ก้าวข้ามความกลัวเพราะต้องจับไมค์ร้อง เพลงลูกทุ่ง สำหรับ เจด้า–ศรัณย่า ชุณหศาสตร์ นางเอกสายบู๊จากละคร “เพลงรักพยัคฆ์ร้าย” ทางช่อง 7HD ปลื้มสุดๆจากฟีดแบ็กปัง ทำให้ได้รับโอกาสใหม่ๆ มีงานจ้างโชว์ตัวร้องเพลง ส่วนความรักก็แฮปปี้ดี คบกัน 2 ปี ยังไม่สะดวกเปิดตัวแต่ไม่ได้ปิด ในละครเรื่องนี้เจด้าได้ทำอะไรใหม่ๆเยอะเลย “ใช่ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลง ขึ้นเวที และเป็นครั้งแรกที่เจมีโอกาสได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์จริงๆ เคยบู๊ก่อนหน้านี้ แต่เรื่องนี้บู๊ในอีกรูปแบบนึง บู๊กลางอากาศ ตื่นเต้นมากแต่ในเรื่องจะต้องห้ามแสดงความตื่นเต้น พยายามไม่มองพื้นข้างล่าง ในเรื่องพระเอกจะพาเราหนีผู้ร้ายขึ้นฮอ และมีฉากจบด้วยเราได้เห็นถึงโปรดักชัน ค่ายอาฉลองทุ่มเท ถามว่ากลัวไหม จริงๆกลัวมาก แต่เข้าฉากต้องนั่งชิลๆ ไม่ใช่ประสบการณ์ที่เราจะเจอแบบนี้ได้ทุกวัน เราพยายามเก็บเกี่ยวประสบการณ์ เจรู้สึกดีใจมากที่ได้กลับมาถ่ายบู๊ที่มีกลิ่นอายของอาฉลอง ยังคงคอนเซปต์เดิม ระเบิดภูเขา” มาเรื่องนี้เจด้าร้องเพลงหลายๆคนเซอร์ไพรส์“มีทั้งดีใจและแอบหวั่นใจนิดนึงเราจะถ่ายทอดออกมาได้ดีไหม เจมีโอกาสร้องเพลงฮอตมากมีเพลงใจอ่อนของพี่ฝน ธนสุนทร เพลงเรารอเขาลืม และเพลงหนูอยากดัง แล้วเวลาเข้าฉากร้องเพลงอยู่ไม่กล้าร้องต่อเพราะพี่ฝนร้องเพราะมาก และกดดันมากเพราะในเรื่องนี้มีศิลปินค่อนข้างเยอะ กังวลจะทำได้ดีไหมเลยขอความรู้จากพี่ๆทุกคนให้กำลังใจ” จากละครต่อยอดมีไปร้องเพลงเข้ามาด้วย“มีค่ะ วีกก่อนมีไปร้องเพลงที่ภาคใต้ มีงานติดต่อเข้ามาเป็นงานร้องเพลงก่อนหน้าอีเวนต์ไปทักทายแต่อันนี้เป็นอีเวนต์ไปร้อง เพลงเลย จากการเห็นในละครก็ดีใจ” มีความมั่นใจเกินร้อย “ก็ยังมีการลุ้นอยู่ ต้องทำอะไร ร้องเพลง คือเราอาจจะเป็นสายแสดง พอเป็นอะไรที่เราฝึกมากขึ้นต้องโฟกัสหน่อยว่าเราจะทำได้ดีไหม อีเวนต์นี้ต้องร้องเพลงเยอะเลย ประมาณ 6 เพลง ปกติเวลาเจไปอีเวนต์ร้องเพลงมากสุด 1-2 เพลง แต่อันนี้เป็นมินิคอนเสิร์ตเลย เขาอยากให้เราเป็นเอนเตอร์เทนเหมือนเล่นคอนเสิร์ตเลย เจคิดว่ามาจากละคร เพลงรักฯเลยแหละ เป็นการต่อยอดให้เจได้ทำอะไรใหม่ๆ มีสตริง 2 เพลง 4 เพลงลูกทุ่ง”อัปเดตความรักเป็นยังไงบ้าง มีเวลาหวานกันและกันไหม“ปกติดีค่ะ ไปเรื่อยๆเลยค่ะ ตอนนี้เรียบง่าย จริงๆ เจมีคนที่คุย พี่เค้าเป็นคนนอกวงการ ตอนนี้สิ่งที่เจโฟกัสจริงๆเลยคือคุณแม่ ช่วงนี้ด้วยความว่าคุณพ่อคุณแม่อายุค่อนข้างเยอะแล้ว สิ่งที่เราต้องเจอในวัยนี้คือปัญหาเรื่องสุขภาพที่ต้องดูแล ถามว่าโฟกัสความรักไหม เรามีก็ชื่นใจแหละ ช่วงนี้เราโฟกัสกับคุณพ่อคุณแม่ 100% ถ้าไม่ได้ไปกองละครจะอยู่กับคุณพ่อคุณแม่อย่างเดียวเลย” กับแฟนคนนี้เจอกันได้ยังไง“เป็นรุ่นพี่ของรุ่นพี่อีกที มีคนแนะนำให้รู้จัก ทำความรู้จัก คือจริงๆเป็นเพื่อนในกลุ่ม และเรามีโอกาสรู้จักกัน สุดท้ายพี่เค้าก็น่ารักดี ทำให้เรามีโอกาสได้พูดคุยกัน ทั้งคุณพ่อคุณแม่ พี่สาวก็ไฟเขียวหมด” ไม่เปิดตัวซะที “ไม่เปิดค่ะ (ยิ้ม) พื้นฐานก็ไม่ใช่คนลงรูปอะไรอยู่แล้ว ไม่ได้ปิดแต่ไม่ได้เปิด คนรอบข้างก็จะรู้แค่ไม่ได้ลงโซเชียลเพราะเขิน” พอเราไม่ลงรูปคู่เขาว่ายังไงบ้าง “ไม่เคยคุยเรื่องนี้แต่ขออนุญาตตอบแทน เราประเมินจากนิสัยเขาชิลๆ อะไรก็ได้ ส่วนใหญ่ในสตอรีจะมีโคลสเฟรนด์จะลงอันนั้นตลอด เพื่อนๆจะเห็นแต่ข้างนอกเราเกรงใจนิดนึง”คุยกันนานขนาดไหน“ประมาณ 2 ปี จำแบบชัวร์ๆไม่ได้เพราะไม่เคยนับเลยจริงๆ” วันครบรอบล่ะพอจำได้ไหม“ไม่มีค่ะ ไม่เคยมี มันเริ่มมาจากว่าคนนี้แนะนำ เป็นเพื่อนของรุ่นพี่ เริ่มคุยมาเรื่อยๆ ทำให้เราไม่รู้จุดเริ่มต้นคือตรงไหน รู้อีกทีสนิทมากกว่าคนอื่นเท่านั้นเอง คุยกันมาเรื่อยๆ เพียงแต่ว่าถึงจุดนึงคนรอบข้างก็รู้ว่าโอเค รับรู้คนนี้เป็นเพื่อนสนิทมากกว่าคนอื่นนะ เป็นคนพิเศษของกันและกันนะ จะซึมๆกันไป ไม่มีโอเควันนี้ 1 ก.พ.เป็นแฟนกัน ไม่มี” มีอะไรที่ทำให้เรารู้สึกได้ว่าคนนี้พิเศษเกินเพื่อน“เจว่าพาร์ตที่เขาใช้เวลาอยู่กับครอบครัว เจรู้สึกว่าการที่เจได้อยู่กับครอบครัว อย่างที่เจคุยให้สัมภาษณ์ไปแล้วเขาไม่เคยขอแบ่งเวลา เจไปจากครอบครัวเลย ถ้าเจบอกว่าอยู่กับครอบครัวเขาโอเคเต็มที่เลย พี่เขามีเอ่ยปากขอมากินข้าวด้วยได้ไหม ขอเข้ามามีส่วนร่วมคนนึงไม่มีความคิดแยกเราออกมา เจว่าการนั่งกินข้าวธรรมดา กินกับแม่ พี่สาว เจมองว่าเขาเริ่มเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเราไปแล้วค่ะ”.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่