การเมืองไม่ต่างกับ กบในกะลาครอบ ยกตัวอย่าง การแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ที่เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นชิงดีชิงเด่นกันทางการเมือง รัฐธรรมนูญของประเทศไทยที่ถูกฉีกและร่างขึ้นมาใหม่ ภายใต้การทำคลอดของ คณะปฏิวัติรัฐประหาร บรรดานักการเมืองทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นรู้ถึงไส้ในของรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับที่ร่างขึ้นมาโดย นักกฎหมายมืออาชีพ หมกเม็ดกันเอาไว้ขนาดไหน เพื่อสกัดการเติบโตของพรรคการเมืองอย่างไร ทำไมนักการเมืองจะไม่รู้ ก็รู้กันอยู่เต็มอกทุกคนทุกพรรคมีอย่างที่ไหน ร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้อำนาจ นักลากตั้งอยู่เหนือนักเลือกตั้ง กีดกันไม่ให้นักการเมืองขั้วตรงกันข้ามกับระบบอนุรักษนิยม เติบโต สกัดตั้งแต่ให้พรรคการเมืองรวมหัวกันเสียงข้างมาก มีสิทธิตั้งรัฐบาลข้ามหัวพรรคการเมืองที่ได้เสียงข้างมากเป็นอันดับหนึ่งให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดการยุบพรรคการเมืองและตัดสิทธินักการเมือง โดยไม่ผ่านกระบวนการศาลยุติธรรม แต่กลับให้เอกสิทธิ์คุ้มครองนักการเมืองที่มีอยู่ในระหว่างการดำเนินคดีอาญาระหว่างสมัยประชุม วางหมากกลเอาไว้หลายชั้น จนกลับมามัดคอตัวเอง เพราะเกรงว่า คนที่อยู่ตรงกันข้ามกับอนุรักษนิยมครอบครองอำนาจการบริหารนานเกินไป เลยกำหนดให้ประมุขฝ่ายบริหารครองอำนาจติดต่อกันได้ไม่เกินสองสมัยหรือ 8 ปี ลืมไปว่าจะมีผลผูกพันกับผู้นำที่มาจากฝ่ายอนุรักษนิยมด้วยการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นที่เข้าใจในระบอบการเมืองการปกครองของไทย ซึ่งไม่ใช่จะต้องยึดหลักตามตัวบทกฎหมายที่เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเดียว แต่ต้องยึดหลักจารีตประเพณีปฏิบัติด้วย แต่ทั้งหมดนี้จะต้องไม่ล้ำเส้นการใช้อำนาจบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ ในการถ่วงดุลอำนาจ หมายถึงว่าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะแก้กฎหมายเพื่อตอบสนองความอยากของตัวเองไม่ได้เด็ดขาด เช่นถ้าฝ่ายหนึ่งต้องการจะแก้กฎหมาย อ้างว่าเป็นการปฏิรูป แต่ขัดกับจารีตประเพณีการปกครองประเทศ ก็จะกลายเป็นการล้มล้างการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยหรือฝ่ายใดที่คิดจะผูกขาดอำนาจ การบริหารนิติบัญญัติ และตุลาการให้อยู่ภายใต้การครอบงำ เพื่อให้สามารถใช้อำนาจการปกครองประเทศได้ครบวงจร ครอบงำอำนาจสามเสาหลัก โดยผ่านฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ ที่ใช้เป็นกลไกของ นิติสงคราม ไม่ว่าจะเพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือส่วนรวมย่อมหมายความถึงการ ยึดอำนาจการปกครอง อยู่เหนือกฎหมายและรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะภายใต้ระบอบการปกครองสีน้ำเงินหรือสีอื่นใดก็ไม่ต่างจากการปฏิวัติรัฐประหารปล้นอำนาจไปจากประชาชนจึงมาสู่คำถามที่ว่า เราจะแก้รัฐธรรมนูญไปทำไมถ้าเป็นการเอื้ออำนาจให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งและทำลายจารีตประเพณี เช่นเดียวกัน เราจะปล่อยให้มีการโหนจารีตประเพณี เพื่อสืบทอดอำนาจแสวงหาผลประโยชน์ไปเพื่ออะไรถ้าการเมืองยังฟุ้งอยู่กับวาทกรรมเกมชิงอำนาจ ประชาชนยังถูกเหยียบย่ำถูกจับเป็นตัวประกัน.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม