับกระแสข่าวนายกฯสำรองที่ถูกปล่อยในช่วง “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ภูมิตก ปั่นข่าววางตัวผู้นำใหม่ เป็นทางหนีทีไล่ หากรัฐบาลต้องจอดป้ายคดีเงินกู้รัฐบาลรอดถูกไฟคลอก ไปลุยไฟแก้ปัญหาเศรษฐกิจต่อ มีอำนาจเต็มที่บริหารงบ 4 แสนล้านบาท ลุยเหยียบคันเร่ง อัดฉีดเงิน 2 แสนล้านบาท เข้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส กระตุ้นกำลังซื้อระดับฐานราก แก้ปัญหาปากท้องเฉพาะหน้า คู่ไปกับการปรับโครงสร้างเปลี่ยนผ่านพลังงานประเทศอีก 2 แสนล้านบาท มุ่งสู่การใช้พลังงานสะอาดเดิมพันสำคัญซื้อใจประชาชนช่วงครึ่งปีหลัง แก้เกมแต้มวูบภายหลังผลโพลส่งสัญญาณความเชื่อมั่นระบอบสีน้ำเงินสั่นคลอนถึงด่านข้อกฎหมายจะเปิดโล่ง แต่ไม่ได้การันตีเส้นทางใช้งบจะราบรื่น เพราะหากการดำเนินโครงการต่างๆยังขมุกขมัว มีเครื่องหมายคำถาม จากที่หวังจะฟันแต้มแก้เศรษฐกิจ อาจทำลายความเชื่อมั่นรัฐบาล ติดลบหนักกว่าเก่าภาวะที่ฝ่ายค้านจองกฐินล่วงหน้า เกาะติดการใช้งบเงินกู้ 4 แสนล้าน ไม่คลาดสายตาแม้จะอยู่ในช่วงพักรบ ปิดสมัยประชุมสภาฯ 1 เดือนกว่าๆ แต่หลังเปิดสมัยประชุมสภาฯรอบใหม่ วันที่ 25 ส.ค.นี้ ได้เจอแรงกระแทกหนักๆของฝ่ายค้านในการตรวจสอบการใช้งบแน่ฝ่ายค้านรอลับมีดถลกหนังงบเงินกู้ โดยเฉพาะจุดเสี่ยงสูงสุด งบเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน โดนล็อกเป้าลากไส้พรุนแน่ จับจ้องการทุจริตเชิงนโยบาย ปมผลประโยชน์ทับซ้อน เอื้อกลุ่มทุนใหญ่ตามการชี้เป้าของ ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดโปงเกมล็อกสเปก รอรุมทึ้งโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานไว้ล่วงหน้า ยังไม่ทันเริ่มต้นเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ ก็โดนปูดมีแค็ตตาล็อกพิเศษ ส่งเวียนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นเมนูรายการสินค้าที่สามารถใช้เงินกู้ 4 แสนล้านได้ เช่น รถขยะอีวี ลานกีฬาโซลาร์ เครื่องผลิตออกซิเจนพลังงานแสงอาทิตย์ โครงการติดโซลาร์ลูฟท็อปเหล่าเสือหิว สิงห์โหย มาปักหมุดรอถลุงเงินล่วงหน้าตั้งแต่ไก่โห่อาศัยจังหวะความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงเปลี่ยนผ่านระบบพลังงานประเทศ มาสอดไส้โครงการ แสวงหาผลประโยชน์ให้ตัวเองและพวกพ้องขณะที่โครงการไทยช่วยไทยพลัส ก็ถูกตั้งคำถามความคุ้มค่าการสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ เพ่งเล็งเป็นมาตรการประชานิยมระยะสั้น มุ่งปั๊มคะแนนเสียงให้ค่ายสีน้ำเงิน แต่ไม่ได้ช่วยปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจให้ประชาชนพึ่งพาตัวเองได้ในระยะยาวโจทย์ท้าทาย “นายกฯหนู” ที่ต้องควบคุมความเร็วกับความรัดกุมการใช้งบประมาณให้สมดุลกันการอัดฉีดงบ 4 แสนล้านบาท ที่มาจากภาษีประชาชนทุกบาททุกสตางค์ ต้องเบิกจ่ายอย่างคุ้มค่า กู้วิกฤติปากท้องได้ทันเวลา และไม่เกิดการรั่วไหลเข้ากระเป๋ากลุ่มทุน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ตอบโจทย์การแก้ปัญหาเศรษฐกิจบททดสอบสำคัญที่เป็นตัวชี้วัดเสถียรภาพรัฐบาล หากปล่อยให้มีแผลทุจริต จากที่หวังจะเป็นเครื่องมือกู้เศรษฐกิจ อาจเป็นหัวเชื้อเร่งปฏิกิริยา เพิ่มวิกฤติศรัทธารัฐบาลสถานการณ์ที่ “นายกฯหนู” ได้กลับมาตั้งหลักหลังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเป็นใจ แต่เส้นทางหลังจากนี้ต้องสร้างผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้ที่สำคัญต้องประคองดุลอำนาจภายใน ควบคุมองคาพยพให้อยู่หมัด จะปล่อยลอยตัวไม่ได้สะกดเครือข่ายคนใกล้ชิดจัดสรรผลประโยชน์งบประมาณไม่สวาปามกันมูมมามลบภาพจำและข้อกังขาการทำงาน การใช้งบประมาณ ไม่ให้ประชาชนติดตาเรื่องเงินทอน อย่างโครงการ TH-AI Passport การแก้ปัญหาราคาน้ำมันช่วงวิกฤติพลังงาน การโกงสอบเข้าราชการส่วนท้องถิ่น แผลเก่ายังไม่สมาน แผลใหม่เข้ามาอีก ก็เพิ่มโอกาสติดเชื้อ ทำพังได้ทุกเวลา!!!ทีมข่าวการเมือง รายงานคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม