ครัวไทย–ครัวโลกหลังจากบรรดาเจ้าสัวเมืองไทยเข้าทำเนียบเพื่อเสนอแนวทางพัฒนาประเทศ“ธนินท์ เจียรวนนท์” แห่งซีพีธุรกิจการเกษตรครบวงจร เสนอว่าไทยควรจะสร้างขุมจ่าย “น้ำมันบนดิน”ก็ไม่ใช่ของแปลกแต่เป็นเรื่องเก่าที่สอดรับกับสถานการณ์โลกในปัจจุบันที่น้ำมันจากใต้ดินเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของโลกแต่อย่าลืมว่าคนทั้งโลกยังมีความต้องการปัจจัยอีกอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือ “อาหาร”ทุกคนจะต้องกินมิฉะนั้นจะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ไม่ได้ประเทศไทยมีพื้นฐานอยู่แล้วด้านการเกษตร หากรัฐบาลจะพัฒนาประเทศให้รุ่งเรืองยั่งยืนต่อไป ทำไมไม่คิดเรื่องนี้อย่างเป็นจริงเป็นจังระบบชลประทานคือหัวใจสำคัญหากสร้างเครือข่ายไปได้ทั่วประเทศก็จะสามารถปลูกผลผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพทำให้มีผลผลิตการเกษตรที่หลากหลาย และแน่นอนสามารถส่งไปขายยังประเทศต่างๆได้ทั่วโลกแลกกับน้ำมันก็ได้ แลกกับผลิตภัณฑ์ที่ไทยทำไม่ได้ก็ได้ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีใครซื้อเพราะทุกคนต้องกินเพื่อให้มีชีวิตอยู่ความจริงแนวคิดนี้คือไทยเป็นครัวโลกนั้นมีมานานแล้ว แต่รัฐบาลที่ผ่านมาไม่เอาจริงเอาจังปล่อยให้เกษตรกร ชาวไร่ชาวนาว่ากันไปตามมีตามเกิดขณะที่ประเทศอื่นๆพยายามที่จะพัฒนาและคิดค้นเพื่อปลูกพืชชนิดต่างๆเพราะเขาเห็นความสำคัญ อย่างข้าวที่ไทยเคยเป็นที่ 1 ในการส่งออกวันนี้มีหลายประเทศส่งออกเพื่อแข่งขันกับไทยจนทำให้ราคาต่ำลงจากที่เคยเป็นที่ 1 ก็ร่วงลงมาเรื่อยๆหรือแม้แต่ผลไม้ชนิดต่างๆอย่างทุเรียนที่คนจีนนิยมชมชอบก็กำลังจะปลูกแข่งกับไทย!เพียงแต่รสชาติยังสู้ไทยไม่ได้เท่านั้นนี่จึงเป็นข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้นอกจากเรื่องนี้แล้วเจ้าสัวคนอื่นๆก็เสนอไอเดียตามความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของตน ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องที่ดีที่รัฐบาลจะนำไปปรับใช้เป็นนโยบายและแนวทางพัฒนาประเทศเห็น “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” บอกว่าจะรวบรวมข้อเสนอแนวคิดต่างๆเพื่อนำไปปรับใช้เป็นแนวทางของรัฐบาลขอเวลา 6 เดือนน่าจะเห็นเป็นรูปธรรมได้!ว่าไปแล้วรัฐบาลชุดนี้ไม่มีทีมงานที่จะคิดและทำนโยบายเพื่อนำมาเป็นแนวทางการทำงานต่างกับ “เพื่อไทย” ที่ระดมนักคิดมาช่วยกันวางแนวทางแต่รัฐบาลชุดนี้อาศัยตัวบุคคลที่มีความรู้ความสามารถที่ดึงมาเป็นรัฐมนตรีอย่างกระทรวงการคลัง พาณิชย์ ต่างประเทศอยู่ที่ว่าคนไหนคิดเก่งก็ว่ากันไปตามนั้นโชคดีหน่อยตรงที่ได้คนมีความสามารถที่กล้าคิดกล้าทำก็เลยทำให้รัฐบาลดูมีน้ำมีนวลขึ้นมาประกอบกับนายกรัฐมนตรีที่เป็นคน “ติดดิน” จึงเข้าถึงชาวบ้านได้ค่อนข้างลึกหน่อยทว่าประเทศต้องการมากกว่านั้นคือแนวทางพัฒนาที่มั่นคงและยั่งยืน!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม