กำลังเป็นที่จับตามองสำหรับโครงการในดำริของนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โครงการ TH-AI Passport ภายใต้วงเงิน 1,621 ล้านบาท แจก AI โมเดลพรีเมียมให้คนไทยกลุ่มเป้าหมาย 5 ล้านคน ใช้ฟรีเป็นเวลา 1 ปีแม้มีเสียงคัดค้านมากมาย แต่นายไชยชนกยืนยันเดินหน้าโครงการ เพราะเชื่อมั่นว่าเป็นโครงการที่ดี ช่วยแบ่งเบาภาระคนไทยที่ต้องจ่ายเงินใช้ AI ระดับพรีเมียม ซึ่งยังไม่รู้ว่ามีสักกี่คน นอกจากนั้นกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างยังสำเร็จเสร็จสิ้นไปหมดแล้ว ไม่สามารถฉุดรั้งได้อีกเมื่อโครงการต้องเดินหน้าต่อไป สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) ในฐานะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อนโยบาย AI ได้เสนอแนวทาง ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้โครงการ TH–AI Passport เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในด้านความคุ้มค่าของงบประมาณและการพัฒนาระบบนิเวศ AI ของประเทศไทย ได้แก่1.วางกลยุทธ์แพลตฟอร์มเพื่อลดต้นทุน Token การแบ่งกลุ่มผู้ใช้งานเพื่อจัดสรรสิทธิ์การใช้โมเดลฐานข้อมูลภาษาไทยขนาดใหญ่หรือ LLM ให้เหมาะสมกับลักษณะงาน จะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้าน Token ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยควรจัดลำดับการเลือกใช้โมเดล ตั้งแต่กลุ่มที่ให้บริการฟรีหรือมีต้นทุน Token ต่ำ ไปจนถึงโมเดลที่มีต้นทุนสูง ให้สอดคล้องกับงาน ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานไปจนถึงขั้นสูง เพื่อให้ทรัพยากรถูกใช้ตรงกับความจำเป็นจริงและลดการสิ้นเปลืองที่ไม่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่ม2.เปิดทางให้นักพัฒนาเข้าถึง Token ขั้นสูง ซึ่งควรถูกจัดสรรสำหรับงานที่ซับซ้อนและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง พร้อมเปิดโอกาสให้นักพัฒนาเข้าถึงผ่านระบบ API เพื่อนำไปต่อยอดสร้างนวัตกรรมได้อย่างรวดเร็ว แนวทางนี้จะช่วยลดความเสี่ยงและภาระต้นทุนตั้งต้นให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มสตาร์ตอัพและนักพัฒนารายใหม่ ช่วยขยายระบบนิเวศ AI ของไทยได้เร็วยิ่งขึ้น3.สนับสนุนโมเดล LLM ที่พัฒนาโดยคนไทย ควรเพิ่มโมเดล ThaiLLM และเครือข่ายโมเดล LLM ของไทยเข้าไปเป็นทางเลือกในแพลตฟอร์ม พร้อมจัดให้มีกลไกส่งต่อข้อมูลและผลการใช้งานกลับสู่นักวิจัยและผู้ประกอบการไทย ภายใต้กรอบความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลที่เหมาะสม4.ลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ควรจัดสรรงบประมาณส่วนหนึ่ง สำหรับการเพิ่มจำนวน AI Server ภายในประเทศเพื่อให้นักวิจัยและผู้ประกอบการด้าน AI สามารถเข้าถึงทรัพยากรการประมวลผลได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายหรือในราคาประหยัด5.วางบทบาทเป็นจุดเชื่อมและจุดเปิดตัวนวัตกรรม แพลตฟอร์ม TH-AI Passport ควรทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างผู้ใช้งาน AI ในประเทศกับผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมด้าน AI ของไทย ให้สามารถเข้าถึงกันได้โดยง่าย รวมถึงวางตำแหน่งเป็น AI Launchpad หรือจุดเปิดตัวผลิตภัณฑ์และบริการ AI ใหม่ๆ ของประเทศ6.รายงานการใช้ Token อย่างโปร่งใส ควรจัดให้มีระบบรายงานปริมาณการใช้ Token ที่เกิดขึ้นจริงของโมเดลแต่ละค่าย เพื่อให้เข้าใจพฤติกรรมและรูปแบบการใช้งานของผู้ใช้แต่ละกลุ่ม ช่วยให้เกิดการประเมินความคุ้มค่าของงบประมาณบนพื้นฐานของข้อมูลเชิงประจักษ์7.จัดสรรงบประมาณซื้อ Credit จาก AI สตาร์ตอัพไทย เพื่อกระจายโอกาสสู่ประชาชนและเอสเอ็มอี ได้ทดลองใช้งานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย8.มีระบบกำกับดูแลและตรวจสอบ AI Governance ที่เหมาะสมกับโครงการ เนื่องจาก TH-AI Passport เป็นแพลตฟอร์มกลางที่จัดสรรสิทธิ์การใช้โมเดล AI และมีข้อมูลผู้ใช้จำนวนมากไหลผ่านระบบ จึงควรมีกลไกกำกับดูแลและตรวจสอบด้านธรรมาภิบาล AI (AI Governance) ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและกฎหมายไทยที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)คลิกอ่านคอลัมน์ “บทความไซเบอร์เน็ต” เพิ่มเติม