หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ.....ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ.....ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ.2569ปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชา หลังจาก รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล เปิดช่องให้ กัมพูชา นำประเด็นข้อพิพาท ลากเข้าสู่เวทีโลก ด้วยการ ยกเลิก MOU 44 ที่ว่าด้วยการ แบ่งปันผลประโยชน์ทับซ้อนทางทะเล ระหว่าง กัมพูชากับประเทศไทย.....ชี้ช่องให้ไปใช้ แนวทางการแก้ปัญหา โดย ภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ United Nations Convention on the Law of the Sea (UNCLOS) .....ที่ ประเทศกัมพูชา ได้เข้า เป็นภาคี UNCLOS ด้วย ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จไปทรงเป็นประธานเปิดงาน “Amazing Thailand Fest 2026” เพื่อนำเสนอเสน่ห์อาหารและประสบการณ์การท่องเที่ยวไทย ในการนี้ อสิ ม้ามณี, นัทรียา ทวีวงศ์ และ ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ เฝ้ารับเสด็จ ณ ห้างสรรพสินค้าดี แบนคอร์ฟ กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันก่อน.จากเหตุผลของ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศของไทย ระบุ......กรณีที่ กัมพูชา ยื่นเรื่อง ความขัดแย้งทางทะเล ให้ เลขาธิการสหประชาชาติ นำเข้าสู่ กระบวนการปรองดองประนีประนอมภาคบังคับ.....เพราะไม่มีช่องทางที่จะเดินไปสู่การเจรจาทวิภาคี จึงมีความจำเป็นไปสู่กระบวนการ ประนีประนอมภาคบังคับ...ซึ่งไทยไม่เห็นด้วย เพราะในการพูดคุยกับ ปรัก สุคน รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศกัมพูชา และการพูดคุยระหว่าง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯไทย และ ฮุน มาเนต นายกฯกัมพูชา....ได้มีการชี้แจง ประเด็นการยกเลิก MOU 44 เพราะ 10-20 ปีที่ผ่านมา ไม่มีความคืบหน้าในการแก้ปัญหาดังนั้นทั้งสองชาติควรพูดคุย ในเรื่องเขตแดนทางทะเล และไหล่ทวีป ภายใต้กติกา UNCLOS ก่อน.....ทั้งที่ไทยอธิบายว่า การยกเลิก MOU 44 เพื่อจะได้เริ่มต้นการเจรจาทวิภาคีในบริบทใหม่...โดยเราไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของกัมพูชาเกี่ยวกับกระบวนการประนีประนอมภาคบังคับ 2 ข้อ.....ข้อเสนอเรื่องเขตแดนทางทะเลในระหว่างการเจรจา ให้มีมาตรการชั่วคราวในการพัฒนาร่วมกัน เพื่อแบ่งปันทรัพยากรน่านน้ำร่วมกัน....ที่ไม่ได้อยู่ในกรอบและขอบเขตของกระบวนการประนีประนอมภาคบังคับและการหารือระหว่าง นายกฯไทยและนายกฯกัมพูชา ที่ เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์.......ในการพูดถึงการฟื้นฟูพัฒนาความสัมพันธ์แบบค่อยเป็นค่อยไป และกระบวนการพูดคุยระหว่างกันในทุกเรื่องที่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อความสัมพันธ์ เจตนารมณ์ดังกล่าวต้องไปทั้งสองทาง คือทางทะเลและทางบก เพลินเพลง ขรรค์ ประจวบเหมาะ เป็นประธานในงานกาลาดินเนอร์ “เพลินเพลงสุนทราภรณ์ กับ ม.น.ข.” เพื่อสนับสนุนการศึกษาเฉพาะกิจ” โดยมี สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์, อติพร สุนทรสนานเสนะวงศ์ และ เอมอร ศรีวัฒนประภา มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ วันก่อน.นอกจากนี้ รมว.ต่างประเทศ ยืนยันด้วยว่าไทยจะทำหนังสือชี้แจง ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของกัมพูชา ซึ่งเมื่อเข้าสู่กระบวนการประนีประนอมจะต้องเสนอคณะประนีประนอมภายใน 21 วัน.....และ การคัดเลือกคนกลางที่มานั่งเป็นประธาน ต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือน...ตามขั้นตอนของกระบวนการ จากกรณีของ ติมอร์ฯและออสเตรเลีย ใช้เวลากว่า 2 ปี....ทั้งนี้ สีหศักดิ์ ยังทิ้งท้ายด้วยว่า เราไม่ได้ถูกลากไปแต่เราเข้าสู่กระบวนการนี้เอง.....เป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า รัฐบาลอนุทิน ต้องการ นำปัญหาความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา เข้าสู่เวทีโลก ด้วยความสมัครใจ.....ส่วนที่ รมว.ต่างประเทศ อ้างว่า เรามีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตาม แต่เราไม่ได้ทำตามเงื่อนไขของเขา และผลลัพธ์ออกมาไม่ได้มีผลผูกมัดทางกฎหมายและอาจกลับมาเจรจาพูดคุยกันต่อที่จะกลับมาเหมือนเดิม คือคุยกันเองทั้งสองฝ่าย......ไม่ต้องไปตีความให้เมื่อยตุ้ม....การยกเลิก MOU 44 ของไทย เป็น การเปิดทางให้กัมพูชา นำเอาปัญหา ข้อพิพาทชายแดนไทย–กัมพูชา ที่เคยอยู่ ในระดับทวิภาคี ไปสู่การเจรจาในเวทีโลก.....ตาม ความต้องการของกัมพูชา......และไม่ว่าจะมีคำแก้ตัวใดๆจาก กระทรวงการต่างประเทศของไทย ก็ตาม 90 ชื่นมื่น พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ และ นวลพรรณ ล่ำซำ จัดงานเลี้ยงฉลองในโอกาสวันเกิดครบรอบ 90 ปี ให้คุณแม่ รศ.อมรรัตน์ เศวตนันทน์ ท่ามกลางบรรดาญาติมิตรและบุคคลใกล้ชิดสนิทคุ้นเคยมาร่วมงาน ในบรรยากาศของความชื่นมื่น ที่บ้านปาร์คนายเลิศ วันก่อน.“อินทรีเหล็ก” อยากจะแนะให้เขียนแปะข้างฝาไว้เลย.....ไม่ว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยต่อกรณีความขัดแย้งผลประโยชน์ทับซ้อนทางทะเลอ่าวไทยและพื้นที่พิพาทชายแดนไทย–กัมพูชาในอนาคตทางใดทางหนึ่ง.....ที่มีทรัพยากรธรรมชาติมูลค่ามหาศาล รวมทั้งมรดกโลกโบราณสถาน ให้กับกัมพูชา ....เกิดจากการตัดสินใจด้านนโยบายต่างประเทศผิดพลาด ในสมัยรัฐบาลอนุทิน....และถ้าจะอ้างว่า ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย และกัมพูชาอาจกลับมาเจรจากับไทยในกรอบทวิภาคี.....ก็คงเป็นการประเมินสถานการณ์ผิดพลาดของกระทรวงการต่างประเทศ อีกกระทอก หลังจากที่ ไทยเคยเสียปราสาทพระวิหารให้กับกัมพูชา มาแล้วในอดีตประเทศไทยในยามนี้ไม่ต่างจากสนามเด็กเล่น.....หลักเกณฑ์ใหม่ในการคัดกรอง ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากผู้ถือบัตรเดิมจำนวน 13.18 ล้านคน โดยที่ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง อ้างว่าเพื่อเป็นการคัดกรอง กลุ่มเปราะบาง ที่แท้จริง.....ทั้งที่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เงื่อนไข การได้รับบัตรคนจน แต่เป็นเพราะ กระบวนการและวิธีการของภาครัฐ ที่ไม่รอบคอบชัดเจน รวมทั้ง กระบวนการตรวจสอบ ที่มักง่าย....และไม่แยกแยะ ความหมายในเจตนารมณ์ของการลดหย่อนภาษี เพื่อจูงใจตอบแทนให้บุตรพึงดูแลบุพการีอย่างดี ที่มีผลต่อมาตรการทางสังคม....และไม่ควรเอาไปปะปนกับ หลักการนโยบายสวัสดิการ ที่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลโดยตรงอยู่แล้ว.....และ เพื่อความเสมอภาคตามสิทธิและเสรีภาพที่ควรจะมีความเท่าเทียม.....การจะรับหรือไม่รับ โครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ควรที่จะยึดหลักการสมัครใจ...ไม่ใช่การออกกฎเกณฑ์มาบังคับ.....เพราะคนไทยต้องมีหน้าที่เสียภาษีอย่างเท่าเทียม ตามหลักเกณฑ์การเสียภาษีทุกคน สู่อนาคต ฐาปน สิริวัฒนภักดี จัดงาน “C asean Forum 2026” ในหัวข้อ Navigating ASEAN’s Future : Gearing Towards the 60th Anniversary โดยมี ศ.ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย, บุษยา มาทแล็ง และ มิลลิเซนต์ ครูซ–ปาเรเดส มาร่วมงานด้วย ที่อาคารซีดับเบิลยู ทาวเวอร์ วันก่อน.ดังนั้น ก็ควรจะได้รับการดูแลจากภาครัฐอย่างเท่าเทียม ....เพราะฉะนั้นการที่ ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ออกมาแก้ต่างว่า การนำข้อมูลลดหย่อนของผู้เสียภาษีมาเป็นเกณฑ์คัดกรอง...รัฐบาลไม่มีนโยบายในการ ตรวจสอบภาษีย้อนหลัง เพียงแต่ สั่งการกรมสรรพากร ให้นำข้อมูลมาตรวจสอบดูว่า ในบรรดาผู้ที่ยื่นแบบภาษีจำนวน 11 ล้านคน....มีจำนวนกี่คน ที่ใช้สิทธิหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา...จากนั้นจึงนำมาเทียบข้อมูลว่าบิดามารดาของบุคคลเหล่านั้น ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อยู่หรือไม่ ......หากบิดามารดายืนยันว่า ไม่ได้รับการเลี้ยงดูจากลูกจริง ตามที่ลูกนำไปกล่าวอ้าง ผลที่ตามมาคือ ในปีภาษีหน้า ลูกก็จะไม่สามารถนำชื่อบิดามารดา ไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้อีก....นโยบายสาธารณะที่ถูกกำหนดเงื่อนไขโดย กระทรวงการคลัง กำลังบีบให้ ประชาชนต้องเลือก ระหว่าง บัตรคนจน หรือ การลดหย่อนภาษีจากการเลี้ยงดูบุพการี .....สร้างปัญหาให้กับเศรษฐกิจของประเทศไม่พอ ยังสร้างความร้าวฉานในสังคม พับผ่า ปันสุข ละออ ตั้งคารวคุณ จัดโครงการปันสุข พร้อมมอบข้าวสารและสิ่งของจำเป็นให้ พนม–อุไร พึ่งสุขแดง เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ในพื้นที่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี โดยมี เบญจมาศ ชาญประดิษฐ์ และ สุนทร เหมือนวงธรรม มาร่วมในพิธีด้วย ที่ ต.บ้านใหม่ จ.นนทบุรี วันก่อน.ถ้าจะเทียบกับงบประมาณ ที่เยียวยาคนจน 13 ล้านคน..... ใช้งบประมาณปีละประมาณกว่า 4 หมื่นล้าน.....กับงบประมาณที่รัฐตั้งใจจะงุบงิบ ไม่ว่าจะเป็นโครงการ แลนด์บริดจ์ หรือ ซื้อสัมปทานรถไฟฟ้าทุกสี มาบริหารจัดการเอง หรือโครงการ บริหารจัดการน้ำทั่วประเทศ หรือ โครงการ TH–AI ของกระทรวงดิจิทัลฯ......รัฐควรคำนึงถึง มาตรการทางสังคม ที่ทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนทุกคนดีขึ้น.....มากกว่าการให้ความสำคัญกับวัตถุ .....ที่เอื้อประโยชน์ให้กับคนแค่กลุ่มเดียว น่ารักจัง กิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ เปิดตัวมาสคอต “Junior Sky Explorers” เพื่อเติมเต็มความสนุกสนานสร้างความผูกพันกับผู้โดยสารตั้งแต่วัยเยาว์ โดยมี วิชญ์ กิจจาทร, ธรรมนูญ กู้ประเสริฐ, อารยา เอ ฮาร์เก็ต และ แอบิเกล รังษีสิงห์พิพัฒน์ มาร่วมงานด้วย ที่เอ็มสเฟียร์ วันก่อน.ข่าวประชาสัมพันธ์ กลุ่ม ปตท.และรัฐวิสาหกิจเชื้อไฟลาว จัดพิธีลงนามสัญญาซื้อขายน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางธุรกิจและความมั่นคงทางพลังงานใน สปป.ลาว โดยมี ดร.มะโนทอง วงไซ รองนายกฯและ รมว.อุตสาหกรรมการค้า สปป.ลาว และ พิรุณ กริ่มวงษ์รัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย ปตท. พร้อมด้วย เวียงทอง วงศ์ทาวิเลย์ ผอ.รัฐวิสาหกิจเชื้อไฟลาว ทรงพล เทพนำโสมนัสส์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายธุรกิจต่างประเทศ และ ขวัญชัย เหลืองชัยชาญ ผจก.อาวุโสธุรกิจปิโตรเลียม ไออาร์พีซี ร่วมในพิธีดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และความยั่งยืน ร่วมกับ ดร.ชญาน์ จันทวสุ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลยุทธ์องค์กร ปตท. ร่วมบรรยายแนวโน้มเศรษฐกิจและสถานการณ์พลังงานโลกครอบคลุมทิศทางปิโตรเลียม ปิโตรเคมี เรือขนส่ง ก๊าซธรรมชาติเหลว พลังงานทดแทน และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ในงานสัมมนา PTT Day 2026 ภายใต้แนวคิด From Volatility to Advantage : Turning Energy Intelligence into Thailand’s Competitive Edge สร้างความท้าทายด้านพลังงานท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลกสังคมวันนี้ เวลา 09.00 น. ประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดการประชุมโครงการความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาจีน-ไทย 210 สาขา ที่ห้องอัศวิน แกรนด์ บี โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น."อินทรีเหล็ก"คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม