ดีเอสไอเชิญ 3 ผู้เชี่ยวชาญร่วมตรวจหลักฐาน "คดีแตงโม" ส่อเค้าถูกทำร้ายก่อนตกน้ำ เตรียมใช้ AI แปลงภาพสีวิเคราะห์พยาธิสภาพ คาดสรุปสำนวนได้ในสิ้นเดือน มิ.ย. หัวหน้าพนักงานสืบสวนเผยเป้าหมายหลักคือพิสูจน์ว่ามีกลุ่มบุคคลหรือเจ้าหน้าที่รัฐร่วมกันบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมช่วยเหลือผู้กระทำความผิดหรือไม่ หากพบจะส่งต่อให้ ป.ป.ช. ไต่สวนทันที ขณะที่หมอพรทิพย์ชี้ภาพแผล “แตงโม” จากสำนวนศาลเยอะเกินไปและไม่เข้ากับใบพัดเรือ คาดเกิดจากของมีคมมากกว่า ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นการบาดเจ็บจากการต่อสู้หรือถูกทำร้ายก่อนเสียชีวิตดีเอสไอใกล้สรุปสำนวนการเสียชีวิตปริศนา “แตงโม” ใน มิ.ย.นี้ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 มิ.ย. ที่ศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C) ชั้น 9 กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผอ.กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนที่ 20/2568 กรณีการตกเรือเสียชีวิตของ น.ส.นิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม อดีตนักแสดงหญิงชื่อดัง เมื่อวันที่ 24 ก.พ.65 ในประเด็นที่สงสัยว่ามีกลุ่มบุคคลต่างๆร่วมกันบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมทางอาญาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เพื่อให้การช่วยเหลือแก่บุคคลอื่น ให้ไม่ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลง ได้เชิญแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ 3 ราย ประกอบด้วย แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบัน นิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม พ.อ.นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์ นายเอกราช นามโภคิน โปรแกรมเมอร์ ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์และวิเคราะห์ระบบ GPS มาให้ความเห็นทางวิชาการ เพื่อนำถ้อยคำประกอบสำนวนการสืบสวน ก่อนสรุปสำนวนส่งสำนักงาน ป.ป.ช.เพื่อไต่สวนการทำสำนวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยมิชอบภายในเดือน มิ.ย.พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผอ.กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า คาดว่าภายในเดือน มิ.ย.จะได้ผลสรุปสำนวนคดีการสืบสวนพร้อมความเห็นทางคดี จากการสืบสวนที่ผ่านมา พบประเด็นสงสัยของรูปภาพที่ปรากฏในสื่อ และตำแหน่งระบุพิกัด (GPS) ที่พยานเคยเข้าให้การ ประกอบกับคำพิพากษาของศาลในหลายคดี มีข้อเท็จจริงหลายเรื่องที่ไม่ตรงกัน หลังจากที่ได้รับข้อมูลได้สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและนำสิ่งของที่ได้จากมารดาของคุณแตงโมไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม วันนี้เราได้เชิญผู้เชี่ยวชาญทั้งสิ้น 3 ราย 1 ในนี้มีแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ ที่เป็นผู้รู้เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่แรกมาให้ข้อมูลเรื่องบาดแผลขาหลังด้านขวาคุณแตงโม รวมทั้งได้เชิญผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีอย่างนายเอกราช นามโภคิน เพื่อที่จะได้นำภาพจำลองที่อยู่ในคำพิพากษาศาลออกมาจำลองเป็นภาพสี และจัดทำภาพใหม่ขึ้นมาหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีแตงโมกล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีภาพจริงที่เราได้มาจากสถาบันนิติเวช สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะก่อนหน้านี้ที่ได้ขอภาพจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ก็ยังไม่ได้มา ต้องใช้ภาพของสถาบันนิติเวช สำนักงานตำรวจแห่งชาติแทน เมื่อได้ภาพมาแล้วจะได้นำมาจำลองเหตุการณ์ วันนี้เรามีทั้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวช และแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านบาดแผลศัลยกรรมตกแต่งมาร่วมกันให้ข้อมูลบาดแผลด้านหลังขาขวาของแตงโม หากการพิจารณาระหว่างแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชวันนี้มีผลเสร็จสิ้น คงจะได้ข้อยุติ คณะพนักงานสืบสวนจะได้สรุปความผิดทางคดีในสิ้นเดือน มิ.ย.69 ว่าท้ายสุดแล้วมีการบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมจริงหรือไม่ การตรวจสอบข้อเท็จจริงตรงนี้จะอาศัยผลทางนิติวิทยาศาสตร์ และการตรวจสอบทางเทคโนโลยี ประกอบคำให้การของพยานในชั้นศาลที่ไม่ตรงกันเลยเป็นหลักเมื่อถามว่าบาดแผลด้านหลังขาขวา ไม่เคยปรากฏในสำนวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาก่อนเลยใช่หรือไม่ พ.ต.ต.ณฐพลกล่าวว่า มีเหตุสงสัยว่าเคยมีการพิจารณามาก่อนหรือไม่ เพราะได้ประเด็นนี้มาจากการตรวจสอบคำพิพากษาของศาล ต้องนำมาประกอบดูว่าตรงกันหรือไม่ หากท้ายสุดพบว่าหลักฐานบาดแผลด้านหลังขาขวาของแตงโม ไม่เคยมีการตรวจสอบในสำนวนคดีของตำรวจมาก่อน จะต้องดำเนินคดีฐานละเว้นกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำสำนวนครั้งแรกหรือไม่ การสืบสวนของดีเอสไอ คือการตรวจสอบกระบวนการข้อเท็จจริงที่ถูกนำไปสู่ชั้นศาล ชั้นพนักงานสอบสวนว่าเคยนำหลักฐานตรงนี้ปรากฏหรือไม่ ส่วนว่าใครได้ทำหรือไม่ได้ทำจะมีความผิดหรือไม่นั้นจะเป็นขั้นตอนภายหลังจากที่สืบสวนเสร็จสิ้นแล้ว เพื่อจะได้ข้อสรุปว่ามีกระบวนการบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมหรือไม่พ.ต.ต.ณฐพลกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีว่าจะเป็นข้อกังขาหรือไม่ที่นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เกี่ยวกับการพิสูจน์ภาพบาดแผล มองว่าเทคโนโลยีคือการใช้ไขปัญหาได้ดีอย่างหนึ่ง และเป็นแนวทางที่จะใช้พิสูจน์หาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ ส่วนว่ามีความมั่นใจมากขึ้นหรือไม่ที่ภาพร่องรอยบาดแผลด้านหลังขาขวานี้จะนำไปสู่การพลิกคดีว่าท้ายสุดแล้วแตงโมอาจถูกฆาตกรรม หรือมีการทำร้ายร่างกายแตงโมก่อนที่จะเสียชีวิต มองว่าการจะถูกฆาตกรรมก่อนหรือไม่ อาจยังไม่สรุปในส่วนนี้ แต่จะเน้นดูว่าในการสอบสวนที่ผ่านมามีการบิดเบือนข้อเท็จจริงสาเหตุการเสียชีวิตของแตงโมหรือไม่ ด้วยสาเหตุอะไร ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงตรงนี้ให้เป็นที่ยุติก่อน หากพิสูจน์ได้ว่ามีกระบวนการบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมจริง จะนำไปสู่การประมวลเรื่องขอรับเป็นคดีพิเศษได้ หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องบิดเบือนกระบวนการที่ทำทางอาญา ดีเอสไอต้องส่งสำนวนนี้ให้ ป.ป.ช.ไต่สวนต่อ และจะได้เชิญประชุมคณะพนักงานสืบสวนนัดสุดท้ายในสัปดาห์ที่สามของเดือน มิ.ย. เชื่อว่าจะได้ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์ต่อสำนวนการสืบสวนแน่นอนมีรายงานถึงภาพบาดแผลด้านหลังขาขวาของ น.ส.นิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม ที่พบรอยกรีดลึกไปถึงชั้นไขมัน อาจเป็นลักษณะบ่งชี้ว่าแตงโมถูกทำร้ายร่างกายก่อนเสียชีวิต จากหลักฐานภาพพบร่องรอยบาดแผลหลายจุดบริเวณขา เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยเพียงบาดแผลขาขวาด้านหน้า เป็นแผลขนาดใหญ่ลักษณะฉีกขาดรุนแรง แต่จากภาพชุดล่าสุดที่พบ พบว่าบาดแผลขาขวาด้านหลัง ยังมีรอยบาดแผลอีก 3 จุด คล้ายถูกของแข็งหรือวัตถุปลายแหลมทิ่มแทง ขณะเดียวกันบริเวณ ขาซ้ายด้านหน้า พบรอยแผลลักษณะคล้ายถูกของมีคมกรีดเป็นแนวยาว ส่วนขาขวาด้านซ้าย ยังพบร่องรอยบาดแผลเพิ่มเติมอีก 2 แห่ง ลักษณะใกล้เคียงกัน จากลักษณะบาดแผลที่กระจายอยู่หลายตำแหน่ง ผู้เกี่ยวข้องบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่านักแสดงสาวแตงโมอาจมีบาดเจ็บจากการถูกทำร้ายก่อนเสียชีวิต และอาจดิ้นรนหรือต่อสู้ขัดขืนเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ข้อสันนิษฐานดังกล่าวยังต้องรอการตรวจสอบและยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญรวมถึงผลทางนิติวิทยาศาสตร์สรุปสาเหตุและพฤติการณ์ที่แท้จริงต่อไปรายงานภายในคณะพนักงานสืบสวนระบุอีกว่า กระบวนการที่นำภาพบาดแผลจากสีขาวดำ มาทำเป็นภาพสี ได้มีการเตรียมใช้เทคโนโลยี AI Colorization ไม่ใช่การสร้างข้อเท็จจริงใหม่ แต่เป็นการสร้างภาพเพื่อช่วยตีความข้อมูลเดิม หลักการเดียวกับ Forensic Facial Reconstruction จากโครงกะโหลก หรือ 3D Reconstruction จาก CT Scan/DICOM ที่ใช้ข้อมูลต้นฉบับมาสร้างแบบจำลองให้เข้าใจง่ายขึ้น ทำให้ภาพที่ได้เป็น Visualization Tool หรือ Decision Support Tool สำหรับการวิเคราะห์ทางการแพทย์และนิติวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่หลักฐานต้นฉบับ แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญมองเห็นรายละเอียดทางกายวิภาคและพยาธิสภาพได้ชัดเจนขึ้น โดยยังคงยึดข้อมูลต้นฉบับเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดเสมอด้าน พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ อดีต ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม กล่าว หลังให้ความเห็นทางวิชาการเสร็จสิ้นว่า บาดแผลบนร่าง น.ส.นิดา หรือแตงโม ที่ปรากฏชัดเจนในเอกสารคำพิพากษาศาล ขัดแย้งกับคำให้การในสำนวนคดีอย่างสิ้นเชิง บาดแผลที่พบไม่ใช่บาดแผลใหม่ แต่เป็นภาพหลักฐานเดิมที่นำมาขยายและทำให้คมชัดขึ้น จากการร่วมวิเคราะห์กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่ง เห็นตรงกันในเบื้องต้นว่า บาดแผลทั้งหมดไม่เข้ากับพฤติการณ์ที่อ้างว่าตกท้ายเรือแล้วถูกใบพัดเรือบาด เนื่องจากศพมีบาดแผลจำนวนมากเกินไป ทั้งแผลลึก ยาว มีขนาดใหญ่ บางแผลมีชั้นไขมันติดออกมาด้วย พยาธิสภาพลักษณะนี้ดูคล้ายกับบาดแผลที่เกิดจาก “ของมีคม” มากกว่า แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าบาดแผลเกิดจากสิ่งใด หรือเกิดขึ้นก่อนหรือหลังการตกเรือ รวมถึงยังไม่ได้ลงลึกไปถึงขั้นว่าเป็นร่องรอยของการขัดขืนต่อสู้หรือไม่ แต่ที่ผ่านมาคณะพนักงานสืบสวน DSI ไม่เคยได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงภาพถ่ายต้นฉบับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งที่เป็นสิทธิ์โดยชอบธรรมที่ผู้เสียชีวิตและญาติสายตรงควรจะได้รับรู้ตามหลักกระบวนการยุติธรรมทั้งนี้ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติในกระบวนการทำคดีช่วงเริ่มต้น โดยชี้ว่าคดีนี้ถูกแทรกแซงและได้รับผลกระทบมาตั้งแต่แรกเริ่ม มีคำสั่งยึดโยงลึกลับให้ย้ายศพออกจากพื้นที่ ทั้งที่ตามหลักแล้วต้องชันสูตรโดยแพทย์นิติเวชในพื้นที่ทันที การย้ายศพทำให้กระบวนการล่าช้าจนศพเริ่มเน่าเปื่อยและหลักฐานสำคัญเลือนหาย ในช่วงแรกเรือลำเกิดเหตุกลับไม่ได้รับสิทธิ์ให้เข้าตรวจสอบอย่างอิสระและทันท่วงที ทำให้แพทย์และผู้เชี่ยวชาญต้องพึ่งพาการตรวจสอบจากร่างของผู้เสียชีวิตเพียงอย่างเดียว มีการจำกัดสิทธิ์ญาติ ในการชันสูตรศพครั้งที่สอง แต่ไม่มีโอกาสได้สัมผัสร่างของผู้เสียชีวิตเลย ทั้งที่ตามหลักสากลญาติมีสิทธิ์ร้องขอให้แพทย์นิติเวชภายนอกหรือหน่วยงานเอกชนเข้าร่วมชันสูตรได้ อย่างไรก็ตาม การหารือกับ DSI วันนี้ถือเป็นประโยชน์มาก และหากตั้งต้นคดีใหม่ คาดว่าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะสามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงก่อนและหลังการเสียชีวิตให้กระจ่างต่อสื่อมวลชนได้อย่างแน่นอน”ด้าน พ.อ.นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร อดีตศัลยแพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เปิดเผยว่า จากการกู้ข้อมูลภาพถ่ายจาก iCloud โทรศัพท์มือถือของแตงโม และนำมาผ่านเทคโนโลยี Reconstruction พบว่าในวันเกิดเหตุแตงโมสวมรองเท้าชนิดไม่มีส้นและไม่หุ้มส้น จากการตรวจสอบคลิปวิดีโอเหตุการณ์บนเรือทั้งหมด ไม่พบรองเท้าของแตงโมอยู่บนเรือ เมื่อพบร่างลอยน้ำรวมถึงในบันทึกการชันสูตรพลิกศพครั้งแรกก็ระบุชัดเจนว่า “ไม่มีรองเท้า” ที่สำคัญคดีนี้ไม่มีการตรวจรองเท้าของคนบนเรือสักคนเดียว ทั้งที่มีประเด็นเรื่องคราบทราย สิ่งที่น่าสงสัยที่สุดคือ หลังจากหมอชันสูตรศพเสร็จและนำศพใส่ถุงไปแล้ว กลับมีบุคคลปริศนานำรองเท้าตามเอาไปยัดใส่ไว้ในถุงศพภายหลัง พฤติการณ์แบบนี้พวกท่านอาจจะทำคดีมาเยอะ แต่มันชดเชยกับการฆาตกรรมอำพรางไม่ได้พ.อ.นพ.ธวัชชัยยังเผยถึงเบื้องหลังการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมโดยระบุว่า เดิมทีมีหนังสือนำส่งร่างแตงโมไปชันสูตรที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต รถกู้ภัยของคุณไทด์-เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ นำร่างขึ้นทางด่วนมุ่งหน้าไปแล้ว แต่มีนายตำรวจยศ “พล.ต.ท.” โทรศัพท์สั่งการด่วนที่สุด คาดว่ารับคำสั่งมาจากผู้มีอำนาจที่ใหญ่กว่านั้น ให้เปลี่ยนเส้นทางย้ายศพไปที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจแทน ทำให้รถกู้ภัยต้องจอดนิ่งบนโรงพักรอเปลี่ยนหนังสือประสานงาน ในช่วงที่รถจอดรออยู่นั้นมีเจ้าหน้าที่หน่วยงานหนึ่งแอบพลิกศพและถ่ายรูปไว้ ต้องขอบคุณคนในหน่วยงานนั้นที่ทนความอยุติธรรมไม่ได้ แอบปล่อยภาพถ่ายบาดแผลต้นขาขวาด้านหน้าออกมาสู่สาธารณะ เพราะถ้าไม่มีภาพนี้หลุดมา คดีนี้คงถูกปิดฉากจบไปนานแล้ว อีกทั้งเมื่อศพไปถึง รพ.ตำรวจ ในเวลา 16.00 น. คดีใหญ่ระดับประเทศขนาดนี้ มีหมอผู้รับผิดชอบทำคดีเพียงแค่คนเดียว และยังนำร่างไปทดลองกับใบพัดเรือซึ่งพบความผิดปกติขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิงส่วนนายเอกราช นามโภคิน ผู้เชี่ยวชาญด้าน ซอฟต์แวร์ กล่าวว่า วันนี้ได้นำภาพขาวดำมาทำเป็นภาพสี โดยใช้เทคโนโลยี AI เข้าช่วย เพราะปัจจุบันนี้ยังไม่เคยได้รับภาพร่องรอยบาดแผลที่เป็นภาพสีจากหน่วยงานใดเลย แต่ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ก็มีภาพหลุดเต็มตัว บางส่วนก็เป็นภาพที่ถูกซูมเข้าระยะใกล้เท่านั้น แต่ไม่เคยรู้เลยว่าภาพเหล่านั้นถูกนำไปใช้ประกอบในสำนวนครั้งแรกหรือไม่ แต่เมื่อได้ภาพหลักฐานที่มาจากคำพิพากษาของศาล ก็ปรากฏว่าอยู่ในสำนวนด้วยแปลว่าเป็นภาพจริง จึงนำเอาภาพบางส่วนมาทำเป็นภาพสี และให้ AI ช่วยวิเคราะห์และถอดอัตลักษณ์รายละเอียดทั้งหมดของบาดแผล ไม่ว่าจะเป็นลักษณะบาดแผลการฟกช้ำก็ตาม ทำให้ได้ภาพที่ AI วิเคราะห์ได้สมบูรณ์ที่สุด แม้ไม่ใช่ภาพที่จะเป็นพยานหลักฐาน แต่ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ได้ง่ายขึ้น ได้เห็นถึงลักษณะบาดแผล ความคมความลึกของบาดแผล อีกทั้งเรื่องสำคัญอีกประการคือเรื่องรองเท้าของผู้เสียชีวิต ที่เราได้มีการนำภาพมาทำแบบ Reconstruction ซึ่งจะทำให้เห็นชัดเจนว่าเป็นรองเท้าคู่ใด และเป็นรองเท้าคู่ใดของแตงโมที่ใช้หรือไม่อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่