ผมมีข้ออ้างสารพัดข้อที่ต้องเสนอหน้าไปแสดงความยินดี กับคุณกิตติ สิงหาปัด ผู้ได้รางวัลศรีบูรพาปีนี้ แต่กระนั้นก็ยังพยายาม เค้นออกมาให้ได้ว่าข้อไหนเป็นแรงผลักสำคัญที่สุดข้อแรกๆ เจอกันหลายครั้งในหลายงานสัมมนาครูโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ผมพูดเรื่องหนังสือพิมพ์ คุณกิตติพูดเรื่องทีวี ถือเป็นน้ำใจที่เพื่อนต่างสื่อเอื้อให้กันอีกงานของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) เอ้อ! นึกออก จบนิเทศศาสตร์มาด้วยกันแต่ที่เจอกันแล้ว...เราทั้งสองไม่น่าจะลืม น่าจะเป็นงานของซีพีออลล์ เรายกวัดไว้ที่เซเว่นฯ เจอหน้าผมถามคำถามจี้ใจ ข่าวดึก 3 มิติคุณดังมาก ค่าโฆษณาแพงกว่าช่วงข่าวเช้าของเพื่อนอีกคน ชีวิตคนเป็นสุขมากใช่ไหมกิตติยังไม่ทันตอบ แขกผู้ใหญ่กว่า คุณสุเมธ ตันติเวชกุล ก็มาถึง โดยมารยาท ผมต้องหยุดการสนทนา...แต่ความติดพัน ผมบอกคุณสุเมธตรงๆ “ท่านสุเมธ ฟังเรื่องคุณกิตติกับคุณ...(ตอนนั้นยังอยู่ในเรือนจำ) กับผมดีกว่า”คุณสุเมธก็ตกกระไดพลอยโจน ร่วมวงฟังอีกคนคุณกิตติ...บอกผม “พี่รู้ไหม ผมเป็นมะเร็ง ฉีดคีโมจนผมร่วง” นี่เป็นข่าวใหม่ กิตติเล่าต่อ“พยายามคิด จัดรายการสดมา 30 ปี ไม่รู้สึกว่าเครียดหรือเหนื่อย จะว่าความเครียดเป็นจุดก่อมะเร็งก็ไม่ใช่แต่...อาจเป็นความเครียดที่ซ่อนลึกอยู่ในความไม่เครียดก็ได้”เรื่องมะเร็งที่กิตติตั้งใจเล่า เป็นนัยเปรียบกับอีกคนในเรือนจำ เข้าทำนอง “ผมก็ทุกข์เหมือนกัน” แล้วเราก็ผสมโรงคุยกันในทำนอง งานดีเงินดี และความดังคงไม่ใช่จุดหมายชีวิตของคนคนทุกคนควรรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบาด้วยการหาช่วงเวลาพักผ่อนเพื่อยืดชีวิตบ้างเราคุยกันไม่ยาว แต่เนื้อหาที่แลกเปลี่ยนกัน ผมอดคิดไม่ได้ว่า คุ้มค่ากับเสียมารยาทคุยเสียงดังๆให้ผู้ใหญ่อย่างคุณสุเมธฟังแค่ไหน?หลังจากนั้นก็นานเต็มทีเป็นปีกระมัง ผมกำลังเดินไปกดตังค์ที่ตู้เอทีเอ็ม ในตลาด อ.ต.ก. กิตติประชิดหลัง “พี่ๆ ดูหน้าผม...ดีไหม” สีหน้าแววตากิตติผ่องใส วี่แววหมองที่เคยมีในช่วงเวลาทุเลาป่วยหายไปเลย“ตอนนี้ผมกลับบ้านไปทำนา (อ.ชนบท ขอนแก่น) ทุกอาทิตย์”สุ้มเสียงกิตติเหมือนตั้งใจรายงานให้รู้ว่าเจอทางเดินใหม่ที่ถูกทาง เพื่อชีวิตที่ดีกว่าแล้วผมรู้จักกิตติ สิงหาปัด มากขึ้น จากการอ่านวารสารกองทุนศรีบูรพา ฉบับวันนักเขียน 5 พฤษภาคม 2569 ศรีบูรพา ฉบับที่ 24 กิตติ สิงหาปัด ผู้ได้รับรางวัลศรีบูรพา ประจำปี 2569กิตติจบปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สาขาวิชาสัตวบาล แล้วก็จบนิเทศศาสตร์ จาก มสธ. แถมปริญญาโท? อีกวิชา...แต่การศึกษาที่ผมว่ายิ่งใหญ่ คือการเป็นศิษย์ใกล้ชิดอาจารย์สมเกียรติ อ่อนวิมล และทีมงานไอทีวี เขาเป็นสื่อทีวีคุณภาพที่ผมติดตามและนับถือมานานถึงตรงนี้ ผมขออ้างวิชาสื่อที่เรียนจาก มสธ. ข่าวแบบไทยรัฐ มสธ.ระบุชัด เป็นสื่อ “ตลาด” คนละขั้วกับกิตติที่เป็นสื่อ “คุณภาพ” แต่ผมเชื่อว่าแต่ละสื่อก็มีเหตุและผลที่อธิบายได้กิตติให้สัมภาษณ์ว่า เขาถูกเสนอให้ทำข่าวชาวบ้านแบบสรยุทธ์ แต่เขาปฏิเสธ ยืนยันการทำข่าวคุณภาพ โดยเฉพาะปัญหาสิ่งแวดล้อม กรณีข่าวแลนด์บริดจ์ที่กำลังถกแถลงกัน ผมแน่ใจกิตติเลือกทางไหน?ส่วนผม...อยากจะคุย ตอนเป็นนักข่าวไทยรัฐยะลาสำรอง (ส่งข่าวแล้วไม่ได้ตังค์) (พ.ศ.2513-2517)...รุ่นพี่ไทยรัฐ เดาเอารุ่น สมบูรณ์ วรพงษ์ ประเวทย์ บูรณะกิจ พินิจ นันทวิจารณ์ ฯลฯ สอนวิกข่าวใน “ไทยรัฐแลนด์”อย่าทำข่าว “จุดไฟ” หรือ “ตอกลิ่ม” ให้รบกัน นึกถึงข่าวชายแดนเขมรก็ได้...ตอนนั้น กระทั่งนายกฯอนุทิน ท่านยังโหนกระแสรักชาติ เก็บคะแนนจนชนะเลือกตั้ง...ถึงวันนี้ ท่านเปลี่ยนท่าทีจะคุยคืนดีกับเขมรหลายๆสื่อที่ปล่อยกระแสรักชาติเต็มที่ ถึงวันนี้จะปรับใจรักเขมรกับนายกฯอนุทินด้วยแค่ไหน? ค่อยๆคิดกันดู.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม