พบแล้วศพ “น้ององุ่น” อยู่ในกอไผ่กลางสวนยาง หลังหายตัวไปกว่า 2 วัน เจ้าหน้าที่ระดมกำลังออกตามหาไปทั่ว กระทั่งชาวบ้านได้กลิ่นเหม็นเน่าเข้าไปดูถึงผงะ สภาพศพพบรอยดำคล้ำที่คอคล้ายถูกบีบก่อนเสียชีวิต ขณะที่ตำรวจล็อกตัวชายต้องสงสัย 1 คน พักอยู่ในพื้นที่เดียวกันไปสอบสวน เบื้องต้นให้การปฏิเสธจากเหตุ ด.ญ.กษมา หรือน้ององุ่น (ไม่มีนามสกุล) อายุ 7 ขวบ หายตัวออกจากบ้านพักในพื้นที่บ้านทิโคร่ง หมู่ 4 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 30 พ.ค. นายชัยและนางฝน พ่อแม่น้ององุ่น รวมถึงญาติช่วยกันออกตามหา ประสานทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า เจ้าหน้าที่ ตชด.134 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม เจ้าหน้าที่ ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ ระดมกำลังกันออกค้นหาแบบปูพรม และมีนักประดาน้ำ มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์และใจถึงใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน สนับสนุนค้นหาในบ่อปลาที่อยู่ใกล้เคียงมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งชาวบ้านยังทำพิธีทางศาสนาตามความเชื่อเพื่อให้พบตัวน้ององุ่นโดยเร็วความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 มิ.ย. พ.ต.อ.สันติ พิทักษ์สกุล ผกก.สภ.สังขละบุรี รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่าพบศพน้ององุ่นอยู่ใต้กอไผ่กลางสวนยางพารา ต.ปรังเผล ฝั่งตรงข้ามกับศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ลึกจากถนนเข้าไปประมาณ 200 เมตร ไปตรวจสอบพร้อมพนักงานสอบสวน ตำรวจฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวร โรงพยาบาลสังขละบุรีและอาสามูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ที่เกิดเหตุเป็นกอไผ่รกพบศพน้ององุ่น อยู่ในสภาพร่างขึ้นอืดส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่วบริเวณ ใส่เสื้อยืดสีดำ กางเกงสีชมพู มีร่องรอยฉีกขาด บริเวณลำคอพบรอยดำคล้ำคล้ายถูกบีบคอก่อนเสียชีวิต เจ้าหน้าที่เก็บหลักฐานก่อนส่งศพไปผ่าพิสูจน์เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตสอบถามคนงานสวนยางทราบว่า ช่วงเช้าออกไปทำงานในสวนยางได้กลิ่นเหม็นเน่าที่กอไผ่คิดว่าน่าจะเป็นสัตว์ตาย เมื่อเดินเข้าไปดูกลิ่นยิ่งโชยแรงเห็นศพเด็กถึงกับผงะรีบแจ้งผู้ใหญ่บ้านมาตรวจสอบ คาดเป็นเด็กที่หายไปในพื้นที่ ต่อมาพ่อแม่และญาติน้ององุ่นเดินทางมาที่เกิดเหตุเห็นศพลูกร่ำไห้แทบขาดใจขณะที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนคุมตัวชายต้องสงสัยอายุประมาณ 40 ปี เป็นชาวบ้านอยู่ในพื้นที่เดียวกันไปสอบสวน เนื่องจากต้องสงสัยว่าอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นเกี่ยวกับการเสียชีวิตของน้ององุ่น เบื้องต้นยังให้การปฏิเสธอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่