ผอ.สำนักสืบสวนฯ ป.ป.ช. เข้ารับทราบข้อกล่าวหา เมาขับกระบะชนไรเดอร์แขนขาดดับสยองบนสะพานต่างระดับ ตำรวจสอบเครียดกว่า 3 ชม. แจ้ง 3 ข้อหาหนัก ขับรถขณะเมาสุรา ขับรถประมาท และขับรถเฉี่ยวชนแล้วไม่จอดช่วยเหลือ เจ้าตัวปฏิเสธ 2 ข้อหาหลังพร้อมเอ่ยขอโทษครอบครัวผู้ตาย ยินดีเยียวยาค่าเสียหาย ปัดเรื่องเปลี่ยนตัวคนขับ ยันขับเอง หลังให้ปากคำเสร็จช่วงเย็นหอบพานธูปเทียนไปขอขมาศพผู้ตายที่วัด ทำญาติกลั้นอารมณ์โกรธไม่ไหวโดดชกหน้าล้มหน้าหงายเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจ กรณีนายจรงค์ เกราะเหมาะ อายุ 52 ปี ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมาขับรถกระบะ 4 ประตูพุ่งชนรถ จยย.ของนายศรนรินทร์ นาคงสี อายุ 43 ปี ไรเดอร์ จนแขนขาดกระเด็นเสียชีวิต บนสะพานต่างระดับบางรักน้อย ถนนราชพฤกษ์ฝั่งขาออก ต.บางรักน้อย อ.เมืองนนทบุรี เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุไม่ยอมหยุดรถกลับพยายามขับหนี แต่ยางแตกไปไม่รอด หนำซ้ำมีเพื่อนนั่งรถแท็กซี่ตามมา พยายามสมอ้างเป็นคนขับแทน ตำรวจไม่สนคุมตัวไปตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์พุ่งสูงถึง 189 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ก่อนใช้ตำแหน่งประกันตัวไป พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างเรียกมาแจ้งข้อกล่าวหาความคืบหน้าด้านคดี เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 29 พ.ค. ที่ สภ.บางศรีเมือง อ.เมืองนนทบุรี พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จ.นนทบุรี พ.ต.อ.โชคชัย คณะเจริญ รอง ผบก.ภ.จ.นนทบุรี และ พ.ต.อ.ภูมิสิษฐ์ ตั้งวิทย์เดชา ผกก.สภ.บางศรีเมือง เรียกประชุมพนักงานสอบสวนติดตามคดีดังกล่าว และเตรียมพร้อมรับตัวนายจรงค์ เกราะเหมาะ ผู้ต้องหา จะเข้ามอบตัวช่วงสายของวันนี้ กระทั่งเวลา 09.15 น. นายจรงค์ ได้ขับรถเก๋งส่วนตัวมาจอดด้านหลังโรงพักและแอบ ขึ้นบันไดไปยังห้องประชุมชั้น 3 ไปพบพนักงานสอบสวนทันที โดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้เชิญผู้จัดการร้านอาหารและ รปภ.ที่นายจรงค์ไปนั่งดื่มกินมาสอบปากคำด้วย ยืนยันว่านายจรงค์ดื่มไวน์ไป 3 ขวด นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้ตรวจรถกระบะคันเกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อเก็บดีเอ็นเอและลายนิ้วมือแฝงภายในรถนำไปเปรียบเทียบดีเอ็นเอของนายจรงค์มีรายงานว่านอกจากพนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อกล่าวหานายจรงค์แล้วจะมีการแจ้งข้อกล่าวกับนายธำรง พรหมเศษ อายุ 52 ปี ชายเสื้อดำ เพื่อนของนายจรงค์ ที่ปรากฏในคลิปเหตุการณ์ หลังนายจรงค์ขับรถชนไรเดอร์เสียชีวิตแล้ว ปรากฏว่านายธำรงพยายามสมอ้างเป็นคนขับรถแทนนายจรงค์ รวมทั้งยังเดินทางไปพบพนักงานสอบสวนที่โรงพักอ้างว่าเป็นคนขับรถคันเกิดเหตุ จนถูกตำรวจจับเป่าแอลกอฮอล์พบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย 115 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ มีรายงานว่านายธำรงนั่งดื่มกินกับนายจรงค์ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านถนนราชพฤกษ์ตั้งแต่เวลา 16.30 น. และแยกย้ายกันในเวลา 22.00 น. กระทั่งนายจรงค์ขับรถไปเฉี่ยวชนไรเดอร์เสียชีวิตพล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบช.ภ.1 เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนเรียกพยานเข้าสอบปากคำเบื้องต้นไปแล้ว 5 ปาก ขณะเดียวกันผู้ต้องหาเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว จากนี้พนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ทั้งความผิดและความบริสุทธิ์ของคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย ให้ได้รับความเป็นธรรม มีทั้งพยานก่อนเกิดเหตุ พยานในที่เกิดเหตุ ภาพวงจรปิด รวมถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มาประกอบสำนวน จากการสอบถามผู้ถูกกล่าวหาเบื้องต้นยืนยันว่าไม่เคยปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนขับรถคันเกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังต้องตรวจสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อพิสูจน์ว่าเข้าข่ายกระทำโดยประมาทหรือไม่ ส่วนผู้ต้องหายินดีเจรจาเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตพ.ต.อ.ภูมิสิษฐ์ ตั้งวิทย์เดชา ผกก.สภ.บางศรีเมือง กล่าวว่า ตำรวจสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องครบถ้วน ทั้งก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ รวมถึงให้กองพิสูจน์หลักฐานเก็บร่องรอยภายในรถซ้ำอีกครั้งให้ครบถ้วนที่สุด ส่วนข่าวเรื่องชายเสื้อดำเป็นผู้ขับรถและมีการสลับตัวนั้น เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ขับรถจริง ไม่เคยปฏิเสธ อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้หลักฐานจากกล้องวงจรปิดว่าเพื่อนคนดังกล่าวขับรถขณะเมาสุราเช่นกัน ก่อนจะเปลี่ยนไปนั่งแท็กซี่เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ สอดรับกับผลตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายสูงเกินที่กฎหมายกำหนด พนักงานสอบสวนจะเรียกตัวมาแจ้งข้อกล่าวหาเมาขับต่อไป ส่วนเรื่องการแจ้งความเท็จยังต้องสอบสวนเพิ่มเติมอีกครั้งกระทั่งเวลา 12.45 น.หลังให้ปากคำนานกว่า 3 ชม. พนักงานสอบสวนนำตัวนายจรงค์ลงมาพิมพ์ลายนิ้วมือด้านล่าง เสร็จแล้วนายจรงค์ออกมาให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ขอแสดงความเสียใจและขอโทษต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต รวมถึงขอโทษสำนักงาน ป.ป.ช. ที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กร ยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุลักษณะนี้ หลังเกิดเหตุรู้สึกเสียใจอย่างมาก เนื่องจากตนเป็นพ่อคนเหมือนกัน ทราบว่าผู้ตายก็มีลูกด้วยสองคน นับตั้งแต่เกิดเหตุนอนไม่หลับ และยืนยันว่าไม่ได้หลบหนีสื่อมวลชน แต่เพิ่งรับทราบเรื่องหมายเรียก“วันนี้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนด้วยความตั้งใจที่จะให้การอย่างเต็มที่ และยืนยันจะดูแลและรับผิดชอบครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ ทั้งเรื่องการอุปการะเลี้ยงดูบุตรทั้งสองคนของผู้เสียชีวิต รวมทั้งค่าเสียหายและการเยียวยาตามกำลังที่สามารถทำได้ ช่วงเย็นของวันนี้จะไปร่วมงานศพผู้เสียชีวิตและจะไปร่วมงานทุกวันจนกว่าจะเสร็จสิ้นพิธี” นายจรงค์กล่าวส่วนประเด็นเรื่องการเปลี่ยนตัวคนขับ นายจรงค์ ยืนยันว่าเป็นผู้ขับรถเพียงคนเดียว หลังเลิกงานเวลา 16.30 น. ได้เดินทางไปร้านอาหารและยอมรับว่ามีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จริง ก่อนจะขับรถออกมาเพียงลำพัง โดยอ้างว่าช่วงขับรถกลับมีฝนตกหนัก ไม่รู้ว่ามีการชน แต่รู้สึกเหมือนจะมีรถมาชนรถตนเท่านั้น ส่วนที่มีภาพช่วงหลังเกิดเหตุตนนั่งอยู่บริเวณฝั่งผู้โดยสารนั้นเป็นจังหวะกำลังใช้โทรศัพท์ติดต่อญาติเท่านั้น ขอยืนยันว่าไม่ได้มีพฤติกรรมโวยวายตามที่มีข่าวหรืออ้างตำแหน่ง เพียงแต่เกิดความสับสนในช่วงเกิดเหตุ เนื่องจากมีคนเข้ามาล้อมรถและดึงประตูรถในขณะที่ตนกำลังจะขึ้นรถ ส่วนประเด็นที่ถูกสอบสวนทางวินัยก็เป็นเรื่องที่สำนักงาน ป.ป.ช.จะพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนด้าน พ.ต.อ.โชคชัย คณะเจริญ รอง ผบก.ภ. จ.นนทบุรี เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหานายจรงค์ 3 ข้อหา คือ 1.ขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 2.ขับรถประมาทเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และ 3.ขับรถเฉี่ยวชนแล้วไม่จอดรถให้ความช่วยเหลือ หรือไม่แสดงตนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ นายจรงค์ให้การภาคเสธในข้อหาแรก ยอมรับว่าขับรถในขณะเมาสุราจริง อีก 2 ข้อหาให้การปฏิเสธ ส่วนเรื่องการส่งตัวให้พนักงานอัยการต้องรอให้ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานให้เสร็จสิ้นก่อน ตอนนี้ผู้ต้องหาขอที่จะคุยกับผู้เสียหาย พนักงานสอบสวนก็ต้องจัดให้คุยกันตามกฎหมายที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ถนนซ่อมสร้าง ต.บ้านใหม่ อ.เมืองปทุมธานี สายวันเดียวกัน นายอัศวเทพ นาคงสี อายุ 47 ปี พี่ชายนายศรนรินทร์พร้อมครอบครัวเดินทางไปรับศพผู้ตาย พี่ชายได้ซื้อรองเท้าคู่ใหม่ให้กับน้องชายใส่ด้วย จากนั้นทั้งหมดเดินทางไปทำพิธีเชิญดวงวิญญาณนายศรนรินทร์ที่จุดเกิดเหตุ เสร็จแล้วนำศพกลับไปพำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่วัดทุ่งครุ แขวง-เขตทุ่งครุ กทม.นายอัศวเทพ พี่ชายผู้ตาย เปิดเผยว่า นายศรนรินทร์ เป็นลูกชายคนเล็กของครอบครัวจากทั้งหมด 3 คน ตอนนี้เป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวแยกทางกับภรรยาหลายปีแล้ว ต้องรับภาระเลี้ยงลูกทั้ง 2 คนตามลำพังมาตลอด ลูกชายคนโตอายุ 21 ปีแล้ว ทำงานหาเลี้ยงตัวเอง ส่วนคนเล็กเป็นผู้หญิงอายุย่าง 20 ปี ต้องดร็อปเรียน เพราะปัญหาด้านการเงิน แม้แต่รถ จยย.ไฟฟ้าคันที่ถูกชน น้องชายก็ไปเช่ามาวิ่งเพราะไม่อยากรับภาระเรื่องค่าซ่อมบำรุง ส่วนเรื่องคดีตอนแรกที่มีข่าวจะเปลี่ยนตัวคนขับ ส่วนตัวรู้สึกกังวลและนอนไม่หลับ เมื่อคืนนอนคิดตลอด คิดว่ายังไงก็ต้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด มาตอนนี้เท่าที่ทราบคนก่อเหตุยอมรับเป็นคนขับก็เลยไม่กังวลมากเท่าไหร่ส่วนที่วัดทุ่งครุ แขวง-เขตทุ่งครุ เย็นวันเดียวกัน ครอบครัวนำศพนายศรนรินทร์ไปตั้งบำเพ็ญกุศล บรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า ปรากฏว่าระหว่างญาติจัดเตรียมพิธี นายจรงค์พร้อมทนายความได้นำพานธูปเทียนพร้อมพวงหรีดไปกราบขอขมาศพ ระหว่างเดินเข้าไปในศาลา จู่ๆมีชายชุดดำคาดว่าเป็นญาติผู้ตายปรี่เข้าหาและกระโดดชกหน้านายจรงค์จนล้มหงายหลัง คนที่อยู่ในงานต้องรีบกันตัวไปและยอมให้นายจรงค์เข้าไปไหว้ศพ อย่างไรก็ตามสำหรับศพนายศรนรินทร์มีกำหนดสวดอภิธรรมศพ 3 คืน และมีพิธีฌาปนกิจศพวันที่ 1 มิ.ย. เวลา 17.00 น.ภายหลังขอขมาศพเสร็จ นายจรงค์ที่ถูกชกจนริมฝีปากแตกบวมปูดเปิดเผยว่า ไม่ติดใจไม่เป็นอะไร เข้าใจความรู้สึก คนเรามีความรู้สึกกันได้ หลังจากนี้จะเชิญลูกผู้ตายทั้ง 2 คนไปที่ โรงพัก จะทำบันทึกต่อหน้าตำรวจถึงรายละเอียดการให้ความช่วยเหลือ ก่อนเข้าไปพูดคุยกับลูกชายของไรเดอร์ที่เสียชีวิต ลูกชายผู้ตายบอกว่าอยากให้ช่วยเหลือเรื่องที่ดินที่ยังผ่อนอยู่ที่ จ.สุพรรณบุรี อยากให้ช่วยสานฝันพ่อให้สำเร็จ นายจรงค์รับปากจะดำเนินการให้อย่างแน่นอนผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ค. นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช. ลงนามคำสั่งโยกย้ายข้าราชการระดับผู้อำนวยการ 2 ราย 1 ในนั้นคือนายจรงค์ เกราะเหมาะ ผอ.สำนักสืบสวนฯ ที่เมาขับรถชนไรเดอร์เสียชีวิตไปดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนักไต่สวนคดีพิเศษ ให้มีผลทันที อย่างไรก็ตาม คำสั่งโยกย้ายดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. อย่างมาก เนื่องจากนายจรงค์เพิ่งเป็นข่าวเมาแล้วขับรถชนคนตาย แต่ได้รับการโยกย้ายไปอยู่สำนักงานไต่สวนคดีพิเศษที่มีความสำคัญมากกว่าเดิม สำนักไต่สวนคดีพิเศษเป็นหน่วยงานสำคัญด้านสอบสวนคดี มีคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชนหลายคดี รวมถึงคดีค้างเกิน 10 ปี จะถูกดึงมาอยู่ในสำนักคดีพิเศษไต่สวนขึ้นตรงต่อเลขาธิการ ป.ป.ช. และได้รับค่าตอบแทนการดำรงตำแหน่งมากขึ้นกว่าตำแหน่ง ผอ.สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่