ฝ่ายค้านดันสุดตัว “ไหม ศิริกัญญา” เผยญัตติด่วนตั้ง กมธ.จับตากู้เงิน 4 แสนล้าน เข้าสภา 4 มิ.ย.นี้ ซัดรอง ปธ.สภาฯวินิจฉัยผิดพลาด ดักคอกระทรวงคลังมุบมิบชงเองกินเอง หวังรอบนี้รัฐบาลจะไม่ขวางการตรวจสอบ “เสรีพิศุทธ์” นำทีมบุกถึงถิ่น “เนวิน” ทวงคืนเขากระโดง คนพื้นที่เขาพิพาทหวั่นเดือดร้อนไปด้วย “ชูศักดิ์” เปิด 189 สส.ร่วมเข้าชื่อร่างแก้ รธน.ฉบับ พท. อยากเห็นเป็นวาระแห่งชาติสนอง 21 ล้านเสียงประชามติฝ่ายค้านดันสุดตัว น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน เผยญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามการใช้จ่ายงบประมาณตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ที่ยื่นใหม่จะเข้าสู่วาระที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 4 มิ.ย.นี้“ไหม” เผยถกตั้ง กมธ.กู้เงิน 4 มิ.ย.เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมผลักดันญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามการใช้จ่ายงบประมาณตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทว่า เป็นไปในทิศทางเดียวกับข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เรายื่นญัตติดังกล่าวไปตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมาแล้ว แต่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มอบหมายให้ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร วินิจฉัยว่าไม่ใช่ญัตติด่วน ถือว่าผิดพลาดไปมากจากข้อมูลข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น จึงประสานงานกับวิปรัฐบาลอีกครั้ง ทำอย่างไรให้ญัตตินี้ถูกเลื่อนขึ้นมาพิจารณาโดยเร็ว เพราะเห็นว่าควรเป็นญัตติด่วน จึงได้วันที่จะพิจารณาญัตติดังกล่าว คือวันที่ 4 มิ.ย.นี้ แต่ยังไม่ได้ตกลงกับวิปรัฐบาลแน่ชัดว่าจะได้เวลาเท่าไหร่แน่ดักคอคลังมุบมิบชงเองกินเองน.ส.ศิริกัญญากล่าวต่อว่า คิดว่าปัญหาเร่งด่วนคือรัฐบาลมีการอนุมัติโครงการต่อเนื่องมาเรื่อยๆ จากคณะกรรมการกลั่นกรอง โดยยังอยู่ในรูปแบบที่กระทรวงการคลังเป็นคนชงเรื่อง และอนุมัติโครงการ หรือเป็นเจ้าของโครงการเอง แต่ไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุลอะไรเลย ทำให้ทางฝั่งสภาฯต้องตั้ง กมธ.วิสามัญชุดนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อจะได้เป็นอีกหูตาหนึ่งในการคัดกรอง แต่ต้องบอกว่ารอบนี้ไม่ทันแล้ว เพราะเงินกู้ถึงมือประชาชนผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส รวมถึงมีการเติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปเรียบร้อยแล้ว เราไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคตหวังรัฐบาลไม่ขวางการตรวจสอบผู้สื่อข่าวถามว่าคาดว่าจะได้รับความร่วมมือจากฝ่ายรัฐบาลหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาการที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติขอให้สภาฯตั้ง กมธ.วิสามัญติดตามโครงการแลนด์บริดจ์ก็ไม่ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายรัฐบาล น.ส.ศิริกัญญาตอบว่า ยังหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือ หากเรามองย้อนกลับไปตอนสมัยเงินกู้ 1 ล้านล้านบาทของโควิด หรือเงินกู้ 5 แสนล้านบาทของโควิด สส.พรรคภูมิใจไทยในขณะนั้นที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ก็เสนอญัตติด่วนประเภทเดียวกัน และเข้าไปนั่งเป็น กมธ.วิสามัญ ไม่ว่าจะเป็นนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หรือนายสิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม จึงไม่มีเหตุผลอะไรว่าเมื่อถึงเวลาที่พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำรัฐบาลแล้ว จะไม่ยอมตั้งคณะ กมธ.วิสามัญชุดนี้ เมื่อถามว่าต้องพูดคุยกับฝั่งรัฐบาลเพื่อทำความเข้าใจกันนอกรอบหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญาตอบว่า ให้เป็นหน้าที่ประธานวิปฝ่ายค้าน“เสรีพิศุทธ์” เหยียบถึงถิ่น “เนวิน”ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.บุรีรัมย์ ว่า ตามที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ประกาศแผนเดินทางมา จ.บุรีรัมย์ เข้าพบนายเนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย โดยตรง และจะเข้าแจ้งความดำเนินคดีทวงที่ดินเขากระโดงคืนรัฐ ล่าสุดวันเดียวกัน เพจ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส โพสต์ภาพขณะ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยืนถ่ายอยู่หน้าปากทางเข้าบ้านเลขที่ 30/2 หมู่ 4 ซึ่งเป็นบ้านของนายเนวิน และนางกรุณา ชิดชอบ และยังมีชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี อยู่ในทะเบียนบ้านหลังนี้ด้วย พร้อมระบุข้อความว่า “ถึงแล้ว 30/2 หมู่ 4 ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ บ้านของเจ้าสัวเนวิน ชิดชอบ กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล ผู้อาศัย” ท่ามกลางความวิตกกังวลของผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ที่ดินข้อพิพาท ว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์จะดำเนินการทางกฎหมายกับครอบครัวนายเนวิน ชิดชอบ เพียงครอบครัวเดียว หรือจะดำเนินคดีทั้งหมด 995 ราย ของผู้อยู่อาศัย ซึ่งมีทั้งโรงแรม ร้านค้า และกลุ่มผู้ประกอบการที่หลากหลายอีกกว่า 4,700 ครัวเรือน ประชากร 7,600 คน จากพื้นที่ทั้งหมด 5,083 ไร่หรือไม่เข้าแจ้งความต่อ บก.ภ.จ.บุรีรัมย์ทั้งนี้ คณะของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ได้แต่อยู่เพียงบริเวณปากทางเข้าบ้านพักเท่านั้น โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำการอยู่ตลอดเวลา มีการควบคุมการเข้าออกอย่างเข้มงวด และไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าไปภายในพื้นที่บ้านพัก มีรายงานว่าช่วงเวลาดังกล่าวนายเนวินไม่ได้อยู่ภายในบ้านพัก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวถึงวัตถุประสงค์ที่เดินทางมาครั้งนี้ว่า ต้องการติดตามและผลักดันการดำเนินการตามกฎหมายในกรณีที่ดินเขากระโดง ต่อมาเวลา 10.24 น. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์และคณะ เดินทางต่อไปยังกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ (บก.ภ.จ.บุรีรัมย์) ยื่นเรื่องร้องทุกข์พร้อมข้อมูลประกอบการดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวน ขณะที่นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น” ตามมาสมทบ โดยมี พ.ต.อ.รักเกียรติ แย้มบางยาง ผกก. (สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ให้การต้อนรับและรับเรื่องตามขั้นตอนของกฎหมาย189 สส.เข้าชื่อแก้ รธน.ฉบับ พท.วันเดียวกัน นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ผู้เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 ต่อรัฐสภาเพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะยื่นร่างรัฐธรรมนูญต่อประธานรัฐสภาในวันที่ 4 มิ.ย. มีผู้ร่วมลงชื่อญัตติจำนวน 189 คน ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย 72 คน พรรคภูมิใจไทย 30 คน พรรคประชาชน 36 คน พรรคกล้าธรรม 26 คน พรรคประชาธิปัตย์ 18 คน พรรคประชาชาติ 5 คน และพรรคไทรวมพลัง 2 คน เนื้อหาสาระร่างของพรรคเพื่อไทย กำหนดกรอบสาระสำคัญบางประการให้ ส.ส.ร.ต้องพิจารณา เช่น ต้องคงรูปแบบประเทศไทยเป็นรัฐเดี่ยว จะแบ่งแยกมิได้ ปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ต้องมีสาระสำคัญเรื่องหลักนิติรัฐหลักนิติธรรม ความเสมอภาค การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ การถ่วงดุลอำนาจขององค์กรทั้งหลายตามรัฐธรรมนูญ รวมไปถึงการกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เชื่อว่าร่างของพรรคเพื่อไทยคงได้รับการพิจารณา เพื่อได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกรัฐสภา เช่นเดียวกับร่างแก้ไขโดยพรรคอื่น เพื่อนำไปสู่การตั้งกรรมาธิการ สำหรับรายละเอียดที่ยังเห็นแตกต่างกันบ้าง เข้าใจว่ายังสามารถพูดคุยทำความเข้าใจกันได้ เราอยากเห็นว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่เป็นวาระแห่งชาติ ที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนกว่า 21 ล้านเสียงที่ลงประชามติไว้เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมาเป้าหมายให้ประชาชนมีส่วนร่วมนางมนพร เจริญศรี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้มี สส.จากพรรคการเมืองต่างๆ แทบทุกพรรค ทั้งพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน พรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาชาติ ร่วมลงชื่อในการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับของพรรคเพื่อไทยกว่า 180 รายชื่อ เตรียมนัดหมายกับพรรคการเมืองต่างๆเพื่อยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อประธานรัฐสภาภายในสัปดาห์นี้ ขั้นตอนจากนั้นจะเป็นการตรวจสอบรายชื่อโดยประธานสภา ก่อนบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระต่อไป เมื่อถามว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย และเพื่อไทยจะรวมกันได้หรือไม่ นางมนพรตอบว่า ต้องดูแต่ละมาตราว่าไปด้วยกันได้หรือไม่ ที่สุดแล้วต้องขึ้นกับที่ประชุมรัฐสภาว่าจะดำเนินการอย่างไร เป้าหมายของพรรคเพื่อไทยคือตั้งใจให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญมากที่สุด โดยไม่ขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้สำเร็จไปให้ได้“พริษฐ์” หวังรัฐสภาโหวตรับทุกร่างนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้า พรรค ปชน.กล่าวว่า เท่าที่ดูร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคการเมืองต่างๆแล้ว เห็นว่าร่างของพรรคเพื่อไทยสอดคล้องกับหลักการทั้ง 3 ข้อของเรา พรรคจึงจัดสรร สส.ไปร่วมลงชื่อเพื่อให้พรรค พท.สามารถยื่นเข้าสู่สภาได้ ส่วนร่างของพรรคประชาธิปัตย์ อยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียด ขณะที่ร่างของพรรคภูมิใจไทยไม่สอดคล้องกับ 3 หลักการของเรา คือ ไม่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง ส.ส.ร.และเพิ่มอำนาจพิเศษให้ สว. อย่างไรก็ตาม หากถอยกลับไปมองในภาพใหญ่ มองว่าทุกร่างหลักการภาพใหญ่ตรงกันคือการเพิ่มเติมหมวด 15/1 ให้มี ส.ส.ร. หรือกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดังนั้นในชั้นรับหลักการหวังว่าสมาชิกรัฐสภาจะโหวตรับหลักการทุกร่าง แม้จะมีเนื้อหารายละเอียด เช่น ที่มา ส.ส.ร.ที่เห็นต่างกัน แต่สามารถนำไปถกกันในชั้นกรรมาธิการได้ และสมาชิกรัฐสภาทุกคนควรตอบสนองหรือรับผิดชอบต่อผลประชามติของประชาชน โดยโหวตรับหลักการทุกร่าง“ชัชชาติ” จัดกิมมิกวิ่งเป็นเลข “๙–9”สำหรับความเคลื่อนไหวการหาเสียงของบรรดาผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 05.30 น. ที่สวนลุมพินี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ร่วมกับกลุ่มเพื่อนนักวิ่ง “ทีมกรุงเทพทำงาน” นัดรวมตัวทำกิจกรรม “วิ่งกับชัชชาติ” เป็นระยะทาง 9 กิโลเมตร ระหว่างสวนลุมพินีและสวนเบญจกิติ พร้อมสร้างรูปแบบการวิ่งเชิงสัญลักษณ์เบอร์ผู้สมัครของตนเอง ตามเส้นทางเป็นรูปเลข “๙” ไทย และ “9” อารบิก เริ่มจากวิ่งรอบสวนลุมพินีเป็นรูปเลข ๙ มุ่งหน้าขึ้น “สะพานเขียว” เชื่อมต่อไปยังสวนเบญจกิติ และวิ่งรอบสวนให้เป็นรูปเลข 9 โดยบรรยากาศการวิ่งเป็นไปอย่างคึกคัก เต็มไปด้วยสีสัน สนุกสนาน และเสียงร้องเพลงที่คลอไปตลอดทาง ระหว่างวิ่งนายชัชชาติได้ทักทายประชาชนที่มาออก กำลังกายในสวนลุมพินีอย่างเป็นกันเอง รวมทั้งมีนักวิ่งมาร่วมเซลฟี่ถ่ายภาพด้วย ช่วงหนึ่งได้พบกับนักวิ่งคนหนึ่งที่เผยความรู้สึกว่า “ที่จริงเริ่มวิ่งไม่ไหวแล้ว แต่เมื่อเห็นอาจารย์ชัชชาติวิ่ง รู้สึกเหมือนได้รับพลัง ทำให้อยากวิ่งร่วมทางไปกับอาจารย์” จากนั้นช่วงบ่ายไปหาเสียงต่อที่ห้างโรบินสันลาดกระบัง“อนุชา” ชูจัดการขยะต้องแก้จริงที่สำนักงานศูนย์กำจัดขยะ กทม. นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ช่วยนายธนวัฒน์ เชิดชูกิจสกุล ผู้สมัคร ส.ก.เขตสวนหลวง หาเสียง มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องการบริหารจัดการขยะ กทม. นายอนุชากล่าวว่าปัญหาโรงกำจัดขยะคือเรื่องกลิ่น หากมีโอกาสเข้ามาบริหารจะใช้ระบบการตรวจกลิ่น ด้วยเครื่องตรวจวัดทางวิทยาศาสตร์ การวางแผนอนาคตไม่ใช่เพียงคิดแค่ในวาระ 4 ปีของผู้ว่าฯ กทม. จากนี้ไปการกำจัดขยะต้องทำให้เป็นระบบ ไม่ใช่เรื่องของวาระ แต่ต้องตัดสินใจอะไรที่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อให้พี่น้องประชาชนอยู่ร่วมกับโรงงานกำจัดขยะในอนาคตได้ ขยะมีหมื่นตันต่อวัน เราต้องมองว่าอะไรที่ดีที่สุดสำหรับกรุงเทพฯ“เท้ง” ชี้คนกรุงเบื่อระบอบน้ำเงินช่วงบ่ายที่ตลาดวงศกร เขตสายไหม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่ช่วยนายภมร พลจันทร์ ผู้สมัคร สก.เขตสายไหม หาเสียงว่า สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือความตื่นตัวในการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง อยากให้ออกมาใช้สิทธิเยอะๆ ส่วนผลโพลที่ออกมาติดตามอยู่บ้าง สิ่งที่สำคัญตอนนี้คือคน กทม. ต้องการ กทม.ที่มีความโปร่งใส คำว่าอิสระคือไม่ถูกครอบงำโดยระบอบใดระบอบหนึ่ง คนกรุงเทพฯเบื่อกับระบอบการเมืองสีน้ำเงิน มีพรรคมาครอบงำ การถ่วงดุลตรวจสอบไม่สามารถทำงานได้ เมื่อถามว่า ผลโพลที่ออกมาไม่ได้แปลว่าประชาชนไม่ไว้ใจพรรคประชาชน ใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ตอบว่า ไม่คิดแบบนั้น แต่เราเคารพในเสียงประชาชน ผลการเลือกตั้งมาอย่างไร ต้องเป็นอย่างนั้นโต้ “แก้วตา” ไม่เคยทำระบบไอโอเมื่อถามถึงกรณี น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กทม. พรรค ปชน. ยังคงโจมตีเรื่องไอโอของพรรค ปชน.ว่า เป็นความคิดเห็นของ น.ส.ธิษะณาเอง แต่ยืนยันพรรค ปชน.ไม่เคยมีระบบปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือทำไอโอ ข้อแตกต่างกันคือไอโอถูกจ้างมา และคนที่ถูกจ้างมามีเจตนาไม่บริสุทธิ์ในการผลิตข่าวปลอม ข่าวบิดเบือน เพื่อโจมตีฝั่งตรงข้าม ย้ำว่าพรรค ปชน.ไม่เคยมีแน่นอน ส่วนแต่ละพรรคอาจมีด้อมมีกองเชียร์ของตัวเอง คิดว่าเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย อาจมีผู้สนับสนุนออกความคิดเห็นกันในโลกโซเชียล และพรรคไม่เคยไปควบคุมความคิดเห็นของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ส่วนกรณีมีสมาชิกพรรค ปชน.ลาออกไปทำงานกับฝั่งรัฐบาล พวกเราไม่มีสิทธิปิดกั้นอยู่แล้ว และเราไม่มีอำนาจเงินอำนาจรัฐ เข้าไปควบคุม อยากให้ลองสอบถามเจ้าตัวโดยตรงว่าเป้าหมายการทำงานการเมืองของพวกเขาคืออะไร ไม่อยากวิพากษ์วิจารณ์ และไม่กังวล มันเป็นธรรมชาติของพรรคมวลชนสรุปยอดผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 18 คนที่ห้องบางกอก อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการ กทม. ดินแดง ทาง กทม.สรุปผลการรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และผู้ว่าฯ กทม.ระหว่างวันที่ 28 พ.ค.-1 มิ.ย. โดยปิดรับสมัครเมื่อเวลา 16.30 น. มียอดผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. รวมทั้งสิ้น 18 คน จำนวนผู้สมัคร ส.ก.ทั้ง 50 เขต รวมทั้งสิ้น 258 คน โดยเขตคลองสามวามีผู้สมัครมากที่สุด 10 คน รองลงมาเขตคันนายาว ภาษีเจริญ ยานนาวา เขตละ 9 คน ส่วนเขตที่มีผู้สมัคร ส.ก.น้อยที่สุด คือเขตคลองเตย สัมพันธวงศ์ ป้อมปราบ ศัตรูพ่าย บางกอกใหญ่ เขตละ 3 คนอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่