ปัจจุบันแนวโน้มคอร์รัปชันแย่ลง เมื่อเทียบกับช่วง 3 ปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงวิกฤติเชิงโครงสร้างที่บั่นทอนธุรกิจไทยรุนแรง ตามที่คณะทำงาน Zero Corruption : กกร.และเพื่อนไม่ทน เปิดผลสำรวจ 401 ผู้บริหารและตัวแทนภาคธุรกิจทั่วประเทศ ที่สำรวจ เมื่อ 26 มี.ค.—10 เม.ย.2569 ถึง ความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐปัญหานี้เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจ กลุ่มตัวอย่างเกือบ 100% ตอบคำถามประสานเสียง ชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมภาครัฐมีช่องทางซิกแซ็กหาผลประโยชน์ จากระเบียบ เปิดให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจมากเกินไป การ ติดต่อราชการซับซ้อน ถูกเจ้าหน้าที่บีบบังคับ โดยการประวิงเวลา กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ทำสืบทอดกันมากรณีช็อกวงการประมูลงานรัฐ ได้เปิดโปงถึงเครือข่ายนักวิ่งเต้นระหว่างเอกชนกับหน่วยงานของรัฐ ปาดหน้าเค้กด้วยเงินใต้โต๊ะสูงถึง 26—30% เท่ากับ 1 ใน 3 ของงบประมาณ ทุจริตเชิงโครงสร้างนี้จึงกลืนกินระบบรับเหมาเกือบทั้งหมดจนผู้ประกอบการไม่กล้าร้องเรียนเอาผิดผู้รับเงิน เพราะกลัวถูกตัดโอกาสแห่งอนาคตคณะทำงาน Zero Corruptionฯ ที่ประกอบด้วยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน คือ สภาหอการค้าแห่งประเทศ ไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย พร้อมองค์กรต่างๆ มีเครือข่ายทั่วประเทศ เคยประกาศช่วงปลายปี 2568 ถึงจุดยืนภาคเอกชนไม่ทนคอร์รัปชันทุกรูปแบบมาแล้วเป็นตัวกระตุ้นรัฐบาลผ่านคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน ตามโครงการกิโยตีนกฎหมายและผลักดัน พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวก เพื่อเปิดประตูสู่ใบอนุญาตโปร่งใส ตัดวงจรอุบาทว์ “ธุรกิจไทยถูกเรียกรับสินบนการอนุญาต” ลดต้นทุนของประชาชน นักลงทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศจังหวะทองบนเวที “ผู้ประกอบการ พูด รัฐบาลฟัง” เมื่อนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เตรียมปัดฝุ่นคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กกร.) พลิกโฉมให้ภาคเอกชนนำ รัฐบาลทำหน้าที่สนับสนุน โดยมีกรอบแก้ปัญหาคอร์รัปชัน เป็นข้อเสนอสะเทือนโครงสร้าง เพื่อปูทางยกระดับประเทศไทยเคาต์ดาวน์สู่โอลิมปิกการเงินโลก 2026 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF World Bank) ระหว่าง 12—18 ต.ค.2569 หวังพลิกโฉมไทยในรอบ 35 ปี เป็นการปักหมุดโชว์ศักยภาพของรัฐบาลไทย ด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ประกาศศักดาทศวรรษใหม่ ไร้การทุจริตคลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม