สัปดาห์นี้ต้องติดตามความคืบหน้าผลสอบข้อเท็จจริงกรณีการโกงสอบเข้าเป็นข้าราชการขององค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น ซึ่งจัดสอบโดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงของตัวเอง กระทรวงมหาดไทยกำหนดเวลาสอบ 7 วัน มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กำหนดเวลา 7 วัน ตำรวจสืบสวนคดีคาดว่าจะมีความชัดเจนภายใน 10 วัน ขณะที่ ป.ป.ช.รับผิดชอบคดีหลักร่วมกับ ปปง.เพื่อตรวจสอบเส้นเงิน ที่สำคัญจะมีการตรวจผลคะแนนใหม่ มีสักขีพยานจากหลายภาคส่วน และทำอย่างเปิดเผยต่อหน้าสื่อมวลชนการรีเช็กกระดาษคำตอบต้นฉบับทั้ง 8 แสนกว่าแผ่นที่อายัดมาจากห้องมั่นคงโกดังของ สถ. จะเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญว่า ผลสอบที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ตรงกับกระดาษคำตอบจริงหรือไม่ และมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขผลคะแนนกี่ราย จุดใดบ้างการตรวจสอบครั้งนี้ไม่ได้ซับซ้อนยุ่งยาก แค่เอากระดาษคำตอบต้นฉบับมาเทียบกับผลคะแนนที่ประกาศไปแล้ว ก็จะรู้ทันทีว่าใครบ้างที่โกงสอบ เพราะการโกงครั้งนี้ไม่ได้ทำกันที่กระดาษคำตอบต้นฉบับ แต่เป็นการแก้ไขสำเนาที่บันทึกในระบบคอมพิวเตอร์ และในเมื่อรีเช็กแล้วก็ควรเปรียบเทียบกับข้อมูลในแฟลชไดรฟ์ทั้งของ สถ.และ มศว ด้วย ให้สิ้นสงสัยในคราวเดียวตามข่าวระบุว่ามีผู้สมัครสอบเกี่ยวข้องกับการโกงสอบถึง 3 พันราย ยอมจ่ายเงินหัวละ 3-8 แสนบาท นี่ไม่ใช่การโกงสอบของคนกลุ่มเล็กๆ และเป็นไปไม่ได้เลยที่การทุจริตในวงกว้างเช่นนี้จะเกิดขึ้นจากข้าราชการเพียงไม่กี่คนที่ถูกจับกุมขณะกำลังแก้ไขคะแนนในบริษัทแห่งหนึ่งย่านบางใหญ่ การเปลี่ยนแปลงผลสอบระดับใหญ่เช่นนี้ต้องอาศัยเครือข่าย การประสานงาน และการสั่งการจากผู้มีอำนาจต่อให้ผู้ถูกกล่าวหาไม่ยอมซัดทอดผู้เกี่ยวข้อง แต่เส้นทางการเงินจะนำทางไปเอง ที่ยากกว่านั้นคือเมื่อแกะรอยไปถึงจุดหนึ่งอาจตามรอยเงินสดต่อไม่ได้ เช่นถูกใช้เป็นกระสุนในสนามเลือกตั้งไปแล้วรูปแบบการโกงสอบที่มีผู้สมัครสอบยอมจ่ายเงินถึง 3 พันราย ย่อมต้องมีนายหน้าติดต่อหาลูกค้า มีการประสานงานเป็นเครือข่ายใหญ่ กระจายอยู่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งๆที่มีคนรู้เห็นเกี่ยวข้องจำนวนมากขนาดนี้ แต่กลับย่ามใจไม่แคร์ข่าวรั่ว ไม่เกรงกลัวผลที่จะตามมา แสดงว่ามั่นใจในคนใหญ่คนโตที่อยู่เบื้องหลังสามารถเคลียร์ปัญหาได้การย้ายอธิบดี สถ.เก็บเข้ากรุชั่วคราว เป็นมาตรการทางบริหารเพื่อลดกระแส แต่ไม่ใช่คำตอบที่สังคมต้องการ เพราะการย้ายคนไม่ได้หมายว่าจะได้ความจริง บางครั้งเหมือนเป็นการตัดตอนเสียมากกว่า ยิ่งกรณีนี้มีคลิปเสียงระบุต้องเก็บเงินระดมทุนไปส่ง อดีต รมช.มหาดไทย การสอบสวนจึงต้องไปให้สุด ปิดชื่อดูพฤติกรรมจริงๆ เพื่อสร้างความกระจ่างสู่สาธารณชนคุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย จะแค่ออกท่าทีขึงขังเหมือนที่ผ่านมาไม่ได้ ต้องกวดขันและอำนวยความสะดวกการสอบสวนให้มากที่สุด เหนืออื่นใดการสอบเข้าเป็นข้าราชการครั้งนี้ ทั้งวันเปิดรับสมัคร วันสอบ และวันประกาศผลสอบ ล้วนอยู่ในช่วงที่คุณอนุทินเป็น รมว.มหาดไทย จึงไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบทางการเมืองได้คดีนี้บ่อนทำลายคุณธรรมของระบบราชการครั้งใหญ่ที่สุด แค่เริ่มก้าวแรกก็ซื้อตำแหน่งเข้ามาย่อมต้องรีบถอนทุน ไม่หากินกับงบประมาณ ก็ใช้อำนาจหน้าที่มิชอบ หรือคอร์รัปชันรูปแบบอื่น แล้วประชาชนจะไว้ใจข้าราชการได้อย่างไร.ลมกรดคลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม