“เมื่อหน้าจอไม่ใช่แค่ความบันเทิงแต่เป็น “กับดัก” ...สะท้อนความจริงจากงานวิจัย “สื่อลามก”...ส่งผลต่อสมองและอารมณ์อย่างไร? การศึกษาวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Frontiers in Human Neuroscience (17/7/2025)...ให้ความเข้าใจว่าการใช้ “สื่อลามก” ทางวิดีโอ อินเตอร์เน็ตบ่อยครั้งอาจส่งผลต่อสมองได้อย่างไร การดูบ่อยครั้งจะเปลี่ยนแปลงสมองในลักษณะที่สะท้อนเสมือนการติด “ยาเสพติด”การศึกษาวิจัยระบุว่า การใช้สื่อลามกบ่อยครั้งอาจทำให้วงจรควบคุมและตอบสนองรางวัลของสมองเปลี่ยนแปลงไป ...ส่งผลให้เกิดการตื่นตัวทางระบบประสาท การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และอาจเกิดการพึ่งพาเสพติดได้ ซึ่งเทียบได้กับที่พบในผู้ติดยาโอปิออยด์การเชื่อมต่อสมองใหม่โดยความหลงใหล...การศึกษานี้ดำเนินการที่วิทยาลัยแพทยศาสตร์เฉิงตู ประเทศจีน โดยศึกษานักศึกษาสุขภาพดี 21 คนที่ดูสื่อลามกอนาจารในระดับที่แตกต่างกันและไม่มีประวัติการใช้สารเสพติด ผู้เข้าร่วมถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่รับชมสื่อลามกอนาจารเป็นครั้งคราวและบ่อยครั้ง และกลุ่มที่มีอาการหมกมุ่นเรื้อรัง การทดลองนี้ได้เลือกวิดีโอลามกอนาจารความยาว 10 นาที นักวิจัยได้วัดการทำงานของสมองและเวลาตอบสนองของผู้เข้าร่วมก่อนและหลังการรับชมวิดีโอ นอกจากนี้ ขณะที่ผู้เข้าร่วมรับชมวิดีโอ กิจกรรมทางระบบประสาทแบบเรียลไทม์ สัญญาณชีพ และสีหน้าของผู้เข้าร่วมยังถูกบันทึกไว้ด้วย...ผลการวิจัยเผยให้เห็นว่า การดูสื่อลามกบ่อยครั้งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง 3 ประการ ที่แตกต่างกันในวิธีการตอบสนองของสมองและร่างกายของเราประการแรก...วงจรการให้รางวัลสมองถูกควบคุม เมื่อผู้ใช้สื่อลามกบ่อยครั้ง ดูวิดีโอดังกล่าวรูปแบบสมองของพวกเขาแสดงลักษณะที่คล้ายคลึงกับผู้ติดยาเสพติด เช่น โคเคนหรือโอปิออยด์ตามที่นักวิจัยกล่าว บริเวณสมองที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ การควบคุมตนเอง และการคาดหวังผลตอบแทนการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจทำให้ผู้ชมยังคงดูสื่อลามกต่อไป จนเกิดพฤติกรรมเสพติด เช่น ให้ความสำคัญกับสื่อลามกมากกว่าการทำงาน การเข้าสังคม หรือกิจกรรมอื่นๆที่เคยชื่นชอบยิ่งไปกว่านั้น การดูสื่อลามกเป็นประจำจะนำไปสู่การหลั่งโดพามีนอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้เกิดความอดทนและความรู้สึกต่อสิ่งเร้า สิ่งที่เคยกระตุ้นใครบางคนอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ทำให้บุคคลนั้นแสวงหาความพึงพอใจที่รุนแรงยิ่งขึ้น เพื่อสัมผัสถึงความรู้สึกในระดับเดิม ประการที่สอง...การตอบสนองทางอารมณ์สะท้อนถึงการใช้ยา นอกเหนือจากการเปลี่ยนแปลงทางระบบประสาทแล้ว การศึกษายังพบอีกว่า ปฏิกิริยาทางอารมณ์ในผู้ใช้สื่อลามกมีความคล้ายคลึงกับปฏิกิริยาที่สังเกตได้ในผู้ติดยาเสพติดยกตัวอย่างเช่น ผู้ใช้สารโอปิออยด์จะรู้สึกสงบอย่างที่สุด รู้สึกสบายตัว บรรเทาอาการปวด และรู้สึกรับรู้ไม่ชัด ซึ่งนำไปสู่อัตราการเต้นของหัวใจที่ลดลง ในทำนองเดียวกันนักวิจัยพบว่าผู้เข้าร่วมที่ดูสื่อลามกมีอัตราการเต้นของหัวใจที่ลดลง โดยผู้ใช้สื่อลามกบ่อยครั้งจะมีอัตราการเต้นของหัวใจลดลงอย่างเห็นได้ชัดการแสดงออกทางสีหน้าที่แสดงอารมณ์ขณะรับชมวิดีโอความยาว 10 นาทีนี้เผยให้เห็นรูปแบบที่บ่งบอกได้ชัดเจนยิ่งขึ้น... ผู้ที่รับชมหนังโป๊บ่อยครั้งแสดงสีหน้าแห่งความสุขและความพึงพอใจที่เพิ่มมากขึ้น คล้ายกับความรู้สึกสุขสบายที่ผู้ใช้ยาเสพติดรายงาน...อย่างไรก็ตาม พวกเขายังแสดงความโกรธและความเศร้ามากกว่าผู้ที่ดูไม่บ่อยอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งบ่งชี้ถึงความผันผวนทางอารมณ์ที่มากขึ้นน่าสนใจอีกว่าภายในกลุ่มที่ดูรายการบ่อย นักวิจัยระบุว่า อารมณ์ขึ้นๆลงๆเหล่านี้ อาจเกิดจากความรู้สึกตื่นเต้นที่ขัดแย้งกัน ความทุกข์แบบถอนตัว และการควบคุมอารมณ์ในสมองที่บกพร่องสิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ ผู้ที่ดูหนังโป๊บ่อยๆมักจะรู้สึกประหลาดใจ น้อยกว่าและมีสีหน้าชาๆมากกว่า คล้ายกับความสงบนิ่งอย่างรุนแรงที่เกิดจากยาโอปิออยด์ นอกจากนี้ กลุ่มนี้ยังแสดงความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าสูงกว่าด้วย...ในทางตรงกันข้าม ผู้ชมหนังโป๊ทั่วไปแสดงความรู้สึกรังเกียจและหวาดกลัวมากกว่า ซึ่งนักวิจัยชี้ให้เห็นว่า อาจบ่งชี้ว่าพวกเขาดื่มด่ำกับเนื้อหาเหล่านี้น้อยลงและรู้สึกน้อยลงรูปแบบนี้...บ่งชี้ว่าพวกเขายังคงมีปฏิกิริยาป้องกันตัวแบบปกติต่อเนื้อหาที่โจ่งแจ้งประการที่สาม...ความคิดที่คลุมเครือ การใช้สื่อลามก ยังส่งผลต่อความสามารถในการรับรู้อย่างมีนัยสำคัญ...การศึกษานี้วัดความแม่นยำและเวลาตอบสนองของผู้เข้าร่วมในการทำแบบทดสอบสีและคำ ก่อนและหลังการรับชม และพบว่าผู้ใช้สื่อลามกเรื้อรังมีอัตราการลดลงทั้งสองอย่างมากกว่า ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการดูสื่อลามกบ่อยครั้งอาจส่งผลกระทบ ต่อความสามารถในการควบคุมความสนใจและการตัดสินใจอย่างมีสติของบุคคลได้ ข้อมูลทั้งหมดนี้ตัดตอนมาจาก เรื่อง “สื่อลามกส่งผลต่อสมองและอารมณ์อย่างไร?” โพสต์ไว้ในเฟซบุ๊กเพจ “ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha”ที่น่ากังวลคือ “ภาวะอารมณ์แปรปรวน” ผู้ที่ดูบ่อยมักจะมีความโกรธและความเศร้าสะสมสูงกว่าคนทั่วไป มีอาการซึมเศร้าและวิตกกังวลเป็นเงาตามตัว ในขณะที่ปฏิกิริยาป้องกันตัวตามธรรมชาติอย่างความ “รังเกียจ” หรือ “ความกลัว” ต่อสิ่งลามกกลับหายไป กลายเป็นคนที่มีใบหน้าชาด้านต่อโลกความเป็นจริงอย่างไรก็ตาม นักวิชาการยังให้ความหวังว่าสมองมนุษย์มีความยืดหยุ่นสามารถเยียวยาได้หาก “หยุด” และ “บำบัด” อย่างถูกวิธี ผ่านการใช้จิตบำบัดแบบ ACT หรือการฝึกสติ“กุญแจสำคัญคือการมองให้ไกลกว่าความใคร่ของตัวเอง” จอห์น ฟูเบิร์ต ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกย้ำชัดว่า การหาเป้าหมายชีวิตที่ยิ่งใหญ่กว่าความสุขชั่วคราวคือทางรอดเดียวที่จะล้างมลพิษในสมองได้...จงถามตัวเองว่า คุ้มไหมที่จะเอาสมองและอนาคตไปแลกกับภาพลวงตาเพียงไม่กี่นาที?คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม